e-witholding tax

ทุกเดือนต้องยื่น ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 เอง ต้องออก 50 ทวิ ทีละฉบับ แล้วยังโดนหัก ณ ที่จ่ายสูงถึง 5% อีก

ถ้ามีวิธีตัดงานเหล่านี้ออกไปพร้อมกับเสียภาษีน้อยลง ธุรกิจจะเบาขึ้นแค่ไหน?

บทความนี้อธิบายว่า e-Withholding Tax ทำได้อย่างไร มาตรการใหม่ปี 2569 มีอะไรบ้าง ใครใช้ได้ พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริง

e-Withholding Tax คืออะไร

e-Withholding Tax หรือ e-WHT คือบริการของกรมสรรพากรที่ให้ธนาคารเป็นตัวกลางจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ทั้งหมด เมื่อบริษัทโอนเงินค่าบริการให้คู่ค้า ธนาคารจะหักภาษีและนำส่งสรรพากรให้ในขั้นตอนเดียว ผู้จ่ายไม่ต้องจัดการเอกสารภาษีเอง

ระบบทำงานอย่างไร

e-witholding tax ทำงานอย่างไร
  • บริษัทผู้จ่ายเงิน สั่งโอนเงินให้คู่ค้าผ่านธนาคารที่รองรับระบบนี้ พร้อมระบุประเภทเงินได้
  • ธนาคาร หักภาษีตามอัตราที่กำหนด (ซึ่งปัจจุบันเหลือ 1%) นำส่งเงินภาษีให้กรมสรรพากร แล้วจัดทำหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ให้ทั้งสองฝ่าย
  • คู่ค้าผู้รับเงิน ได้รับเงินหลังหักภาษีแล้ว ตรวจสอบข้อมูลภาษีที่ถูกหักได้ทันทีที่เว็บไซต์กรมสรรพากร

ข้อดีของการใช้ e-Withholding Tax

  • ตัดงานเอกสารทิ้ง — ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.3/53 รายเดือนและรายปี ไม่ต้องออก 50 ทวิ เพราะธนาคารจัดการให้อัตโนมัติ
  • ลดความเสี่ยงเรื่องภาษี — หมดปัญหายื่นผิด ยื่นช้า หรือคำนวณอัตราผิดพลาด
  • ลดอัตราภาษีเหลือ 1% — แทนอัตราปกติ 2-5% คู่ค้าที่รับเงินจากเราก็ได้รับเต็มมือขึ้น สภาพคล่องทั้งสองฝ่ายดีขึ้น

มาตรการ e-Tax ใหม่ มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

กรมสรรพากรขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ออกไปอีก 2 ปี (ประกาศกรมสรรพากร ปชส. 14/2569) มาตรการนี้เดิมหมดอายุเมื่อสิ้นปี 2568 แต่ขยายออกไปถึง 31 ธ.ค. 2570 มี 2 เรื่องที่ควรรู้

1. ลดหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1% ทุกประเภท

ถ้าคู่ค้าจ่ายเงินให้ธุรกิจของเราผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ อัตราหัก ณ ที่จ่ายจะเหลือแค่ 1% ทั้งหมด แทนที่จะโดนหัก 2-5% ตามปกติ

ตัวอย่าง: บริษัทของเรา (ชื่อสมมุติ) รับจ้างทำงานเหมา 100,000 บาท

  • คู่ค้าจ่ายแบบปกติ → โดนหัก 3% = 3,000 บาท เราได้รับ 97,000 บาท
  • คู่ค้าจ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ → โดนหัก 1% = 1,000 บาท เราได้รับ 99,000 บาท

ส่วนต่าง 2,000 บาทต่อรายการนี้ ถ้ารับงานเดือนละ 10 รายการก็ประหยัดได้ 20,000 บาทต่อเดือน

2. หักรายจ่ายลงทุนระบบ e-Tax ได้ 2 เท่า

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ลงทุนวางระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt หรือระบบหักภาษีอิเล็กทรอนิกส์ สามารถนำค่าใช้จ่ายต่อไปนี้มาหักภาษีได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง

  • ค่าลงทุนวางระบบ (ทั้ง e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบหักภาษีอิเล็กทรอนิกส์)
  • ค่าบริการรายเดือนหรือรายปีที่จ่ายให้ผู้ให้บริการระบบ (Service Provider)
  • สิ่งใหม่ในรอบนี้: ค่าตรวจประเมินระบบที่ Service Provider จ่ายให้ สพธอ. นิติบุคคลนำมาหักรายจ่ายได้ 2 เท่าเช่นกัน

ตัวอย่าง: จ่ายค่าบริการระบบ e-Tax Invoice ปีละ 50,000 บาท → นำไปหักรายจ่ายได้ 100,000 บาท ช่วยลดฐานภาษีเงินได้นิติบุคคลได้อีกทาง

เปรียบเทียบอัตราหัก ณ ที่จ่าย: ก่อนและหลังใช้ e-WHT

ประเภทเงินได้อัตราปกติผ่าน e-WHTประหยัดได้
ค่าขนส่ง1%1%
ค่าโฆษณา2%1%ลด 1%
ค่าจ้างทำของ, ค่าบริการ3%1%ลด 2%
ค่าเช่าทรัพย์สิน5%1%ลด 4%

ยิ่งอัตราเดิมสูง ยิ่งได้ประโยชน์มาก ลองดูตัวอย่าง: ธุรกิจของเรา (ชื่อสมมุติ) ให้เช่าสำนักงานเดือนละ 80,000 บาท

  • ผู้เช่าจ่ายแบบเดิม: โดนหัก 5% = 4,000 บาท/เดือน → เราได้รับ 76,000 บาท
  • ผู้เช่าจ่ายผ่าน e-WHT: โดนหัก 1% = 800 บาท/เดือน → เราได้รับ 79,200 บาท
  • รวมทั้งปี: เราได้เงินเพิ่ม 38,400 บาท

