
ซื้อเครื่องจักร 1 ล้านบาทแล้วบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในปีเดียว ฟังดูง่าย แต่สรรพากรตรวจพบเมื่อไร ธุรกิจอาจต้องจ่ายภาษีย้อนหลังหลักแสน
CAPEX กับ OPEX เป็นสองคำที่ผู้ประกอบการ SME ต้องแยกให้ออก เพราะการบันทึกบัญชีผิดหมวดจะส่งผลต่อการคำนวณกำไรและภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยตรง บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างพร้อมตัวอย่างตัวเลขจริง เพื่อให้คุณบันทึกบัญชีได้อย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรก
รายจ่ายฝ่ายทุน (CAPEX) คืออะไร
CAPEX ย่อมาจาก Capital Expenditure หรือ รายจ่ายฝ่ายทุน คือเงินที่กิจการจ่ายเพื่อซื้อหรือปรับปรุงสินทรัพย์ที่ใช้งานได้นานเกิน 1 ปี ตัวอย่างเช่น เครื่องจักร อาคาร รถยนต์ หรือคอมพิวเตอร์
ในทางบัญชี CAPEX จะไม่ถูกหักเป็นค่าใช้จ่ายทันทีทั้งก้อน แต่ต้องบันทึกเป็น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ก่อน จากนั้นจึงทยอยหักเป็นค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานตามที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่าง CAPEX ที่พบบ่อยใน SME
- เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต
- คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก เซิร์ฟเวอร์
- รถยนต์และรถบรรทุก
- การต่อเติมหรือปรับปรุงอาคารสำนักงาน
- ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่ต้องใช้งานในระยะยาว
ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) คืออะไร
OPEX ย่อมาจาก Operating Expenditure หรือ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน คือรายจ่ายประจำที่ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อไปได้ในแต่ละวัน
OPEX สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ทันทีแบบเต็มจำนวนในงวดบัญชีที่เกิดขึ้น โดยไม่ต้องทยอยหักเหมือนกับ CAPEX
ตัวอย่าง OPEX ที่พบบ่อยใน SME
- เงินเดือนและสวัสดิการพนักงาน
- ค่าเช่าสำนักงานหรือร้านค้า
- ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต
- ค่าจ้างฟรีแลนซ์หรือค่าบริการรายเดือน
- ค่าวัสดุสิ้นเปลือง เช่น หมึกพิมพ์ กระดาษ
CAPEX กับ OPEX ต่างกันยังไง
ความแตกต่างหลักคือ CAPEX ต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์แล้วทยอยหักค่าเสื่อมราคา ส่วน OPEX สามารถหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ทันทีในปีนั้น สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าซื้อของมาแล้วใช้งานได้นานเกิน 1 ปี มักจะเป็น CAPEX แต่ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วหมดไปในงวดนั้น จะเป็น OPEX
ตารางนี้เปรียบเทียบ 6 เกณฑ์สำคัญให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
| เกณฑ์ | CAPEX (รายจ่ายฝ่ายทุน) | OPEX (ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน) |
|---|---|---|
| ลักษณะ | ซื้อสินทรัพย์ใช้งานระยะยาว | ค่าใช้จ่ายประจำวัน |
| อายุการใช้งาน | เกิน 1 ปี | ใช้หมดในงวดนั้น |
| บันทึกบัญชี | บันทึกเป็นสินทรัพย์ | บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย |
| หักภาษี | ทยอยหักผ่านค่าเสื่อมราคา | หักทั้งจำนวนในปีนั้น |
| ผลต่องบการเงิน | ปรากฏในงบดุล | ปรากฏในงบกำไรขาดทุน |
| ตัวอย่าง | เครื่องจักร, รถ, คอม | ค่าเช่า, เงินเดือน, ค่าไฟ |
บันทึก CAPEX กับ OPEX ผิดหมวด SME เสียภาษีเพิ่มได้อย่างไร
นี่คือจุดที่ผู้ประกอบการ SME หลายรายพลาดโดยไม่รู้ตัว การบันทึกรายจ่ายผิดหมวดระหว่าง CAPEX กับ OPEX ส่งผลต่อการเสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยตรง
บันทึก CAPEX เป็น OPEX จะเกิดอะไรขึ้น
สมมติบริษัท ก จำกัด ซื้อเครื่องจักร 1,000,000 บาท แล้วบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในปีที่ซื้อ
ขั้นที่ 1 เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายที่หักได้ในปีแรก
ถ้าบันทึกถูก (CAPEX) จะหักค่าเสื่อมราคาได้ 200,000 บาท (สมมติอายุ 5 ปี) แต่ถ้าบันทึกผิด (OPEX) กิจการจะหักไปเต็ม ๆ 1,000,000 บาท เท่ากับว่าหักค่าใช้จ่ายเกินจริงไปถึง 800,000 บาท
ขั้นที่ 2 ผลกระทบทางภาษี (สมมติอัตรา 20%)
ส่วนต่างที่หักเกินไป 800,000 บาท เมื่อคูณอัตราภาษี 20% เท่ากับว่ากิจการต้องจ่ายภาษีคืนให้สรรพากร 160,000 บาท (ยังไม่รวมเบี้ยปรับ 1-2 เท่า และเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน)
กรมสรรพากรมีอำนาจเรียกเก็บย้อนหลังได้ 2 ปี หรือสูงสุด 5 ปี กรณีสงสัยว่าหลีกเลี่ยงภาษี (ตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร)
บันทึก OPEX เป็น CAPEX ก็เสียประโยชน์
กรณีกลับกัน ถ้านำค่าใช้จ่ายประจำไปบันทึกเป็นสินทรัพย์ กิจการจะหักค่าใช้จ่ายได้ช้าลง ทำให้กำไรสุทธิสูงกว่าความเป็นจริง ผลคือต้องเสียภาษีมากกว่าที่ควรจะต้องจ่ายในปีนั้น แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็เสียโอกาสทางภาษีไปฟรี ๆ
วิธีตัดสินว่ารายจ่ายเป็น CAPEX หรือ OPEX
การแยก CAPEX กับ OPEX ให้พิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ 1) ใช้งานได้นานเกิน 1 ปีหรือไม่ 2) มูลค่าสูงพอที่จะตั้งเป็นสินทรัพย์หรือไม่ และ 3) เป็นการซ่อมแซมปกติหรือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้สินทรัพย์เดิม ถ้าเข้าข่ายใช้งานยาวและเพิ่มมูลค่า ให้บันทึกเป็น CAPEX
ก่อนบันทึกรายจ่ายแต่ละรายการ ลองตอบ 3 คำถามนี้เพื่อช่วยตัดสินใจ
- ใช้งานได้นานเกิน 1 ปีหรือไม่ ถ้าใช่ มีแนวโน้มสูงที่จะเป็น CAPEX
- มูลค่าสูงพอที่กิจการจะตั้งเป็นสินทรัพย์หรือไม่ กิจการส่วนใหญ่จะกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ชัดเจน เช่น 5,000 หรือ 10,000 บาท
- เพิ่มมูลค่าหรือยืดอายุสินทรัพย์เดิมหรือไม่ ถ้าแค่ซ่อมเพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติจะถือเป็น OPEX แต่ถ้าปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิมจะถือเป็น CAPEX
ถ้าคำตอบคือใช่ทั้ง 3 ข้อ ให้ รับรู้รายการสินทรัพย์ เป็น CAPEX แล้วทยอยตัดจ่ายผ่านค่าเสื่อมราคา
ตัวอย่างที่ SME มักตัดสินใจผิด เช่น ค่าซ่อมแอร์สำนักงาน 8,000 บาท ถ้าเป็นการซ่อมให้กลับมาเย็นตามปกติ ถือเป็น OPEX หักค่าใช้จ่ายได้ทันที แต่ถ้าเปลี่ยนแอร์ตัวใหม่ 35,000 บาท ถือเป็น CAPEX เพราะเป็นสินทรัพย์ใหม่ที่ใช้งานได้หลายปี
มาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้องกับ CAPEX
SME ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะใช้มาตรฐานบัญชีสำหรับ SME ทั่วไป (NPAEs) บทที่ 10 ว่าด้วยที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
มาตรฐานนี้กำหนดให้บันทึกสินทรัพย์ด้วยราคาทุน แล้วหักค่าเสื่อมราคาตามอายุที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ส่วนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นจะใช้มาตรฐาน TFRS ฉบับเต็ม ซึ่งมีรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการตีราคาใหม่ แต่สำหรับ SME ทั่วไป NPAEs ก็ถือว่าครอบคลุมเพียงพอแล้ว
วิธีบันทึกบัญชี CAPEX ที่ถูกต้อง
เมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็น CAPEX ขั้นตอนบันทึกจะมี 2 ส่วนคือ บันทึกสินทรัพย์ตอนซื้อ และทยอยหักค่าเสื่อมราคาทุกสิ้นปี
ตัวอย่าง ซื้อคอมพิวเตอร์ 50,000 บาท อายุการใช้งาน 5 ปี
บันทึกตอนซื้อ
Dr. อุปกรณ์สำนักงาน 50,000
Cr. เงินสด/ธนาคาร 50,000
บันทึกค่าเสื่อมราคาทุกสิ้นปี (วิธีเส้นตรง)
ค่าเสื่อมราคาต่อปี = 50,000 ÷ 5 ปี = 10,000 บาท/ปี
การคิดค่าเสื่อมราคา คือการทยอยหักมูลค่าของสินทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายทีละปี วิธีเส้นตรงเป็นวิธีที่ SME ใช้บ่อยที่สุด เพราะคำนวณง่ายและหักเท่ากันทุกปี
อายุการใช้งานตามกฎหมายไทย
กฎหมายได้กำหนดอายุการใช้งานขั้นต่ำไว้สำหรับสินทรัพย์แต่ละประเภท (ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 145) เช่น
- อาคารถาวร: 20 ปี (หัก 5%)
- คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก: 3-5 ปี (หัก 20-33.33%)
- รถยนต์ รถบรรทุก เครื่องจักร และเฟอร์นิเจอร์: 5 ปี (หัก 20%)
หมายเหตุ กิจการสามารถกำหนดอายุการใช้งานจริงได้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่ห้ามน้อยกว่า ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อกำหนดนโยบายที่เหมาะสมกับธุรกิจ
การแยก CAPEX กับ OPEX ให้ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงทางภาษีได้อย่างมหาศาล จำไว้ว่า CAPEX คือรายจ่ายซื้อสินทรัพย์ระยะยาวที่ต้องทยอยหักค่าเสื่อม ส่วน OPEX คือค่าใช้จ่ายประจำที่หักได้ทันที การบันทึกผิดหมวดอาจทำให้กิจการถูกเรียกภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มโดยไม่รู้ตัว
จัดการสินทรัพย์ให้ถูกต้องตั้งแต่วันแรกด้วยโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK ที่ช่วยบันทึกสินทรัพย์ถาวรและคำนวณค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติ ลดความเสี่ยงจากการบันทึกผิดหมวด จัดการบัญชีครบจบในระบบเดียวได้อย่างมั่นใจ – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน
แหล่งอ้างอิง
- สภาวิชาชีพบัญชี. มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (NPAEs) บทที่ 10. (tfac.or.th)
- กรมสรรพากร. พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145). (rd.go.th)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CAPEX และ OPEX
CAPEX ย่อมาจากอะไร
CAPEX ย่อมาจาก Capital Expenditure แปลเป็นไทยว่า รายจ่ายฝ่ายทุน หมายถึงเงินลงทุนที่กิจการจ่ายเพื่อซื้อสินทรัพย์ระยะยาวเข้ามาใช้ประโยชน์ในธุรกิจ
ซื้อคอมพิวเตอร์เป็น CAPEX หรือ OPEX
ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกิจการ ถ้ามูลค่าเกินเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด ให้บันทึกเป็นสินทรัพย์ (CAPEX) แล้วตัดจ่าย 3-5 ปี แต่ถ้ามูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ บางกิจการอาจเลือกบันทึกเป็น OPEX ได้เลย
เช่ารถเป็น CAPEX หรือ OPEX
ค่าเช่ารถถือเป็น OPEX เพราะกิจการไม่ได้เป็นเจ้าของรถคันนั้น จึงสามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ทันที ซึ่งต่างจากการซื้อรถซึ่งต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์แล้วตัดจ่ายผ่านค่าเสื่อม 5 ปี
CAPEX มีผลต่อภาษีอย่างไร
CAPEX ทำให้กิจการหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ทีละน้อยผ่านค่าเสื่อมราคา แทนที่จะหักทั้งก้อนในปีเดียว ข้อดีคือช่วยกระจายภาระภาษีให้สม่ำเสมอ แต่ผู้ประกอบการต้องวางแผนกระแสเงินสดให้ดี เพราะจ่ายเงินซื้อไปแล้วทั้งก้อนแต่กลับหักภาษีได้แค่ทีละปี
บันทึก CAPEX ผิดไปแล้ว แก้ไขอย่างไร
คุณต้องปรับปรุงรายการบัญชี (Adjusting Entry) โดยย้ายจากบัญชีค่าใช้จ่ายกลับไปเป็นบัญชีสินทรัพย์ แล้วเริ่มคิดค่าเสื่อมราคาใหม่ตั้งแต่วันที่ซื้อ หากข้อผิดพลาดนี้กระทบต่องบที่ยื่นไปแล้ว ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อยื่นแก้ไขงบการเงินและแบบภาษีให้ถูกต้อง
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
