งบแสดงฐานะการเงิน คือ
Table of Contents

ธุรกิจของคุณ “แข็งแรงจริง” หรือแค่ดูเหมือนว่ามีกำไร? งบแสดงฐานะการเงินตอบคำถามนี้ได้ทันที เป็นงบที่เจ้าของกิจการ SME ทุกคนควรอ่านเป็นก่อนงบอื่น

บทความนี้อธิบายตั้งแต่ความหมาย ส่วนประกอบ ตัวอย่างตัวเลขจริง ไปจนถึงสูตรวิเคราะห์ที่นำไปใช้ได้เอง

งบแสดงฐานะการเงิน คืออะไร?

งบแสดงฐานะการเงิน

งบแสดงฐานะการเงิน (Statement of Financial Position) คือรายงานทางบัญชีที่ “ถ่ายภาพ” ฐานะการเงินของธุรกิจ ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น ณ วันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี โดยแสดงข้อมูล 3 ส่วนหลัก ได้แก่ สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ทั้งหมดต้องสมดุลกันตามสมการบัญชี

สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ

งบนี้เป็นหนึ่งในงบการเงินที่บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องจัดทำตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 โดยนักบัญชีจะจัดทำให้ทุกรอบบัญชี แต่ถ้าธุรกิจใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เจ้าของสามารถเรียกดูรายงานสรุปได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องรอปิดงบ

ทำไมเปลี่ยนชื่อจาก “งบดุล”?

เดิมงบนี้เรียกว่า “งบดุล” (Balance Sheet) เพราะยอดรวมฝั่งสินทรัพย์ต้อง “ดุล” กับยอดรวมฝั่งหนี้สินบวกส่วนของเจ้าของ แต่ชื่อ “งบดุล” ไม่ได้สื่อว่างบนี้แสดงอะไร จึงเปลี่ยนเป็น “งบแสดงฐานะการเงิน” เพื่อให้ชื่อสื่อความหมายชัดเจนขึ้น

ล่าสุดประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พ.ศ. 2566 ได้ตัดคำว่า “แสดง” ออก เปลี่ยนเป็น “งบฐานะการเงิน” โดยมีผลกับงบการเงินที่มีรอบบัญชีเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม กิจการที่จัดทำงบตาม TFRS for NPAEs จะใช้ชื่อ “งบแสดงฐานะการเงิน” หรือ “งบฐานะการเงิน” ก็ถือว่าถูกต้องทั้งคู่ เพราะทั้ง 2 คำมีความหมายเหมือนกัน (ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี)

งบแสดงฐานะการเงิน มีอะไรบ้าง?

งบแสดงฐานะการเงินประกอบด้วย 3 ส่วนหลักที่ต้องสมดุลกันเสมอ แต่ละส่วนแบ่งย่อยเป็น “หมุนเวียน” (ภายใน 1 ปี) และ “ไม่หมุนเวียน” (เกิน 1 ปี) เพื่อให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพชัดว่ามีอะไรใช้ได้เร็วและอะไรเป็นระยะยาว

สินทรัพย์ (Assets) คือทรัพยากรที่ธุรกิจมี

สินทรัพย์คือทุกอย่างที่ธุรกิจเป็นเจ้าของและคาดว่าจะให้ประโยชน์ในอนาคต แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

สินทรัพย์หมุนเวียน คือสิ่งที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1 ปี เช่น เงินสดในบัญชีธนาคาร ลูกหนี้การค้าที่ยังเก็บเงินไม่ได้ และสินค้าคงเหลือที่พร้อมขาย

สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน คือสิ่งที่ใช้ประโยชน์ได้เกิน 1 ปี เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ รวมถึงซอฟต์แวร์ที่ซื้อมาใช้งาน

หนี้สิน (Liabilities) คือภาระที่ต้องจ่าย

หนี้สินคือภาระผูกพันที่ธุรกิจต้องชำระคืนให้บุคคลภายนอก แบ่งเป็น 2 กลุ่มเช่นกัน

หนี้สินหมุนเวียน คือหนี้ที่ต้องจ่ายภายใน 1 ปี เช่น เจ้าหนี้การค้า ภาษีค้างจ่าย และเงินกู้ระยะสั้นจากธนาคาร

