
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะเริ่มบังคับใช้จริง 1 ตุลาคม 2569 หลังเลื่อนมาหลายรอบ ผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องเตรียมตัวจริงจัง ต้องคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ ปรับระบบเงินเดือน และบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คืออะไร?
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง คือกองทุนตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมวด 13) ที่ให้นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันสะสมเงินเข้ากองทุน เพื่อเป็นหลักประกันเมื่อออกจากงาน เกษียณอายุ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
หลักการคล้ายกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็น “ภาคบังคับ” ตามกฎหมาย ไม่ใช่สมัครใจ
กำหนดบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2569
กองทุนนี้อยู่ในกฎหมายตั้งแต่ปี 2541 แต่ถูกเลื่อนหลายครั้ง เพราะต้องรอออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสะสม-สมทบ ล่าสุดกระทรวงแรงงานประกาศเริ่มบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2569 (ข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน)
ใครต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน?
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ส่วนลูกจ้างก็ต้องจ่ายเงินสะสมด้วย นายจ้างมีหน้าที่หักเงินสะสมจากค่าจ้างลูกจ้าง แล้วนำส่งพร้อมเงินสมทบฝั่งนายจ้าง
นับลูกจ้าง 10 คน อย่างไร?
จุดที่ SME หลายรายสับสนคือ “นับใครเป็นลูกจ้าง?” คำตอบสั้นๆ คือ นับทุกคนที่มีสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ สัญญาจ้าง หรือทดลองงาน
สรุปเกณฑ์การนับลูกจ้าง
| ประเภทลูกจ้าง | นับหรือไม่? | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| พนักงานประจำ (full-time) | นับ | รวมทุกคนที่มีสัญญาจ้าง |
| พนักงานทดลองงาน | นับ | มีสัญญาจ้างแรงงานแล้ว |
| พนักงาน part-time รายชั่วโมง | นับ | ถ้ามีสัญญาจ้างแรงงาน |
| ฟรีแลนซ์/รับเหมา (จ้างทำของ) | ไม่นับ | ไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงาน |
| กรรมการบริษัทที่ไม่ได้เป็นลูกจ้าง | ไม่นับ | ไม่มีสัญญาจ้างแรงงาน |
ดังนั้น ถ้ากิจการมีพนักงานประจำ 7 คน + ทดลองงาน 2 คน + part-time 2 คน = รวม 11 คน ก็เข้าเกณฑ์ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนแล้ว (ข้อมูลจาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน)
อัตราเงินสะสมและเงินสมทบ คำนวณอย่างไร?
เงินที่ต้องจ่ายเข้ากองทุนแบ่งเป็น 2 ส่วน คือเงินสะสมที่หักจากลูกจ้าง และเงินสมทบที่นายจ้างจ่ายเพิ่ม อัตราที่แน่ชัดจะกำหนดโดยกฎกระทรวง ซึ่ง ณ วันที่บทความนี้อัปเดต มีการกำหนดอัตราเริ่มต้นดังนี้
| รายการ | ผู้จ่าย | อัตรา | ฐานคำนวณ |
|---|---|---|---|
| เงินสะสม | ลูกจ้าง | 3% ของค่าจ้าง | ค่าจ้างรายเดือน |
| เงินสมทบ | นายจ้าง | 3% ของค่าจ้าง | ค่าจ้างรายเดือน |
อัตรานี้เป็นอัตราเริ่มต้น อาจปรับเพิ่มในอนาคตตามกฎกระทรวง ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกรมสวัสดิการฯก่อนเริ่มใช้จริง
ตัวอย่างคำนวณ 3 ระดับเงินเดือน
เงินเดือน 15,000 บาท
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| เงินสะสม (ลูกจ้าง) | 15,000 × 3% | 450 บาท |
| เงินสมทบ (นายจ้าง) | 15,000 × 3% | 450 บาท |
| รวมจ่ายเข้ากองทุน/เดือน | — | 900 บาท |
เงินเดือน 25,000 บาท
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| เงินสะสม (ลูกจ้าง) | 25,000 × 3% | 750 บาท |
| เงินสมทบ (นายจ้าง) | 25,000 × 3% | 750 บาท |
| รวมจ่ายเข้ากองทุน/เดือน | — | 1,500 บาท |
เงินเดือน 50,000 บาท