ธุรกิจแบบไหนควรเริ่มใช้ e-Withholding Tax

ถ้ากิจการมีรายการจ่ายเงินให้คู่ค้าหลายรายการต่อเดือน ระบบนี้จะช่วยลดงานได้มาก โดยเฉพาะ

  • ธุรกิจที่จ้างฟรีแลนซ์หรือ outsource งานเป็นประจำ เช่น ออกแบบ พัฒนาเว็บไซต์ ผลิตคอนเทนต์ หรือที่ปรึกษา
  • สำนักงานบัญชีที่ดูแลลูกค้าหลายรายและต้องจัดการเอกสารภาษีปริมาณมากทุกเดือน
  • บริษัทที่เช่าพื้นที่สำนักงาน คลังสินค้า หรือทรัพย์สินมูลค่าสูง
  • ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่จ่ายค่าบริการให้ตัวแทนออกของ (Shipping/Customs Broker) เป็นประจำ

วิธีการเริ่มต้นใช้งาน e-WHT

การสมัครไม่ซับซ้อน ทำได้ 4 ขั้นตอน ไม่มีค่าธรรมเนียมจากกรมสรรพากร (ค่าบริการขึ้นอยู่กับธนาคาร)

  1. ติดต่อธนาคารที่กิจการมีบัญชีอยู่ เพื่อสมัครบริการ e-Withholding Tax
  2. ลงทะเบียนเข้าใช้ระบบผ่านเว็บไซต์ของธนาคาร
  3. เมื่อจะจ่ายเงินให้คู่ค้า เลือกช่องทาง e-WHT แล้วระบุประเภทเงินได้
  4. ธนาคารหักภาษี 1% อัตโนมัติ นำส่งสรรพากรให้ พร้อมออกหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์

ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ที่รองรับระบบนี้มี 11 แห่ง ครอบคลุมธนาคารหลักที่ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้อยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น กรุงเทพ กสิกรไทย กรุงไทย ไทยพาณิชย์ ทหารไทยธนชาต กรุงศรีอยุธยา ยูโอบี ซีไอเอ็มบี ทิสโก้ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และเกียรตินาคินภัทร

กิจการที่ยังไม่ได้ใช้ระบบนี้ สมัครได้ทันทีผ่านช่องทางออนไลน์ของธนาคาร ไม่ต้องไปสาขา

ตรวจสอบข้อมูลภาษีที่นำส่งแล้วได้ที่ ระบบ e-Withholding Tax ของกรมสรรพากร

สรุป

e-Withholding Tax ช่วยเจ้าของกิจการลดงานเอกสารภาษีหัก ณ ที่จ่าย ได้สิทธิจ่ายภาษีในอัตราที่ต่ำลง และนำค่าลงทุนระบบมาหักรายจ่ายได้ 2 เท่า สิทธิประโยชน์ทั้งหมดนี้มีผลถึงสิ้นปี 2570 ธุรกิจที่ยังไม่ได้เริ่มใช้ ตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีในการสมัครกับธนาคาร

PEAK รองรับการบันทึกบัญชีกรณีธุรกิจจด e-WHT

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ รองรับการบันทึกรายจ่ายผ่านระบบหักภาษีอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร ทั้งบันทึกบัญชีและออกเอกสาร ระบบยังเชื่อมต่อ e-Tax Invoice & e-Receipt ได้โดยตรง เมื่อบันทึกรายจ่ายใน PEAK ระบบจะคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้อัตโนมัติตาม อัตราที่ถูกต้อง ไม่ต้องจำเองว่ารายการไหนหักกี่เปอร์เซ็นต์


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ e-Withholding Tax

ในมาตรการปี 2569 e-Withholding Tax หัก กี่ เปอร์เซ็นต์?

หัก 1% ทุกประเภทเงินได้ที่จ่ายผ่านระบบนี้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2570 ถ้าจ่ายนอกระบบจะยังคงหักตามอัตราปกติ (1-5% ตามประเภทเงินได้)

ผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายผ่าน e-WHT ได้ประโยชน์อะไร?

ได้รับเงินมากขึ้นในแต่ละรอบการจ่าย เพราะถูกหักน้อยลง เช็คสถานะการหักภาษีได้เลยที่ epay.rd.go.th โดยไม่ต้องรอ 50 ทวิ

นอกจากนี้ยังนำยอดภาษีที่ถูกหักไปใช้เป็นเครดิตภาษีตอนยื่นแบบสิ้นปีได้ตามปกติ

e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร ต่างจาก e-WHT อย่างไร?

e-Tax Invoice & e-Receipt คือระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แทนใบกำกับภาษีกระดาษ เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นหลัก ส่วน e-Withholding Tax เกี่ยวกับการหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยเฉพาะ ทั้งสองระบบเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย Digital Transformation ของกรมสรรพากร

ทั้งคู่ได้สิทธิประโยชน์จากมาตรการเดียวกัน และใช้ควบคู่กันได้

มาตรการหักรายจ่าย 2 เท่า ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

ครอบคลุมทั้งค่าลงทุนวางระบบและค่าบริการรายเดือน/รายปีที่จ่ายให้ Service Provider รวมถึงค่าตรวจประเมินระบบที่จ่ายให้ สพธอ. ด้วย ซึ่งเป็นรายการที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในมาตรการรอบนี้

นิติบุคคลที่ต้องการใช้สิทธินี้ ให้เก็บหลักฐานการจ่ายเงินไว้ครบถ้วนเพื่อใช้ประกอบการยื่นภาษี


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com/ (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @systemseedwebs-com
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ตัวช่วยผู้ประกอบการจัดการภาษี