หนี้สินไม่หมุนเวียน คือหนี้ที่มีกำหนดชำระเกิน 1 ปี เช่น เงินกู้ยืมระยะยาว หรือสัญญาเช่าระยะยาว

ส่วนของเจ้าของ (Equity) คือส่วนที่เหลือจริงๆ

ส่วนของเจ้าของคือมูลค่าสุทธิของธุรกิจหลังหักหนี้สินทั้งหมดออกจากสินทรัพย์แล้ว พูดให้เข้าใจง่ายคือ “ถ้าขายทุกอย่างแล้วใช้หนี้จนหมด จะเหลือเงินกลับมาเท่าไร” ส่วนนี้ประกอบด้วยทุนจดทะเบียนที่ผู้ถือหุ้นนำมาลงทุน กำไรสะสมที่เก็บไว้ในกิจการ และส่วนที่ถูกหักออกจากเงินปันผลที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้น

ตัวอย่างงบแสดงฐานะการเงิน แบบเข้าใจง่าย

ลองดูตัวเลขของบริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ธุรกิจขายส่งอุปกรณ์สำนักงาน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568

รายการจำนวน (บาท)
สินทรัพย์
เงินสดและเงินฝากธนาคาร800,000
ลูกหนี้การค้า500,000
สินค้าคงเหลือ700,000
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน2,000,000
ที่ดินและอาคาร3,000,000
อุปกรณ์สำนักงาน (หักค่าเสื่อมแล้ว)500,000
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน3,500,000
รวมสินทรัพย์5,500,000
หนี้สิน
เจ้าหนี้การค้า600,000
ภาษีค้างจ่าย150,000
เงินกู้ระยะสั้น250,000
รวมหนี้สินหมุนเวียน1,000,000
เงินกู้ยืมระยะยาว1,500,000
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน1,500,000
รวมหนี้สิน2,500,000
ส่วนของเจ้าของ
ทุนจดทะเบียน2,000,000
กำไรสะสม1,000,000
รวมส่วนของเจ้าของ3,000,000
รวมหนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ5,500,000

จุดแรกที่ต้องเช็คคือ รวมสินทรัพย์ (5,500,000 บาท) ต้องเท่ากับ รวมหนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ (2,500,000 + 3,000,000 = 5,500,000 บาท) ถ้าไม่เท่ากันแสดงว่างบมีข้อผิดพลาด ต้องให้นักบัญชีตรวจสอบก่อน

แบบบัญชี vs แบบรายงาน ต่างกันอย่างไร?

งบแสดงฐานะการเงินจัดทำได้ 2 รูปแบบ

แบบบัญชี (Account Form) แบ่งหน้ากระดาษเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายแสดงสินทรัพย์ ฝั่งขวาแสดงหนี้สินและส่วนของเจ้าของ เห็นภาพ “ดุล” ได้ชัดเจน

แบบรายงาน (Report Form) เรียงข้อมูลจากบนลงล่าง เริ่มจากสินทรัพย์ ตามด้วยหนี้สิน แล้วจบด้วยส่วนของเจ้าของ เป็นรูปแบบที่นิยมใช้มากกว่าเพราะอ่านง่ายกว่า และเป็นรูปแบบที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้ใช้สำหรับบริษัทจำกัดในปัจจุบัน

วิธีอ่านงบแสดงฐานะการเงิน สำหรับเจ้าของธุรกิจ

เจ้าของธุรกิจไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกบรรทัดในงบ แค่รู้จักอัตราส่วน 2 ตัวนี้ก็ประเมินสุขภาพการเงินของธุรกิจได้แล้ว

เช็คสภาพคล่อง (Current Ratio)

อัตราส่วนสภาพคล่องบอกว่าธุรกิจมีสินทรัพย์ระยะสั้นเพียงพอจ่ายหนี้ระยะสั้นหรือไม่

Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน

ตัวอย่างจากงบของบริษัท ตัวอย่าง จำกัด

Current Ratio = 2,000,000 ÷ 1,000,000 = 2.0 เท่า

ค่าที่ได้มากกว่า 1 แสดงว่ามีสินทรัพย์ระยะสั้นเพียงพอ โดยทั่วไปค่าที่ 1.5-2.0 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ถ้าต่ำกว่า 1 ควรวางแผนจัดการเงินสดให้เร็ว

เช็คสัดส่วนหนี้ (D/E Ratio)

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของบอกว่าธุรกิจพึ่งพาเงินกู้มากแค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินทุนของเจ้าของ

D/E Ratio = หนี้สินรวม ÷ ส่วนของเจ้าของ

ตัวอย่าง

D/E Ratio = 2,500,000 ÷ 3,000,000 = 0.83 เท่า

ค่า D/E ที่ต่ำกว่า 1.5 โดยทั่วไปถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ถ้าสูงเกินไปอาจเป็นสัญญาณว่าธุรกิจมีความเสี่ยงจากหนี้สูง โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว

เจ้าของธุรกิจควรนำงบแสดงฐานะการเงินมาเปรียบเทียบกัน 3 ทาง ได้แก่ เปรียบเทียบกับงบปีก่อนเพื่อดูแนวโน้ม เปรียบเทียบกับบริษัทคู่แข่ง และเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม โดยดาวน์โหลดงบการเงินของบริษัทอื่นได้จากเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ต้องส่งงบแสดงฐานะการเงินที่ไหน เมื่อไร?

งบแสดงฐานะการเงินเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินที่บริษัทจำกัดต้องจัดทำและนำส่งหน่วยงาน 2 แห่ง

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ยื่นภายใน 5 เดือนนับจากวันปิดบัญชี เช่น ถ้าปิดบัญชี 31 ธันวาคม ต้องยื่นภายใน 31 พฤษภาคมของปีถัดไป
  • กรมสรรพากร ยื่นพร้อมแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี

ถ้ายื่นล่าช้าจะมีค่าปรับตามที่กฎหมายกำหนด เจ้าของธุรกิจจึงควรวางแผนปิดงบกับนักบัญชีล่วงหน้าเพื่อให้ทันกำหนด

สรุป

เจ้าของธุรกิจที่อยากรู้ว่ากิจการแข็งแรงแค่ไหน ให้เริ่มจาก 3 ขั้นตอนนี้

  1. เปิดงบแสดงฐานะการเงินล่าสุด เช็คว่ายอดสินทรัพย์เท่ากับหนี้สินบวกส่วนของเจ้าของหรือไม่
  2. คำนวณ Current Ratio เพื่อเช็คสภาพคล่อง และ D/E Ratio เพื่อเช็คระดับหนี้
  3. เปรียบเทียบกับงบปีก่อนและคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อวางแผนให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง

จัดการงบการเงินให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้เจ้าของธุรกิจดูงบแสดงฐานะการเงินได้แบบ real-time ไม่ต้องรอนักบัญชีปิดงบ พร้อมเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังได้หลายงวด ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับงบแสดงฐานะการเงิน

งบแสดงฐานะการเงิน ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร?

ภาษาอังกฤษเรียกว่า Statement of Financial Position ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) ส่วนชื่อเดิม Balance Sheet ยังเป็นที่เข้าใจกันทั่วไปแต่ไม่ใช่ชื่อทางการแล้ว

งบแสดงฐานะการเงิน กับ งบฐานะการเงิน ต่างกันไหม?

ไม่ต่างกัน ทั้ง 2 ชื่อมีความหมายและเนื้อหาเหมือนกันทุกประการ ในทางปฏิบัติ เจ้าของธุรกิจไม่ต้องกังวลเรื่องชื่อ เพราะไม่ว่าจะใช้ชื่อใดก็ยื่นงบกับ DBD และสรรพากรได้ตามปกติ ให้สังเกตว่านักบัญชีของคุณใช้ชื่อไหนในรายงาน แล้วใช้ชื่อเดียวกันเพื่อความสม่ำเสมอ

ดูงบแสดงฐานะการเงินของบริษัทอื่นได้จากไหน?

เข้าเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) ใช้บริการ DBD DataWarehouse+ ค้นหาชื่อบริษัทแล้วดาวน์โหลดงบการเงินได้ฟรี ดูวิธีดาวน์โหลดแบบละเอียดได้ที่บทความวิธีดูงบการเงินออนไลน์บบละเอียดได้ที่บทความวิธีดูงบการเงินออนไลน์


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

เริ่มต้นใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์