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| เงินสะสม (ลูกจ้าง) | 50,000 × 3% | 1,500 บาท |
| เงินสมทบ (นายจ้าง) | 50,000 × 3% | 1,500 บาท |
| รวมจ่ายเข้ากองทุน/เดือน | — | 3,000 บาท |
สิ่งที่นายจ้างต้องจำคือ ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น 3% ของค่าจ้างรวมทุกคน เช่น ถ้ามีลูกจ้าง 15 คน เงินเดือนเฉลี่ย 20,000 บาท ต้นทุนเงินสมทบจะเพิ่มเดือนละ 9,000 บาท หรือปีละ 108,000 บาท
สิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับ
ลูกจ้างที่จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนจะได้รับเงินคืนเมื่อออกจากงาน เกษียณ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต โดยจำนวนเงินที่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาทำงานและยอดเงินสะสม สิทธิประโยชน์แบ่งเป็น 4 กรณี
- ออกจากงาน ได้รับเงินสะสมคืนทั้งหมด พร้อมส่วนเงินสมทบตามระยะเวลาทำงาน
- เกษียณอายุ ได้รับเงินสะสม + เงินสมทบ + ผลตอบแทนจากการลงทุน
- ทุพพลภาพ ได้รับเงินสงเคราะห์ตามที่กฎหมายกำหนด
- เสียชีวิต ทายาทได้รับเงินสงเคราะห์
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง vs กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต่างกันอย่างไร?
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นคนละระบบกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนสงเคราะห์เป็นภาคบังคับตามกฎหมาย ส่วน PVD เป็นสมัครใจ ผู้ประกอบการที่มี PVD อยู่แล้วยังต้องจ่ายเข้ากองทุนสงเคราะห์เพิ่มเติม
| เปรียบเทียบ | กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง | กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) |
|---|---|---|
| ลักษณะ | ภาคบังคับตามกฎหมาย | สมัครใจ |
| ใครต้องจัดตั้ง | นายจ้าง 10 คนขึ้นไป (บังคับ) | นายจ้างที่ต้องการ (สมัครใจ) |
| ผู้บริหารกองทุน | กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน | บริษัทจัดการกองทุนเอกชน |
| อัตราเงินสะสม/สมทบ | กำหนดโดยกฎกระทรวง | ตกลงกันระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้าง |
| สิทธิประโยชน์ทางภาษี | รอประกาศ | เงินสะสมลดหย่อนภาษีได้ |
ควรติดตามประกาศจากกรมสวัสดิการฯ อย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีมาตรการยกเว้นสำหรับกิจการที่มี PVD ในอนาคต
วิธีบันทึกบัญชีกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
นักบัญชีต้องเพิ่มผังบัญชีใหม่ 3 รายการ และบันทึกรายการทุกเดือนเมื่อจ่ายเงินเดือน ได้แก่ การหักเงินสะสมจากลูกจ้าง การบันทึกเงินสมทบของนายจ้าง และการนำส่งเงินเข้ากองทุน
ผังบัญชีที่ต้องเพิ่ม
ผังบัญชีที่แนะนำให้เพิ่มในระบบ
- เงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (ค่าใช้จ่าย) สำหรับบันทึกส่วนที่นายจ้างจ่าย
- เงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างค้างจ่าย (หนี้สินหมุนเวียน) สำหรับยอดที่หักจากลูกจ้างแต่ยังไม่ได้นำส่ง
- เงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ค้างจ่าย (หนี้สินหมุนเวียน) สำหรับยอดที่นายจ้างต้องจ่ายแต่ยังไม่ได้นำส่ง
ตัวอย่างบันทึกรายการ ณ วันจ่ายเงินเดือน
สมมุติลูกจ้างเงินเดือน 25,000 บาท เงินสะสม 3% = 750 บาท เงินสมทบ 3% = 750 บาท
บันทึกหักเงินสะสมจากเงินเดือนลูกจ้าง
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| เงินเดือน (ค่าใช้จ่าย) | 25,000 | — |
| เงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ค้างจ่าย | — | 750 |
| เงินเดือนค้างจ่าย | — | 24,250 |
บันทึกเงินสมทบส่วนนายจ้าง
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| เงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (ค่าใช้จ่าย) | 750 | — |
| เงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ค้างจ่าย | — | 750 |
บันทึก ณ วันนำส่งเงินเข้ากองทุน
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| เงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ค้างจ่าย | 750 | — |
| เงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ค้างจ่าย | 750 | — |
| เงินฝากธนาคาร | — | 1,500 |
Checklist เตรียมระบบเงินเดือนรับ 1 ตุลาคม 2569
กิจการควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ เพราะต้องปรับทั้งระบบ Payroll ผังบัญชี และงบประมาณ รายการด้านล่างคือ 7 สิ่งที่ต้องทำให้เสร็จก่อน 1 ตุลาคม 2569
สิ่งที่ HR และนักบัญชีต้องทำก่อน 1 ต.ค. 69
- นับจำนวนลูกจ้างทั้งหมด รวม full-time, ทดลองงาน, part-time ที่มีสัญญาจ้าง ถ้า 10 คนขึ้นไปต้องเข้าระบบ
- ตรวจสอบอัตราเงินสะสม-สมทบล่าสุด จากเว็บไซต์กรมสวัสดิการฯ เนื่องจากอัตราอาจปรับก่อนวันบังคับใช้
- เพิ่มผังบัญชีในระบบบัญชี ตามที่แนะนำข้างต้น เพื่อรองรับการบันทึกรายการ
- ปรับระบบ Payroll ตั้งค่าหักเงินสะสมจากเงินเดือนอัตโนมัติ และคำนวณเงินสมทบฝั่งนายจ้าง
- แจ้งลูกจ้างล่วงหน้า อธิบายว่าเงินเดือนสุทธิจะลดลงเท่าไร สิทธิประโยชน์ที่ได้คืออะไร และสลิปเงินเดือนจะแสดงรายการหักอะไรบ้าง
- สำรองงบประมาณ คำนวณต้นทุนเงินสมทบทั้งปี เตรียมไว้ในแผนการเงิน
- ลงทะเบียนกับกรมสวัสดิการฯ เมื่อเปิดให้ลงทะเบียน ให้ทำทันที
สรุป: เตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอ 1 ตุลาคม
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจะเพิ่มต้นทุนให้นายจ้าง แต่ก็เป็นหลักประกันที่ดีให้ลูกจ้าง สิ่งที่ต้องทำตอนนี้มี 3 เรื่อง คือ นับลูกจ้างว่าถึง 10 คนหรือยัง ตั้งผังบัญชีรองรับ และปรับระบบเงินเดือนให้พร้อมหักเงินสะสมอัตโนมัติ
จัดการบัญชีกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้ง่ายขึ้นด้วย PEAK
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้นักบัญชีตั้งผังบัญชีรองรับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างได้ทันที พร้อมบันทึกรายการอัตโนมัติ ส่วน PEAK Payroll ช่วยคำนวณเงินสะสม-สมทบและออกสลิปเงินเดือนที่แสดงรายการหักชัดเจน ลดงานซ้ำ ลดข้อผิดพลาด
ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เตรียมระบบให้พร้อมก่อน 1 ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
ถ้ากิจการมีลูกจ้างไม่ถึง 10 คน ต้องจ่ายไหม?
ไม่ต้อง กฎหมายบังคับเฉพาะนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป แต่ถ้าภายหลังรับคนเพิ่มจนครบ 10 คน ก็ต้องเข้าระบบทันที
ลูกจ้างได้เงินคืนเมื่อไร?
ลูกจ้างได้รับเงินสะสมคืนเมื่อออกจากงาน ส่วนเงินสมทบจะได้คืนตามสัดส่วนระยะเวลาทำงาน ยิ่งทำงานนานยิ่งได้สัดส่วนเงินสมทบมากขึ้น
นายจ้างที่ไม่จ่ายเงินเข้ากองทุน มีโทษอะไร?
นายจ้างที่ฝ่าฝืนมีโทษปรับตามที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด ควรตรวจสอบบทลงโทษล่าสุดจากกรมสวัสดิการฯ ก่อนวันบังคับใช้
เงินสมทบส่วนนายจ้าง เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ไหม?
เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนถือเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เช่นเดียวกับเงินสมทบประกันสังคม
ถ้ามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ได้รับยกเว้นไหม?
ณ ปัจจุบันยังไม่มีประกาศยกเว้น กิจการที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้วยังต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเพิ่ม แต่ควรติดตามประกาศจากกระทรวงแรงงานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีมาตรการผ่อนปรนในภายหลังฉบับเต็มที่ใช้กับบริษัทจดทะเบียน
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
