อนุสัญญาภาษีซ้อน
Table of Contents

เจ้าของกิจการที่จ่ายค่าบริการ ค่าสิทธิ หรือเงินปันผลให้บริษัทต่างประเทศ มักเจอปัญหาถูกเก็บภาษีซ้ำทั้งในไทยและประเทศปลายทาง อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) คือข้อตกลงระหว่าง 2 ประเทศที่ช่วยลดหรือยกเว้นภาษีซ้ำนี้ได้

อนุสัญญาภาษีซ้อน คืออะไร

อนุสัญญาภาษีซ้อน คือข้อตกลงระหว่างรัฐบาล 2 ประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเก็บภาษีซ้ำจากรายได้ก้อนเดียวกัน ชื่อภาษาอังกฤษคือ Double Tax Agreement (DTA)

สมมุติว่าบริษัทไทยจ้างบริษัทญี่ปุ่นออกแบบระบบ ค่าจ้าง 1 ล้านบาท เงินก้อนนี้อาจถูกเก็บภาษีทั้งในไทยและญี่ปุ่น อนุสัญญาภาษีซ้อนเข้ามาช่วยกำหนดว่าประเทศไหนเก็บภาษีอะไร หรือจำกัดเพดานอัตราภาษีไว้

หลักการสำคัญที่ควรรู้

อนุสัญญาภาษีซ้อนใช้ 2 วิธีหลักในการป้องกันภาษีซ้ำ

  • วิธีเครดิตภาษี (Tax Credit) ให้นำภาษีที่จ่ายในอีกประเทศหนึ่งมาหักกับภาษีที่ต้องจ่ายในประเทศถิ่นที่อยู่ได้
  • วิธียกเว้นภาษี (Tax Exemption) กำหนดให้เก็บภาษีเฉพาะประเทศเดียว อีกประเทศยกเว้นให้

สิ่งสำคัญคืออนุสัญญามีผลเหนือกว่ากฎหมายภาษีภายในประเทศ ถ้าอนุสัญญากำหนดอัตราภาษีต่ำกว่าที่กฎหมายไทยกำหนด ผู้เสียภาษีมีสิทธิ์ใช้อัตราที่ต่ำกว่าได้ อ้างอิง กรมสรรพากร

ประเทศที่ไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อน

ปัจจุบันไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับ 61 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมคู่ค้าสำคัญทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา (รายชื่อเต็มจากกรมสรรพากร)

ประเทศที่ SME ไทยทำธุรกิจด้วยบ่อยที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ออสเตรเลีย และอินเดีย

ตารางอัตราเพดานภาษีประเทศยอดนิยม

อนุสัญญาแต่ละประเทศกำหนดเพดานอัตราภาษีไว้ไม่เท่ากัน ตารางด้านล่างสรุปอัตราสำหรับประเทศที่ SME ไทยทำธุรกิจด้วยมากที่สุด

ประเทศเงินปันผลดอกเบี้ยค่าสิทธิ
ญี่ปุ่น15% (หรือ 20%)25%15%
สหรัฐอเมริกา10% (หรือ 15%)10% (หรือ 15%)5% (หรือ 8%)
จีน15% (หรือ 20%)10%15%
สิงคโปร์10%10% (หรือ 15%)5% (หรือ 10%)
ฮ่องกง10%10% (หรือ 15%)5% (หรือ 10%)
เกาหลีใต้10% (หรือ 20%)10% (หรือ 15%)5% (หรือ 10%)

(อัตราที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับเงื่อนไข เช่น สัดส่วนการถือหุ้น หรือประเภทค่าสิทธิ ตรวจสอบรายละเอียดจากตารางเพดานอัตราภาษีของกรมสรรพากร)

ประเทศที่ไม่มีอนุสัญญากับไทย เช่น ไต้หวัน บราซิล และอาร์เจนตินา การจ่ายเงินไปประเทศเหล่านี้ต้องใช้อัตราหัก ณ ที่จ่ายตามกฎหมายไทยเต็มจำนวน ไม่สามารถใช้อัตราเพดานที่ต่ำกว่าได้

ภาษีประเภทใดบ้างที่อนุสัญญาคุ้มครอง

อนุสัญญาภาษีซ้อนครอบคลุมรายได้ 4 ประเภทหลักที่ SME ไทยมักเกี่ยวข้อง

ประเภทรายได้ตัวอย่างสถานการณ์ประมวลรัษฎากรไทย
เงินปันผล (Dividends)ลงทุนในบริษัทต่างชาติแล้วได้ปันผลหัก 10%
ดอกเบี้ย (Interest)กู้เงินจากธนาคารต่างประเทศหัก 15%
ค่าสิทธิ (Royalties)ใช้ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรหัก 15%
ค่าบริการ (Service Fees)จ้างที่ปรึกษา วิศวกร โปรแกรมเมอร์ต่างชาติหัก 15%

ถ้ามีอนุสัญญาภาษีซ้อน อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายอาจลดลงเหลือ 5-10% แทน ขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับแต่ละประเทศ

วิธีใช้สิทธิ์อนุสัญญาภาษีซ้อน (ขั้นตอนปฏิบัติ)

การใช้สิทธิ์ไม่ได้เกิดขึ้นอัตโนมัติ ผู้จ่ายเงินต้องทำเอง ขั้นตอนมีดังนี้

  1. ตรวจสอบว่ามีอนุสัญญากับประเทศปลายทาง เช็คจากเว็บไซต์กรมสรรพากร
  2. เตรียมหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Residence) ขอจากหน่วยงานภาษีของประเทศคู่สัญญา เพื่อยืนยันว่าผู้รับเงินมีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศนั้นจริง
  3. คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอัตราอนุสัญญา ใช้อัตราที่ต่ำกว่าระหว่างอัตราตามกฎหมายไทยกับอัตราตามอนุสัญญา
  4. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 (แบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับการจ่ายเงินให้ต่างประเทศ) ยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน ระบุว่าใช้สิทธิ์ตามอนุสัญญา

