
ค่าลิขสิทธิ์ คืออะไร? และคิดภาษีอย่างไร?
ค่าลิขสิทธิ์ หรือ Royalty Fee คือ เงินที่จ่ายเพื่อใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น เช่น ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เครื่องหมายการค้า สูตรการผลิต หรือสิทธิแฟรนไชส์ ประมวลรัษฎากรจัดเงินก้อนนี้เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(3) ผู้จ่ายจึงมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง
อัตราที่ต้องหักไม่ได้มีตัวเลขเดียว ขึ้นกับว่าผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัท และอยู่ในไทยหรือต่างประเทศ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือหัก 3% กับทุกคน ซึ่งถูกเฉพาะกรณีผู้รับเป็นบริษัทในไทย
สำหรับเจ้าของธุรกิจ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน
- อัตราและแบบที่ยื่นต่างกันตามผู้รับเงิน จ่ายบริษัทในไทยหัก 3% แต่จ่ายบุคคลธรรมดาต้องคำนวณตามอัตราก้าวหน้า และจ่ายต่างประเทศหัก 15%
- ถ้าจ่ายให้ต่างประเทศ ผู้จ่ายต้องนำส่ง VAT 7% แทนผู้รับด้วยแบบ ภ.พ.36 เพิ่มอีกฉบับ นอกจากภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- ถ้าไม่หักหรือหักไม่ครบ ผู้จ่ายต้องรับผิดร่วมกับผู้รับเงินในภาษีส่วนที่ขาด และเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน
ตลอดบทความนี้จะใช้ตัวอย่างของคุณเจน เจ้าของบริษัทร้านกาแฟ ที่จ่ายค่าสิทธิ 3 รายการ คือ ค่าสิทธิใช้สูตรเครื่องดื่มและแบรนด์ให้คุณโอ๊ตซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ค่าใช้ซอฟต์แวร์ขายหน้าร้านให้บริษัทในไทย และค่าใช้ซอฟต์แวร์จัดการสาขาให้บริษัทในญี่ปุ่น
เงินได้มาตรา 40(3) ครอบคลุมอะไรบ้าง?
มาตรา 40(3) ครอบคลุมค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น ในทางปฏิบัติจึงรวมหลายรายการที่ SME จ่ายอยู่แล้วโดยไม่ได้เรียกชื่อแบบนี้
- ค่าใช้สิทธิในซอฟต์แวร์ งานเขียน เพลง ภาพ หรืองานศิลปะ
- ค่าใช้เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า หรือแบรนด์
- ค่าใช้สิทธิบัตร สูตรการผลิต หรือกรรมวิธี
- ค่าสิทธิแฟรนไชส์ที่จ่ายเป็นงวดตามยอดขายหรือเป็นรายเดือน
- ค่าแห่งกู๊ดวิลล์
คำว่า “ค่าลิขสิทธิ์” กับ “ค่าสิทธิ” ในทางภาษีจึงอยู่ในเงินได้ประเภทเดียวกัน ไม่ต้องแยกอัตรา สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือผู้รับเงินเป็นใคร
ค่าลิขสิทธิ์หัก ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์?
อัตราขึ้นกับผู้รับเงิน 4 กลุ่ม ตามคู่มือภาษีสำหรับผู้ประกอบการ SME ของกรมสรรพากร
| ผู้รับเงิน | อัตราหัก | แบบที่ยื่น |
|---|---|---|
| บุคคลธรรมดาผู้อยู่ในประเทศไทย | อัตราก้าวหน้า 5–35% คำนวณตามมาตรา 50(1) | ภ.ง.ด.2 |
| บุคคลธรรมดาที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในไทย | 15% | ภ.ง.ด.2 |
| บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในไทย | 3% | ภ.ง.ด.53 |
| นิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย | 15% หรือตามอนุสัญญาภาษีซ้อน | ภ.ง.ด.54 |
ทุกแบบต้องยื่นและนำส่งภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ตได้ขยายเวลาอีก 8 วัน ถ้าผู้รับเป็นมูลนิธิหรือสมาคม อัตราหักเป็น 10% ตามคู่มือการหักภาษี ณ ที่จ่ายของกรมสรรพากร
จ่ายให้บริษัทในไทย หัก 3%
กรณีนี้ตรงไปตรงมาที่สุด หัก 3% จากยอดก่อน VAT ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับ และยื่น ภ.ง.ด.53 ความต่างของแบบ ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 อ่านต่อได้ที่บทความ ภ.ง.ด.53 และ ภ.ง.ด.3 ต่างกันอย่างไร
จ่ายให้บุคคลธรรมดาในไทย คำนวณตามอัตราก้าวหน้า
ค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาไม่ได้หักอัตราคงที่ แต่ต้องคำนวณเหมือนหักภาษีเงินเดือน คือประมาณเงินได้ทั้งปีจากผู้จ่ายรายนี้ หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน คำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า แล้วเฉลี่ยตามจำนวนครั้งที่จ่าย
ค่าใช้จ่ายที่หักได้สำหรับค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น คือ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หรือหักตามจริง ตามหลักเกณฑ์การหักค่าใช้จ่ายของกรมสรรพากร ภาษีที่หักไว้ยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.2 ไม่ใช่ ภ.ง.ด.3
จ่ายให้ต่างประเทศ หัก 15%
Royalty ที่จ่ายให้นิติบุคคลต่างประเทศซึ่งไม่ได้ประกอบกิจการในไทย ต้องหักภาษี 15% ตามมาตรา 70 และยื่น ภ.ง.ด.54 รายละเอียดของแบบนี้อ่านต่อได้ที่บทความ ภ.ง.ด.54 คืออะไร
อัตรา 15% ลดลงได้ถ้าไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศผู้รับ และอนุสัญญานั้นกำหนดอัตราค่าสิทธิไว้ต่ำกว่า แต่ไม่ใช่ทุกประเทศ
ตัวอย่างเช่น อนุสัญญาไทย-ญี่ปุ่น ข้อ 12 กำหนดภาษีค่าสิทธิไว้ไม่เกิน 15% บริษัทของคุณเจนจึงยังต้องหักเต็มอัตรา ควรเปิดข้อ “ค่าสิทธิ” ของอนุสัญญาประเทศนั้นทุกครั้งก่อนจ่าย
ค่าลิขสิทธิ์ต้องเสีย VAT ด้วยหรือไม่?
ต้องพิจารณา เพราะการให้ใช้สิทธิเป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาระ VAT แยกเป็น 2 กรณีตามที่อยู่ของผู้รับเงิน
| ผู้รับเงิน | ใครรับผิดชอบ VAT | ผู้จ่ายต้องทำอะไร |
|---|---|---|
| อยู่ในไทยและจดทะเบียน VAT | ผู้รับเงินออกใบกำกับภาษี | จ่าย VAT 7% และใช้เป็นภาษีซื้อได้ |
| อยู่ในไทยแต่ไม่ได้จด VAT | ไม่มี VAT | ไม่ต้องจ่าย VAT |
| อยู่ต่างประเทศ | ผู้จ่ายในไทยนำส่งแทน | ยื่น ภ.พ.36 และนำส่ง VAT 7% |
กรณีต่างประเทศ ภาษีที่ชำระตาม ภ.พ.36 นำไปเป็นภาษีซื้อของเดือนภาษีที่ได้ชำระแล้ว ตามข้อหารือของกรมสรรพากร เพราะใบเสร็จของกรมสรรพากรใช้เป็นหลักฐานภาษีซื้อ ภาษีซื้อจึงเกิดในเดือนที่ชำระ ไม่ใช่เดือนที่จ่ายค่าสิทธิ
ความต่างของ ภ.พ.36 กับ ภ.ง.ด.54 อ่านต่อได้ที่บทความ ภ.พ.36 คืออะไร
ตัวอย่างการคำนวณหัก ณ ที่จ่ายค่าลิขสิทธิ์ทั้ง 3 กรณี
กลับมาที่บริษัทของคุณเจน ซึ่งจดทะเบียน VAT แล้ว ในเดือนมกราคม 2570 มีรายการจ่ายค่าสิทธิ 3 รายการ
กรณีที่ 1 จ่ายบริษัทในไทย
ค่าใช้ซอฟต์แวร์ขายหน้าร้าน 100,000 บาท บวก VAT ผู้ขายจดทะเบียน VAT
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|---|
| ค่าสิทธิก่อน VAT | 100,000 | |
| VAT 7% | 100,000 × 7% | 7,000 |
| หัก ณ ที่จ่าย 3% | 100,000 × 3% | 3,000 |
| ยอดโอนให้ผู้รับ | 100,000 + 7,000 − 3,000 | 104,000 |
คุณเจนยื่น ภ.ง.ด.53 นำส่ง 3,000 บาท และออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้บริษัทผู้รับ
กรณีที่ 2 จ่ายบุคคลธรรมดาในไทย
ค่าสิทธิใช้สูตรเครื่องดื่มและแบรนด์ของคุณโอ๊ต เดือนละ 30,000 บาท ทั้งปี 360,000 บาท สมมติคุณโอ๊ตแจ้งใช้เฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัว และไม่ได้จด VAT
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|---|
| เงินได้ทั้งปีจากบริษัทของคุณเจน | 30,000 × 12 | 360,000 |
| หักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 | 360,000 × 50% = 180,000 ใช้เพดาน | 100,000 |
| หักค่าลดหย่อนส่วนตัว | 60,000 | |
| เงินได้สุทธิ | 360,000 − 100,000 − 60,000 | 200,000 |
| ภาษีทั้งปี | 150,000 แรกยกเว้น · 50,000 × 5% | 2,500 |
| หัก ณ ที่จ่ายต่อเดือน | 2,500 ÷ 12 | 208.33 |
| ยอดโอนให้คุณโอ๊ตต่อเดือน | 30,000 − 208.33 | 29,791.67 |
ถ้าหัก 3% ตามที่เข้าใจผิด คุณเจนจะหักเดือนละ 900 บาท มากกว่าที่ควรเกือบ 4 เท่า และยื่นผิดแบบ ตัวเลขจริงของแต่ละรายขึ้นกับเงินได้และค่าลดหย่อนที่ผู้รับแจ้ง
กรณีที่ 3 จ่ายบริษัทในญี่ปุ่น
ค่าใช้ซอฟต์แวร์จัดการสาขา 500,000 บาท ผู้รับไม่ได้ประกอบกิจการในไทย
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน (บาท) |
|---|---|---|
| ค่าสิทธิ | 500,000 | |
| หัก ณ ที่จ่าย 15% (ภ.ง.ด.54) | 500,000 × 15% | 75,000 |
| ยอดโอนไปญี่ปุ่น | 500,000 − 75,000 | 425,000 |
| VAT นำส่งแทน (ภ.พ.36) | 500,000 × 7% | 35,000 |
คุณเจนต้องยื่น 2 แบบภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2570 คือ ภ.ง.ด.54 นำส่ง 75,000 บาท และ ภ.พ.36 นำส่ง 35,000 บาท ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ตได้ขยายเวลาอีก 8 วัน แล้วนำ VAT 35,000 บาทไปเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษีที่ชำระ
บันทึกบัญชีค่าลิขสิทธิ์อย่างไร?
บันทึกยอดค่าสิทธิเป็นค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนก่อนหักภาษี และบันทึกภาษีที่หักไว้เป็นหนี้สินจนกว่าจะนำส่ง ตัวอย่างจากกรณีที่ 1 และ 3 ของคุณเจน
วันจ่ายเงินกรณีที่ 1 (บริษัทในไทย)
| บัญชี | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| ค่าสิทธิซอฟต์แวร์ | 100,000 | |
| ภาษีซื้อ | 7,000 | |
| เงินฝากธนาคาร | 104,000 | |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย | 3,000 |
วันจ่ายเงินกรณีที่ 3 (บริษัทในญี่ปุ่น)
| บัญชี | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| ค่าสิทธิซอฟต์แวร์ | 500,000 | |
| เงินฝากธนาคาร | 425,000 | |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย | 75,000 |
วันยื่น ภ.ง.ด.54 และ ภ.พ.36
| บัญชี | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย | 75,000 | |
| ภาษีซื้อ | 35,000 | |
| เงินฝากธนาคาร | 110,000 |
VAT ตาม ภ.พ.36 บันทึกเป็นภาษีซื้อในวันที่ชำระ เพราะเป็นวันที่ได้หลักฐานจากกรมสรรพากร ถ้าบันทึกตั้งแต่วันจ่ายค่าสิทธิ ภาษีซื้อในบัญชีจะไม่ตรงกับเดือนที่ใช้ใน ภ.พ.30
ขั้นตอนยื่นแบบภาษีเมื่อจ่ายค่าลิขสิทธิ์
- ดูว่าผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล อยู่ในไทยหรือต่างประเทศ แล้วเลือกอัตราตามตาราง
- หักภาษีในวันที่จ่ายเงิน และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ผู้รับ
- ยื่น ภ.ง.ด.2, ภ.ง.ด.53 หรือ ภ.ง.ด.54 พร้อมนำส่งภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือน (ออนไลน์ขยายอีก 8 วัน)
- ถ้าจ่ายต่างประเทศ ยื่น ภ.พ.36 นำส่ง VAT ภายในกำหนดเดียวกัน แล้วนำไปเป็นภาษีซื้อใน ภ.พ.30 ของเดือนที่ชำระ
อัตราหัก ณ ที่จ่ายของเงินได้ประเภทอื่นดูรวมได้ที่หน้า อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ของ PEAK
ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าลิขสิทธิ์
จากประสบการณ์ ปัญหาที่พบบ่อยของ SME ไม่ใช่การคำนวณ 15% ผิด แต่เป็นการลืมยื่น ภ.พ.36 เพราะคิดว่าหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วจบ
- ค่าซอฟต์แวร์แบบสมัครสมาชิกรายเดือนจากต่างประเทศ ต้องดูสัญญาว่าเป็นค่าใช้สิทธิในซอฟต์แวร์หรือเป็นค่าบริการ เพราะประเภทเงินได้มีผลต่อการหักภาษีและแบบที่ยื่น
- ถ้าจะขอใช้อัตราตามอนุสัญญาภาษีซ้อน ควรขอหลักฐานว่าผู้รับมีถิ่นที่อยู่ในประเทศคู่สัญญาเก็บไว้ประกอบการหักภาษี
- ถ้าสัญญากำหนดให้ผู้จ่ายออกภาษีแทนผู้รับ ภาษีที่ออกแทนอาจถือเป็นเงินได้ของผู้รับเพิ่มอีก ควรให้ผู้สอบบัญชีช่วยคำนวณก่อนเซ็นสัญญา
- ค่าสิทธิที่จ่ายเพื่อใช้ในกิจการบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ แต่ถ้าเป็นการซื้อสิทธิขาดที่ใช้ได้หลายปี อาจต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนแล้วตัดจำหน่ายตามอายุ
สรุป – ค่าลิขสิทธิ์หัก ณ ที่จ่ายต้องจำอะไรบ้าง?
ค่าลิขสิทธิ์ไม่มีอัตราหักเดียว ผู้จ่ายต้องเริ่มจากถามว่าผู้รับเป็นใคร แล้วเลือกอัตรา แบบที่ยื่น และภาระ VAT ให้ตรงกรณี
- บริษัทในไทยหัก 3% ยื่น ภ.ง.ด.53 · บุคคลธรรมดาในไทยคำนวณตามอัตราก้าวหน้า ยื่น ภ.ง.ด.2
- ต่างประเทศหัก 15% (นิติบุคคลยื่น ภ.ง.ด.54 · บุคคลธรรมดายื่น ภ.ง.ด.2) และอนุสัญญาภาษีซ้อนไม่ได้ลดอัตราทุกประเทศ
- จ่ายต่างประเทศต้องยื่น ภ.พ.36 นำส่ง VAT 7% แล้วใช้เป็นภาษีซื้อในเดือนที่ชำระ
- ยื่นทุกแบบภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่าย ยื่นออนไลน์ขยายอีก 8 วัน
ถ้าเริ่มจากวันนี้ ลองดึงรายการจ่ายค่าซอฟต์แวร์ ค่าแฟรนไชส์ และค่าใช้แบรนด์ของปีนี้ออกมา แล้วเช็กว่าผู้รับแต่ละรายถูกหักด้วยอัตราและแบบที่ถูกต้องหรือไม่
รายการค่าสิทธิมักจ่ายซ้ำทุกเดือนให้ผู้รับเดิม ถ้าต้องจำอัตราและแบบเองทุกครั้งจะพลาดง่าย
โปรแกรมบัญชี PEAK ช่วยบันทึกค่าใช้จ่ายพร้อมภาษีหัก ณ ที่จ่าย และพิมพ์หนังสือรับรองการหักภาษีได้จากหน้าข้อมูลการชำระของเอกสารนั้น ดูขั้นตอนได้ที่คู่มือพิมพ์หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายใน PEAK
ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่บทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี และบทความด้านธุรกิจ ของ PEAK
แหล่งอ้างอิง:
- กรมสรรพากร – คู่มือภาษีสำหรับผู้ประกอบการ SME
- กรมสรรพากร – คู่มือการหักภาษี ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53
- กรมสรรพากร – การหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- กรมสรรพากร – อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย-ญี่ปุ่น ข้อ 11–15
- กรมสรรพากร – ข้อหารือ ภาษีซื้อจากการนำส่ง ภ.พ.36
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าลิขสิทธิ์หัก ณ ที่จ่าย
ค่าซอฟต์แวร์รายเดือนต้องหัก ณ ที่จ่ายทุกเดือนไหม?
ต้องหักทุกครั้งที่จ่าย ถ้าจ่ายรายเดือนก็หักและยื่นแบบทุกเดือน เช่น จ่ายค่าใช้ซอฟต์แวร์ให้บริษัทในไทยเดือนละ 10,000 บาท ต้องหักเดือนละ 300 บาท และยื่น ภ.ง.ด.53 ทุกเดือน
ลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าลิขสิทธิ์จะเกิดอะไรขึ้น?
ผู้จ่ายต้องรับผิดร่วมกับผู้รับเงินในภาษีที่ไม่ได้หักตามมาตรา 54 และเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของภาษีที่ต้องนำส่งตามมาตรา 27 ถ้ายื่นแบบช้ายังมีเบี้ยปรับและค่าปรับเพิ่ม
ค่าแฟรนไชส์ถือเป็นค่าลิขสิทธิ์ไหม?
ถือเป็นค่าสิทธิตามมาตรา 40(3) ถ้าเป็นค่าตอบแทนการใช้แบรนด์ ระบบ หรือสูตร อัตราหักจึงเป็นไปตามผู้รับ คือ 3% ถ้าผู้รับเป็นบริษัทในไทย และคำนวณตามอัตราก้าวหน้าถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา
จ่ายค่าสิทธิให้มูลนิธิหรือสมาคมหักเท่าไร?
หัก 10% และยื่น ภ.ง.ด.53 ยกเว้นมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้ได้รับยกเว้นตามมาตรา 47(7)(ข)
ค่าลิขสิทธิ์กับค่าบริการหักภาษีต่างกันไหม?
ถ้าผู้รับเป็นบริษัทในไทย ทั้งสองแบบหัก 3% เท่ากัน แต่ถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาหรืออยู่ต่างประเทศ ประเภทเงินได้มีผลต่ออัตรา วิธีคำนวณ และแบบที่ยื่น จึงต้องดูสัญญาว่าจ่ายเพื่อใช้สิทธิหรือจ่ายเพื่อให้ทำงานให้
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
