
ผู้ประกอบการหลายคนกังวลเรื่อง “โดนสรรพากรตรวจสอบบัญชี” แต่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วกรมสรรพากรดูอะไรบ้าง เงินเข้าบัญชีเท่าไรถึงเข้าข่าย และถ้าถูกเรียกตรวจต้องทำอย่างไร
สรรพากรตรวจสอบบัญชีคืออะไร ตรวจอะไรบ้าง
กรมสรรพากรมีอำนาจตรวจสอบว่ากิจการยื่นแบบภาษีถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ โดยตรวจทั้งตัวเลขในแบบภาษี เอกสารประกอบ และข้อมูลทางการเงินของกิจการ (อ้างอิง: ประมวลรัษฎากร มาตรา 19)
สิ่งที่เจ้าหน้าที่มักตรวจสอบ ได้แก่
- รายได้ที่แจ้งตรงกับหลักฐานจริงหรือไม่ เช่น ยอดขายในบัญชีธนาคาร
- ค่าใช้จ่ายที่นำมาหักมีเอกสารรองรับครบถ้วนหรือไม่
- ใบกำกับภาษีถูกต้องตามเกณฑ์หรือไม่ ออกให้ใครบ้าง
- การยื่นแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน), ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) และแบบหัก ณ ที่จ่ายต่างๆ ตรงกันหรือไม่
- ข้อมูลจากสถาบันการเงินสอดคล้องกับที่กิจการแจ้งหรือไม่
พูดง่ายๆ คือสรรพากรดูว่า “ตัวเลขในแบบภาษี ตัวเลขในบัญชี และตัวเลขในธนาคาร บอกเรื่องเดียวกันหรือเปล่า”
ธุรกิจแบบไหนเสี่ยงถูกสรรพากรตรวจสอบ
กิจการที่มีพฤติกรรมทางภาษีผิดปกติมักถูกคัดเลือกเข้าระบบตรวจสอบก่อน ไม่ใช่เรื่องของโชค แต่เป็นเรื่องของ “สัญญาณ” ที่ระบบจับได้
สัญญาณที่ทำให้ถูกเพ่งเล็ง เช่น
- ยอดขายสูง แต่กำไรต่ำผิดสัดส่วน เมื่อเทียบกับธุรกิจประเภทเดียวกัน เช่น ร้านค้าออนไลน์ยอดขายหลักล้านแต่แจ้งกำไรแค่หลักหมื่น
- ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน โดยเฉพาะปีที่มีกำไรเยอะ สรรพากรจะสงสัยว่าเป็นการสร้างค่าใช้จ่ายเพื่อลดภาษี
- ยื่นแบบภาษีล่าช้าหรือไม่ครบ เช่น ไม่ยื่น ภ.ง.ด.50 ตามกำหนด หรือไม่ยื่นแบบหัก ณ ที่จ่ายบางเดือน
- ข้อมูลไม่ตรงกัน ยอดรายได้ที่แจ้งใน ภ.ง.ด.50 ไม่ตรงกับ ภ.พ.30 หรือยอดเงินเข้าบัญชีธนาคาร
- ธุรกิจเงินสดสัดส่วนสูง เช่น ร้านอาหาร ตลาดนัด ที่ตรวจสอบยอดจริงได้ยาก
- ขอคืนภาษีบ่อยหรือจำนวนมาก โดยเฉพาะ VAT ที่ภาษีซื้อสูงกว่าภาษีขายต่อเนื่อง
- มีผู้ร้องเรียนหรือมีเบาะแส เช่น คู่ค้าหรืออดีตพนักงานแจ้งข้อมูล
จำนวนรายได้ไม่ได้ชี้ขาด
ไม่ใช่ว่ากิจการเล็กจะไม่โดนตรวจ หรือกิจการใหญ่จะโดนทุกราย สรรพากรใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ถ้าตัวเลขของคุณ “โดดออกจากกลุ่ม” ก็มีโอกาสถูกสุ่มตรวจ
เงินเข้าบัญชีเท่าไรถึงโดนตรวจ
ตั้งแต่ปี 2563 สถาบันการเงินต้องรายงานข้อมูลบัญชีที่มีธุรกรรมเข้าเกณฑ์ต่อกรมสรรพากร ตามกฎหมาย e-Payment (พ.ร.บ.แก้ไขประมวลรัษฎากร ฉบับที่ 48 พ.ศ. 2562)
เกณฑ์ที่สถาบันการเงินต้องรายงาน มี 2 กรณี
| เกณฑ์ | รายละเอียด |
|---|---|
| จำนวนครั้ง | ฝากหรือรับโอน ≥ 3,000 ครั้ง/ปี (นับรวมทุกบัญชีในธนาคารเดียวกัน) |
| จำนวนครั้ง + ยอดเงิน | ฝากหรือรับโอน ≥ 400 ครั้ง/ปี และยอดรวม ≥ 2 ล้านบาท/ปี (ต้องเข้าทั้ง 2 เงื่อนไขพร้อมกัน) |
ต้องเข้าใจว่า “รายงาน” ไม่ได้แปลว่า “โดนตรวจ” สรรพากรจะนำข้อมูลนี้ไปเทียบกับแบบภาษีที่คุณยื่น ถ้าตัวเลขสอดคล้องกันก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ายอดเงินเข้าบัญชีสูงกว่ารายได้ที่แจ้งภาษีมาก ก็อาจถูกเรียกตรวจเพิ่ม
ตัวอย่างเช่น คุณเปิดร้านค้าออนไลน์ ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีรวม 500 ครั้งต่อปี ยอดรวม 3 ล้านบาท แต่ยื่นภาษีแจ้งรายได้แค่ 1 ล้านบาท ระบบจะแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบเพิ่ม
สรรพากรยังสามารถตรวจสอบบัญชีธนาคารของกิจการได้โดยตรง ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัย ทั้งบัญชีบริษัทและบัญชีส่วนตัวของกรรมการ ถ้ามีการใช้บัญชีปนกัน
สรรพากรตรวจสอบย้อนหลังได้กี่ปี
อายุความในการตรวจสอบไม่เท่ากันทุกกรณี ขึ้นอยู่กับลักษณะความผิด
| กรณี | ระยะเวลาย้อนหลัง |
|---|---|
| ยื่นแบบครบถ้วนและถูกต้อง | 2 ปี นับจากวันยื่นแบบ |
| ยื่นแบบแต่ไม่ถูกต้อง หรือมีเหตุสงสัย | 5 ปี นับจากวันยื่นแบบ |
| ไม่ยื่นแบบเลย หรือตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษี | 10 ปี นับจากวันที่ต้องยื่น |
(อ้างอิง: ประมวลรัษฎากร มาตรา 19)
สำหรับ SME ที่ยื่นแบบปกติและไม่ได้มีปัญหา โดยทั่วไปจะอยู่ในกรอบ 2 ปี เก็บเอกสารไว้อย่างน้อย 5 ปีก็จะครอบคลุมเกือบทุกกรณี
ถูกสรรพากรเรียกตรวจ ต้องทำอย่างไร
ไม่ต้องตกใจ การถูกเรียกตรวจไม่ได้แปลว่าทำผิด ขั้นตอนมีดังนี้
- ได้รับหนังสือแจ้ง จากกรมสรรพากร ระบุวัน เวลา สถานที่ และประเด็นที่จะตรวจสอบ
- เตรียมเอกสาร ให้ครบตามที่หนังสือระบุ (ดูรายการด้านล่าง)
- ไปพบเจ้าหน้าที่ ตามนัดหมาย หรือมอบอำนาจให้นักบัญชีไปแทนได้
- ชี้แจงข้อมูล ตอบคำถามตามเอกสารที่มี ไม่ต้องคาดเดา
- รับผลตรวจสอบ ถ้าถูกต้องก็จบ ถ้ามีประเด็นก็จะได้แก้ไขหรืออุทธรณ์
เอกสารที่ควรเตรียม
- งบการเงิน (งบดุล งบกำไรขาดทุน) ของปีที่ถูกตรวจ
- สำเนาแบบภาษีที่เกี่ยวข้อง เช่น ภ.ง.ด.50, ภ.พ.30, ภ.ง.ด.53 (แบบยื่นภาษีที่หักจากบริษัท)
- สมุดบัญชีรายวัน ซื้อ ขาย จ่าย รับ
- ใบกำกับภาษี ทั้งภาษีซื้อและภาษีขาย
- หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
- Statement บัญชีธนาคารของกิจการ
- สัญญาและเอกสารประกอบค่าใช้จ่ายสำคัญ
ถ้าใช้โปรแกรมบัญชีที่จัดระเบียบข้อมูลไว้เป็นที่เดียว การเตรียมตัวจะใช้เวลาไม่นาน เพราะดึงรายงานและเอกสารที่ต้องการได้ทันที
วิธีป้องกันไม่ให้มีปัญหาเมื่อถูกตรวจสอบ
การเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือการทำบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ไปแก้ตอนถูกเรียกตรวจ
- แยกบัญชีธุรกิจและบัญชีส่วนตัว ให้ชัดเจน ไม่ใช้ปนกัน
- เก็บเอกสารทุกรายการ ทั้งรายรับและรายจ่าย เก็บอย่างน้อย 5 ปี
- ยื่นแบบภาษีตรงเวลา ทุกเดือน ทุกปี ไม่ขาด
- บันทึกบัญชีให้ตรงกับความเป็นจริง รายได้เข้ามาเท่าไร บันทึกเท่านั้น