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ (Certificate of Residence) จากผู้รับเงิน
  • สัญญาว่าจ้างหรือ invoice ที่ระบุประเภทรายได้ชัดเจน
  • หลักฐานการจ่ายเงิน (สลิปโอน ใบยืนยันจากธนาคาร)
  • หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ คือเอกสารยืนยันว่าเราหักภาษีไว้แล้วก่อนจ่ายเงิน)

ตัวอย่างคำนวณภาษี (Case Study)

กรณีจ่ายค่าสิทธิให้บริษัทญี่ปุ่น

บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ให้บริษัทญี่ปุ่น 500,000 บาท

เปรียบเทียบกรณีใช้สิทธิ์อนุสัญญา กับไม่ใช้สิทธิ์

รายการไม่ใช้สิทธิ์อนุสัญญาใช้สิทธิ์อนุสัญญา
ค่าลิขสิทธิ์500,000 บาท500,000 บาท
อัตราหัก ณ ที่จ่าย15% (อัตราปกติ)15% (อนุสัญญาไทย-ญี่ปุ่น)
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย500,000 × 15% = 75,000 บาท500,000 × 15% = 75,000 บาท

กรณีนี้อัตราอนุสัญญาเท่ากับอัตราปกติ จึงไม่ได้ประโยชน์เพิ่ม

กรณีจ่ายค่าสิทธิให้บริษัทสิงคโปร์

บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) จ่ายค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ให้บริษัทสิงคโปร์ 500,000 บาท

รายการไม่ใช้สิทธิ์อนุสัญญาใช้สิทธิ์อนุสัญญา
ค่าลิขสิทธิ์500,000 บาท500,000 บาท
อัตราหัก ณ ที่จ่าย15% (อัตราปกติ)10% (อนุสัญญาไทย-สิงคโปร์)
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย500,000 × 15% = 75,000 บาท500,000 × 10% = 50,000 บาท
ประหยัดภาษี25,000 บาท

กรณีนี้ใช้สิทธิ์อนุสัญญาช่วยลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายลง 25,000 บาท เงินที่ประหยัดได้นี้ทำให้บริษัทคู่ค้าได้รับเงินมากขึ้น ช่วยให้การเจรจาต่อรองค่าบริการเป็นไปได้ง่ายกว่า

ข้อควรระวังในการใช้สิทธิ์อนุสัญญาภาษีซ้อน

ถ้าใช้อัตราอนุสัญญาโดยไม่มีเอกสาร Certificate of Residence มายืนยัน กรมสรรพากรอาจปฏิเสธและเรียกเก็บภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับ เงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน

นอกจากนี้ เจ้าของกิจการควรระวังเรื่องเหล่านี้

  • อนุสัญญาแต่ละประเทศมีเงื่อนไขต่างกัน อย่าใช้อัตราของประเทศหนึ่งกับอีกประเทศ
  • ค่าบริการบางประเภทอาจไม่อยู่ในขอบเขตที่อนุสัญญาคุ้มครอง ต้องดูเนื้อหาของอนุสัญญาเป็นรายกรณี
  • ถ้าผู้รับเงินมีสถานประกอบการถาวรในไทย (Permanent Establishment) กฎเกณฑ์อาจเปลี่ยน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษี

สรุป: อนุสัญญาภาษีซ้อน สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องทำ

  • เช็คก่อนว่าประเทศคู่ค้ามีอนุสัญญากับไทยหรือไม่ จากเว็บกรมสรรพากร
  • เตรียม Certificate of Residence จากผู้รับเงินทุกครั้งที่จะใช้สิทธิ์
  • ยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ระบุว่าใช้สิทธิ์อนุสัญญา

จัดการบัญชีและภาษีธุรกิจให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยเจ้าของกิจการออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) บันทึกรายการจ่ายเงินต่างประเทศ และติดตามกำหนดยื่นภาษีได้ในที่เดียว ลดโอกาสยื่นล่าช้าหรือคำนวณผิดพลาด ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับอนุสัญญาภาษีซ้อน

ถ้าไม่มีอนุสัญญากับประเทศนั้น ต้องทำอย่างไร

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราปกติของกฎหมายไทย (เช่น 15% สำหรับค่าสิทธิ) ผู้รับเงินต่างประเทศอาจนำภาษีที่ถูกหักไปขอเครดิตในประเทศตัวเอง ขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศนั้น

Certificate of Residence ขอจากไหน

ให้บริษัทคู่ค้าต่างประเทศขอจากหน่วยงานจัดเก็บภาษีของประเทศนั้น เช่น ญี่ปุ่นขอจาก National Tax Agency สิงคโปร์ขอจาก IRAS โดยเอกสารต้องระบุว่าบริษัทมีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศนั้นจริง

ยื่น ภ.ง.ด.54 กับ ภ.พ.36 ต่างกันอย่างไร

แบบ ภ.ง.ด.54 (แบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับการจ่ายเงินให้ต่างประเทศ) ใช้สำหรับนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ส่วนแบบ ภ.พ.36 (แบบยื่น VAT กรณีจ่ายค่าบริการให้บริษัทต่างประเทศ) ใช้สำหรับนำส่ง VAT เมื่อจ่ายค่าบริการต่างประเทศ ทั้ง 2 แบบอาจต้องยื่นพร้อมกัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากบทความ ภงด.54 กับ ภ.พ.36 ต่างกันอย่างไร


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine