
ถูกลอตเตอรี่หรือถูกรางวัลชิงโชค สิ่งแรกที่ต้องรู้คือเงินรางวัลต้องเสียภาษีเท่าไหร่ คำตอบสั้นๆ คือ ลอตเตอรี่หัก 1% ส่วนชิงโชคหัก 5% แต่แต่ละประเภทมีเงื่อนไขต่างกัน
บทความนี้สรุปอัตราภาษีเงินรางวัลครบทุกประเภท พร้อมตัวอย่างคำนวณจริง นอกจากนี้ยังเพิ่มมุมสำหรับผู้ประกอบการที่จัดกิจกรรมชิงโชค ว่าต้องหัก ณ ที่จ่ายอย่างไรให้ถูกต้อง
ถูกรางวัล ต้องเสียภาษีเท่าไหร่?
เงินรางวัลทุกประเภทถูกจัดเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ตามประมวลรัษฎากร ผู้จ่ายเงินรางวัลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายเงินให้ผู้ถูกรางวัล
อัตราที่หักขึ้นอยู่กับ “ประเภทของรางวัล” เป็นหลัก สรุปเปรียบเทียบไว้ในตารางด้านล่าง
| ประเภทรางวัล | อัตราหัก ณ ที่จ่าย | ต้องยื่นภาษีเงินได้ประจำปีเพิ่มไหม? | อ้างอิง |
|---|---|---|---|
| สลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) | 1% ของเงินรางวัล | ไม่ต้อง — จ่าย 1% จบ ไม่ต้องยื่นเพิ่ม | มาตรา 48(5) ประมวลรัษฎากร |
| สลากการกุศล | 1% ของเงินรางวัล | ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี | คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 |
| รางวัลชิงโชค แคมเปญ โปรโมชัน | 5% ของมูลค่ารางวัล | ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี | คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 |
📊 [แทรกรูป: Infographic เปรียบเทียบอัตราภาษีเงินรางวัล 3 ประเภท (optional — มีหรือไม่มีก็ได้)] เนื้อหาภาษาไทย · พื้นหลัง
#2c90ed
ประเภทเงินรางวัลกับอัตราภาษีที่ต้องรู้
สลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) — หักภาษี ณ ที่จ่าย 1%
เงินรางวัลจากสลากกินแบ่งรัฐบาลถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของเงินรางวัลทั้งจำนวน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นผู้หัก ณ จุดที่ขึ้นเงินรางวัล (ข้อมูลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล)
ข้อดีของเงินรางวัลจากลอตเตอรี่คือ เลือกให้ภาษี 1% เป็น “ภาษีสุดท้าย” ได้เลย ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีอีก (ตามมาตรา 48(5) ประมวลรัษฎากร)
พูดง่ายๆ คือ ถ้าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จ่ายภาษี 1% จบ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
สลากการกุศล — หักภาษี ณ ที่จ่าย 1%
สลากการกุศลหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% เท่ากับลอตเตอรี่ แต่มีจุดต่างสำคัญ ผู้ถูกรางวัลต้องนำเงินรางวัลไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ประจำปีด้วย
นั่นหมายความว่า 1% ที่ถูกหักไปเป็นเพียง “เงินภาษีจ่ายล่วงหน้า” ถ้าตอนสิ้นปีคำนวณภาษีแล้วต้องจ่ายมากกว่า 1% ก็ต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่ม
รางวัลชิงโชค แคมเปญ โปรโมชัน — หักภาษี ณ ที่จ่าย 5%
รางวัลจากกิจกรรมส่งเสริมการขาย การชิงโชค หรือแคมเปญต่างๆ ถูกหัก ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัล ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือของรางวัล (ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528)
ถ้าเป็นของรางวัล เช่น ทองคำ รถยนต์ คำนวณภาษีจากมูลค่าตลาดของสิ่งของนั้น ผู้จัดกิจกรรมมีหน้าที่หัก 5% ก่อนมอบรางวัล ส่วนผู้ถูกรางวัลต้องนำมูลค่ารางวัลไปรวมยื่นภาษีเงินได้ประจำปีด้วย
คำนวณภาษีเมื่อถูกรางวัล — ตัวอย่างจริง
ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 (6 ล้านบาท) เสียภาษีเท่าไหร่
ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 6,000,000 บาท คำนวณภาษีดังนี้
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| เงินรางวัลรวม | — | 6,000,000 บาท |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% | 6,000,000 × 1% | 60,000 บาท |
| อากรแสตมป์ 0.5% (ตามบัญชีอากรแสตมป์ ข้อ 28) | 6,000,000 × 0.5% | 30,000 บาท |
| ค่าธรรมเนียมขึ้นเงิน | — | 0 บาท (ฟรี) |
| เงินที่ได้รับจริง | 6,000,000 – 60,000 – 30,000 | 5,910,000 บาท |
จ่ายภาษีแค่ 1% เท่านี้จบ ไม่ต้องนำไปรวมยื่นภาษีเงินได้ประจำปีอีก
ถูกลอตเตอรี่ 2 ใบ (12 ล้านบาท) เสียภาษีเท่าไหร่
กรณีถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ เงินรางวัลรวม 12,000,000 บาท
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| เงินรางวัลรวม (2 ใบ) | 6,000,000 × 2 | 12,000,000 บาท |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% | 12,000,000 × 1% | 120,000 บาท |
| อากรแสตมป์ 0.5% (ตามบัญชีอากรแสตมป์ ข้อ 28) | 12,000,000 × 0.5% | 60,000 บาท |
| เงินที่ได้รับจริง | 12,000,000 – 120,000 – 60,000 | 11,820,000 บาท |
ถูกสลากการกุศล เสียภาษีต่างจากสลากกินแบ่งอย่างไร
สมมติถูกสลากการกุศลรางวัลที่ 1 มูลค่า 10,000,000 บาท
| รายการ | วิธีคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| เงินรางวัล | — | 10,000,000 บาท |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% | 10,000,000 × 1% | 100,000 บาท |
| เงินที่ได้รับ ณ จุดขึ้นเงิน | 10,000,000 – 100,000 | 9,900,000 บาท |
แต่ยังไม่จบ เมื่อถึงช่วงยื่นภาษีประจำปี ต้องนำเงินรางวัล 10,000,000 บาท ไปรวมกับรายได้อื่นแล้วคำนวณภาษีตามขั้นบันไดปกติ โดยนำ 100,000 บาทที่ถูกหักไปแล้วมาเป็นเครดิตหักออก ถ้ายังต้องจ่ายเพิ่มก็จ่ายส่วนต่าง
ธุรกิจจัดชิงโชค แจกรางวัล — หัก ณ ที่จ่ายอย่างไร
ส่วนนี้สำหรับผู้ประกอบการที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ชิงโชค หรือแจกของรางวัลให้ลูกค้า
ใครเป็นผู้มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย
บริษัทหรือผู้จัดกิจกรรมชิงโชคมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของมูลค่ารางวัลก่อนมอบให้ผู้ชนะ จากนั้นนำส่งกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 (แบบยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากบุคคลธรรมดา)
ถ้าเป็นของรางวัล เช่น ทองคำ 1 บาทมูลค่า 50,000 บาท ต้องหัก 5% = 2,500 บาท ผู้จัดอาจเก็บเงินจากผู้ชนะ หรือออกภาษีให้แล้วบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท
วิธีบันทึกบัญชีเมื่อบริษัทแจกรางวัลชิงโชค
ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) จัดชิงโชคแจกเงินสด 100,000 บาท
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| ค่าส่งเสริมการขาย | 100,000 | — |
| เงินสด/ธนาคาร | — | 95,000 |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย | — | 5,000 |
เมื่อนำส่งภาษีให้กรมสรรพากร
| รายการ | Dr (เดบิต) | Cr (เครดิต) |
|---|---|---|
| ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย | 5,000 | — |
| เงินสด/ธนาคาร | — | 5,000 |
ธุรกิจที่จัดชิงโชคบ่อย การใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์จะช่วยบันทึกรายการหัก ณ ที่จ่ายและออกหนังสือรับรองได้โดยอัตโนมัติ ลดงานซ้ำและป้องกันข้อผิดพลาด
ถูกรางวัลแล้ว ยื่นภาษีเงินได้อย่างไร
หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) คืออะไร สำคัญอย่างไร
หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย หรือที่เรียกกันว่า “50 ทวิ” คือเอกสารยืนยันว่าผู้จ่ายเงินได้หักภาษีไว้แล้วเท่าไหร่ เมื่อถูกรางวัล ผู้จ่ายเงินรางวัลต้องออกเอกสารนี้ให้ผู้ถูกรางวัลเก็บไว้เป็นหลักฐาน
เอกสารนี้สำคัญมาก เพราะใช้ประกอบการยื่นภาษีเงินได้ประจำปี เพื่อนำภาษีที่ถูกหักไปแล้วมาเป็น “เครดิตภาษี” หักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายจริง
วิธียื่นภาษีเงินได้ประจำปีสำหรับเงินรางวัล
สำหรับเงินรางวัลจากสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) ที่เลือกจบภาษีที่ 1% แล้ว ไม่ต้องยื่นเพิ่ม
แต่ถ้าเป็นเงินรางวัลจากสลากการกุศลหรือรางวัลชิงโชค ต้องนำไปรวมยื่นภาษีในแบบ ภ.ง.ด.90 (แบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้หลายประเภท) โดยระบุเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) ซึ่งครอบคลุมรายได้จากรางวัลและชิงโชค กำหนดยื่นภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป
ขั้นตอนสั้นๆ มีดังนี้
- รวบรวมหนังสือรับรองภาษีที่ถูกหัก ที่ได้รับจากผู้จ่ายเงินรางวัล
- เข้าระบบe-Filing ของกรมสรรพากร
- เลือกยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 แล้วกรอกเงินรางวัลในหมวดเงินได้มาตรา 40(8) ซึ่งหมายถึงรายได้จากรางวัล ชิงโชค หรือรายได้อื่นๆ
- ระบบจะคำนวณภาษีรวมกับรายได้อื่น แล้วหักภาษีที่จ่ายล่วงหน้าออกให้อัตโนมัติ
สรุป: เงินรางวัลแต่ละประเภท เสียภาษีไม่เท่ากัน
- ลอตเตอรี่ — หัก 1% จบ ไม่ต้องยื่นเพิ่ม
- สลากการกุศล — หัก 1% แต่ต้องยื่นภาษีเงินได้ประจำปีเพิ่ม
- ชิงโชค แคมเปญ — หัก 5% และต้องยื่นภาษีเงินได้ประจำปีเพิ่ม
ก่อนรับเงินรางวัล ตรวจสอบประเภทรางวัลให้ชัดเจน เก็บหนังสือรับรองภาษีที่ถูกหักไว้ทุกครั้ง และยื่นภาษีให้ครบภายในกำหนด
จัดการภาษีเงินรางวัลให้ง่ายขึ้นด้วย PEAK
สำหรับธุรกิจที่จัดกิจกรรมชิงโชคหรือแจกของรางวัลให้ลูกค้าเป็นประจำ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยบันทึกรายการหัก ณ ที่จ่าย ออกหนังสือรับรอง และยื่นภาษีออนไลน์ได้อัตโนมัติ ลดงานซ้ำ ลดข้อผิดพลาด
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับภาษีเงินรางวัล
ถ้าถูกลอตเตอรี่แล้วไม่มาขึ้นเงินภายในกำหนด จะเป็นอย่างไร
ผู้ถูกรางวัลมีเวลาขึ้นเงินภายใน 2 ปี นับจากวันที่ออกรางวัล ถ้าไม่มาขึ้นเงินภายในกำหนด เงินรางวัลจะตกเป็นของรัฐ ไม่สามารถเรียกร้องได้อีก (ข้อมูลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล)
ถูกรางวัลชิงโชคเป็นสิ่งของ แต่ไม่มีเงินจ่ายภาษี ทำอย่างไร
ผู้จัดกิจกรรมอาจเลือก 2 ทาง คือเก็บเงินภาษี 5% จากผู้ชนะก่อนมอบรางวัล หรือออกภาษีแทนให้แล้วบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท วิธีที่ใช้กันบ่อยคือผู้จัดออกภาษีให้ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้ผู้ชนะ
เงินรางวัลจากการแข่งขันกีฬาหรืออีสปอร์ต เสียภาษีเหมือนชิงโชคไหม
เงินรางวัลจากการแข่งขันกีฬาและอีสปอร์ตจัดเป็นเงินได้ประเภท 40(8) เช่นเดียวกัน ผู้จ่ายต้องหัก ณ ที่จ่าย 5% และผู้ได้รับรางวัลต้องนำไปรวมยื่นภาษีเงินได้ประจำปี ไม่ได้รับยกเว้นเหมือนลอตเตอรี่
สามีภรรยาถูกลอตเตอรี่คนละใบ ต้องเสียภาษีแยกหรือรวมกัน
แต่ละคนเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% จากเงินรางวัลใบของตัวเอง ไม่ต้องรวมกัน เพราะเงินรางวัลจากลอตเตอรี่แยกยื่นเป็นรายบุคคล ถ้าเลือกจบภาษีที่ 1% ก็ไม่ต้องนำไปรวมยื่นประจำปี
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