- ใช้โปรแกรมบัญชีที่เชื่อมข้อมูลอัตโนมัติ ช่วยลดข้อผิดพลาดจากการคีย์ซ้ำ ทำให้ตัวเลขระหว่างเอกสาร แบบภาษี และรายงานตรงกันเสมอ
- ตรวจสอบข้อมูลก่อนยื่นแบบ เช่น เช็คว่ายอด ภ.พ.30 ตรงกับรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย
สรุป: เตรียมตัวดี ไม่มีอะไรต้องกังวล
การถูกสรรพากรตรวจสอบไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าทำบัญชีถูกต้องตั้งแต่ต้น สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือ แยกบัญชีส่วนตัวกับธุรกิจ ยื่นแบบภาษีให้ครบทุกเดือน และเก็บเอกสารให้พร้อมอย่างน้อย 5 ปี
จัดการบัญชีให้พร้อมรับการตรวจสอบด้วย PEAK
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME บันทึกรายรับ-รายจ่าย ออกใบกำกับภาษี และจัดทำรายงานภาษีได้ในระบบเดียว ข้อมูลเชื่อมกันอัตโนมัติ ตัวเลขตรงกันทุกจุด ใช้ PEAK Board ดูภาพรวมการเงินแบบ Real-Time ดูฟังก์ชันทั้งหมดหรือเปรียบเทียบแพ็กเกจและราคา
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับสรรพากรตรวจสอบบัญชี
บุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดบริษัทโดนสรรพากรตรวจได้ไหม
ได้ สรรพากรมีอำนาจตรวจสอบทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา โดยเฉพาะฟรีแลนซ์หรือคนที่ขายของออนไลน์ที่มีรายได้แต่ไม่ยื่นภาษี ระบบ e-Payment จะรายงานข้อมูลธุรกรรมบัญชีของทุกคน ไม่ใช่แค่บริษัท
ปิดกิจการแล้ว สรรพากรยังตรวจย้อนหลังได้ไหม
ได้ การปิดบริษัทไม่ได้ทำให้อายุความหมดไป สรรพากรยังตรวจสอบรอบบัญชีที่ผ่านมาได้ภายในกรอบเวลาตามกฎหมาย แม้ปิดกิจการแล้วก็ยังควรเก็บหลักฐานไว้ตามระยะเวลาที่กล่าวข้างต้น
แจ้งสรรพากรให้ตรวจสอบบัญชีคนอื่นได้ไหม
ได้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสผู้หลีกเลี่ยงภาษีกับกรมสรรพากรได้ ผ่านศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร 1161 หรือผ่านเว็บไซต์ rd.go.th โดยข้อมูลผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับ
โดนสรรพากรตรวจสอบแล้วพบข้อผิดพลาด จะเกิดอะไรขึ้น
ขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อผิดพลาด ถ้าเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยจากการคีย์ข้อมูลผิด มักได้แก้ไขและชำระภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเท่านั้น แต่ถ้าเป็นการตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษี อาจมีโทษทั้งทางแพ่ง (เบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษีที่ขาด + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน) และทางอาญา ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีทันทีที่ได้รับหนังสือแจ้งน) และทางอาญา ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีทันทีที่ได้รับหนังสือแจ้ง
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
