Table of Contents

ผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ มักเจอคำว่า พิกัดศุลกากร หรือ HS Code ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการทำพิธีการศุลกากร หลายคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องซับซ้อน เพราะรหัสเป็นตัวเลขหลายหลักที่ดูไม่คุ้นตา แต่ถ้าเข้าใจหลักการแล้ว จะพบว่ามันเป็นระบบที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา

พิกัดศุลกากร คือรหัสตัวเลขที่ใช้จำแนกประเภทสินค้าในการค้าระหว่างประเทศ กำหนดโดยองค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization หรือ WCO) เพื่อให้ทุกประเทศใช้มาตรฐานเดียวกันในการระบุว่าสินค้าชิ้นนั้นคืออะไร บทความนี้จะพาคุณเข้าใจตั้งแต่โครงสร้างรหัส วิธีค้นหาพิกัดที่ถูกต้อง ไปจนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นหากระบุผิดพลาด

HS Code ย่อมาจากอะไร ทำไมต้องมี

HS Code ย่อมาจาก Harmonized Commodity Description and Coding System เป็นระบบรหัสสากลที่ใช้จำแนกสินค้ามากกว่า 5,000 กลุ่ม ครอบคลุมกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

เหตุผลที่ต้องมีพิกัดศุลกากร เพราะแต่ละประเทศต้องเก็บอากรนำเข้าในอัตราที่แตกต่างกันตามประเภทสินค้า การมีรหัสกลาง ทำให้กรมศุลกากรของทุกประเทศเข้าใจตรงกันว่าสินค้าชิ้นนั้นคืออะไร อัตราอากรเท่าไร และต้องมีเอกสารอะไรประกอบ ถ้าไม่มีระบบนี้ สินค้าชนิดเดียวกันอาจถูกเรียกชื่อต่างกัน แล้วเสียอากรผิดอัตราได้

โครงสร้างรหัส HS Code มีกี่หลัก อ่านอย่างไร

รหัส HS Code มีโครงสร้างเป็นลำดับชั้น เริ่มจากหมวดกว้างไปจนถึงรายละเอียดสินค้าเฉพาะ

ระดับสากล 6 หลัก กับระดับประเทศ 8-11 หลัก

ในระดับสากล WCO กำหนดรหัสไว้ 6 หลัก ซึ่งทุกประเทศใช้เหมือนกัน แต่ละประเทศสามารถเพิ่มหลักต่อท้ายเพื่อจำแนกสินค้าให้ละเอียดขึ้นตามความต้องการของตนเอง สำหรับประเทศไทย ใช้ระบบ AHTN (ASEAN Harmonized Tariff Nomenclature) ที่มี 8 หลัก และอาจมีรหัสสถิติต่อท้ายอีก 3 หลัก รวมเป็น 11 หลัก

ระดับจำนวนหลักใช้โดยตัวอย่าง
สากล (HS)6 หลักทุกประเทศเหมือนกัน0901.21
อาเซียน (AHTN)8 หลักประเทศสมาชิกอาเซียน0901.21.20
ไทย (สถิติ)11 หลักประเทศไทย0901.21.20.000

ตัวอย่างการอ่านรหัส HS Code

ลองดูตัวอย่างรหัส 0901.21 ซึ่งหมายถึง กาแฟคั่ว ไม่มีคาเฟอีน

  • หลักที่ 1-2 (09) คือ ตอนที่ (Chapter) หมายถึง กาแฟ ชา และเครื่องเทศ
  • หลักที่ 3-4 (01) คือ ประจำพิกัด (Heading) หมายถึง กาแฟ
  • หลักที่ 5-6 (21) คือ ประจำพิกัดย่อย (Subheading) หมายถึง กาแฟคั่ว ไม่มีคาเฟอีน

เห็นไหมว่ายิ่งหลักเลขมากขึ้น ยิ่งระบุรายละเอียดสินค้าได้แม่นยำขึ้น


พิกัดศุลกากรขาเข้า 21 หมวดมีอะไรบ้าง

สินค้าทั้งหมดในระบบ HS Code ถูกจัดเป็น 21 หมวด (Section) ตามประเภทของสินค้า ตั้งแต่สัตว์มีชีวิตไปจนถึงงานศิลปะ

หมวดรายละเอียด
1สัตว์มีชีวิต ผลิตภัณฑ์จากสัตว์
2ผลิตภัณฑ์จากพืช
3ไขมัน น้ำมัน
4อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม ยาสูบ
5แร่ธาตุ
6ผลิตภัณฑ์เคมี
7พลาสติก ยาง
8หนังดิบ หนังฟอก
9ไม้ ผลิตภัณฑ์จากไม้
10เยื่อไม้ กระดาษ
11สิ่งทอ
12รองเท้า หมวก ร่ม
13หิน ปูน ซีเมนต์ แก้ว เซรามิก
14อัญมณี โลหะมีค่า
15โลหะสามัญ
16เครื่องจักร เครื่องไฟฟ้า
17ยานพาหนะ
18เครื่องมือวิทยาศาสตร์ นาฬิกา เครื่องดนตรี
19อาวุธ กระสุน
20สินค้าเบ็ดเตล็ด เฟอร์นิเจอร์
21งานศิลปะ วัตถุสะสม วัตถุโบราณ

ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องจำทั้ง 21 หมวด เพียงแค่รู้ว่าสินค้าของตนอยู่ในกลุ่มไหน แล้วค้นหาพิกัดที่แม่นยำจากเครื่องมือของกรมศุลกากรอีกทีหนึ่ง


วิธีค้นหาพิกัดศุลกากรที่ถูกต้อง

การค้นหาพิกัดที่ถูกต้องเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เพราะพิกัดที่ผิดจะทำให้เสียอากรผิดอัตราและอาจถูกปรับได้

ค้นหาผ่านเว็บกรมศุลกากร

ช่องทางหลักคือ ระบบ Integrated Tariff Database ของกรมศุลกากร ขั้นตอนมีดังนี้

  1. เข้าเว็บไซต์ itd.customs.go.th
  2. เลือกเมนู ค้นหาพิกัดอัตราอากร
  3. พิมพ์ชื่อสินค้าเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ
  4. ระบบจะแสดงรายการพิกัดที่เกี่ยวข้อง พร้อมอัตราอากร
  5. เลือกพิกัดที่ตรงกับลักษณะสินค้าของคุณมากที่สุด

ค้นหาผ่าน Tariff e-Service

อีกช่องทางหนึ่งคือ Tariff e-Service ซึ่งเป็นระบบใหม่ของกรมศุลกากรที่ใช้งานง่ายกว่า รองรับการค้นหาด้วยรหัส HS Code โดยตรง และแสดงอัตราอากรตามข้อตกลง FTA ต่าง ๆ ด้วย

ขอคำวินิจฉัยจากกรมศุลกากร (Advance Ruling)

ถ้าสินค้ามีลักษณะพิเศษหรือจัดหมวดหมู่ได้ยาก คุณสามารถยื่นคำร้องขอ Advance Ruling จากกรมศุลกากร ได้ เจ้าหน้าที่จะวินิจฉัยพิกัดให้อย่างเป็นทางการ ผลคำวินิจฉัยมีผลผูกพันทั้งผู้นำเข้าและกรมศุลกากร จึงช่วยลดความเสี่ยงจากข้อพิพาทเรื่องพิกัดได้

ผลกระทบจากการระบุพิกัดศุลกากรผิด

การระบุพิกัดผิดแม้เพียงหลักเดียว อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลายด้าน

เสียอากรขาด ต้องชำระเพิ่มพร้อมค่าปรับ

ถ้าพิกัดที่ระบุทำให้อัตราอากรต่ำกว่าความเป็นจริง ถือว่าเสียอากรขาด กรมศุลกากรมีอำนาจเรียกเก็บส่วนต่างพร้อมเบี้ยปรับ ตามพ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 หากพิสูจน์ได้ว่าเจตนาสำแดงเท็จ มีโทษทั้งปรับและจำคุก

สมมุติว่าบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) นำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 1 ล้านบาท ระบุพิกัดที่อัตราอากร 0% แต่พิกัดที่ถูกต้องคืออัตรา 5% แปลว่าต้องชำระอากรเพิ่ม 50,000 บาท บวกเบี้ยปรับและเงินเพิ่มอีก

เสียอากรเกิน สูญเสียต้นทุนโดยไม่จำเป็น

ในทางกลับกัน ถ้าพิกัดที่ระบุทำให้อัตราอากรสูงกว่าที่ควร คุณก็จ่ายอากรเกินโดยไม่รู้ตัว เรื่องนี้เกิดบ่อยกับผู้ประกอบการที่ไม่ได้ตรวจสอบพิกัดอย่างละเอียด แม้จะขอคืนได้ แต่กระบวนการใช้เวลาและกระทบกระแสเงินสด

สินค้าถูกกักหรือถูกยึด

ในกรณีร้ายแรง เช่น สินค้าที่ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าแต่ระบุพิกัดไม่ตรง สินค้าอาจถูกกักไว้ที่ท่าเรือหรือสนามบิน ทำให้ส่งมอบล่าช้า เสียค่าเก็บรักษา และกระทบแผนการขาย

พิกัดศุลกากรกับ FTA ช่วยลดอากรนำเข้าได้อย่างไร

ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเสียอากรนำเข้าต่ำลงหรือไม่ต้องเสียเลย สำหรับสินค้าบางประเภท โดยมีเงื่อนไขว่าต้องระบุพิกัดศุลกากรถูกต้อง และสินค้าต้องมีแหล่งกำเนิดจากประเทศคู่สัญญา

FTA หลักที่ประเทศไทยใช้ได้

FTAประเทศคู่สัญญา
AFTA (ATIGA)อาเซียน 10 ประเทศ
RCEPอาเซียน, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์
TAFTAไทย-ออสเตรเลีย
JTEPAไทย-ญี่ปุ่น
TCFTAไทย-จีน

วิธีเช็คสิทธิ์ลดอากรตามพิกัด

เข้าเว็บไซต์ Tariff e-Service แล้วค้นหาด้วย HS Code ของสินค้า ระบบจะแสดงอัตราอากรปกติ (MFN) และอัตราพิเศษตาม FTA แต่ละฉบับ ถ้าอัตรา FTA ต่ำกว่า ให้เตรียมหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) เพื่อใช้สิทธิ์ลดอากร ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จากกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

HS Code กับการทำบัญชีนำเข้า-ส่งออก

พิกัดศุลกากรไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับพิธีการศุลกากร แต่ยังเชื่อมโยงกับการบันทึกบัญชีด้วย

บันทึกอากรนำเข้าเป็นต้นทุนสินค้า

เมื่อนำเข้าสินค้า อากรศุลกากรที่จ่ายต้องนำไปรวมเป็นต้นทุนสินค้า ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายงวดปัจจุบัน ตัวอย่าง นำเข้าสินค้ามูลค่า 100,000 บาท เสียอากร 5,000 บาท ต้นทุนสินค้าที่บันทึกในบัญชีคือ 105,000 บาท ถ้าพิกัดผิดทำให้เสียอากรเกิน ต้นทุนสินค้าก็สูงเกินจริง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นบิดเบือนไปด้วย

VAT สำหรับสินค้านำเข้า

สินค้านำเข้าต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% คำนวณจากราคา CIF (ราคาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย) บวกอากรขาเข้า ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT สามารถนำภาษีซื้อนำเข้าไปหักกับภาษีขายได้ตามปกติ

ช่องทางสอบถามข้อมูลพิกัดศุลกากร

ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องพิกัด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมศุลกากร 1164, สำนักพิกัดอัตราศุลกากร กรมศุลกากร, ตัวแทนออกของ (Customs Broker) ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมศุลกากร หรือสมาคมชิปปิ้งแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์รวมความรู้เรื่องพิธีการศุลกากร


สรุป – ระบุพิกัดศุลกากรให้ถูกต้อง ช่วยธุรกิจประหยัดต้นทุนและลดปัญหา

พิกัดศุลกากรเป็นด่านแรกของการนำเข้า-ส่งออกที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ เพราะส่งผลต่อทั้งอัตราอากร ระยะเวลาผ่านพิธีการ และต้นทุนสินค้าที่บันทึกในบัญชี การลงทุนเวลาค้นหาพิกัดที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยป้องกันค่าปรับ ลดต้นทุน และรักษากระแสเงินสดให้ธุรกิจเดินหน้าได้ราบรื่น

จัดการบัญชีนำเข้า-ส่งออกให้เป็นระบบด้วย PEAK

เมื่อระบุพิกัดศุลกากรถูกต้องแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือบันทึกต้นทุนนำเข้าให้ถูกต้องในระบบบัญชี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME จัดการเอกสาร รายรับ-รายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพิกัดศุลกากร

HS Code กับ Tariff Code ต่างกันอย่างไร

HS Code คือรหัสสากล 6 หลักที่กำหนดโดย WCO ใช้จำแนกสินค้าเหมือนกันทั่วโลก ส่วน Tariff Code คือรหัสที่แต่ละประเทศขยายเพิ่มจาก HS Code เพื่อกำหนดอัตราอากรเฉพาะของตน ในทางปฏิบัติ คนมักใช้สองคำนี้สลับกันได้ แต่ถ้าพูดในบริบทของประเทศไทย Tariff Code มักหมายถึงรหัส 8 หลักตามระบบ AHTN

พิกัดศุลกากรขาเข้ากับขาออกต่างกันอย่างไร

HS Code 6 หลักแรกเหมือนกันทั้งขาเข้าและขาออก สิ่งที่ต่างกันคืออัตราอากร สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ได้รับยกเว้นอากรขาออก ยกเว้นสินค้าบางประเภท เช่น ไม้ หนังดิบ ที่รัฐกำหนดอัตราอากรขาออกไว้

ถ้าไม่แน่ใจพิกัดที่ถูกต้อง ควรทำอย่างไร

ขั้นตอนแรก ลองค้นหาจาก Integrated Tariff Database ที่ itd.customs.go.th ก่อน ถ้ายังไม่มั่นใจ ให้ปรึกษาตัวแทนออกของ (Customs Broker) ที่มีใบอนุญาต หรือยื่นคำร้องขอ Advance Ruling จากกรมศุลกากร ซึ่งจะได้คำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ

ใครเป็นคนกำหนดพิกัดศุลกากร

รหัส HS Code กำหนดโดยองค์การศุลกากรโลก (WCO) ที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยจะมีการทบทวนและปรับปรุงรหัสทุก 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและรูปแบบการค้าที่เปลี่ยนแปลง ฉบับล่าสุดคือ HS 2022 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เปลี่ยนงานบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย