Table of Contents

พอจดทะเบียนบริษัทเสร็จ หลายคนก็ต้องเจอคำถามว่าจะเปิดบัญชีธนาคารแบบไหนดี ออมทรัพย์ธรรมดาก็ใช้ได้ แต่พอเริ่มมีคู่ค้าที่ต้องจ่ายเช็คเป็นประจำ เรื่องบัญชีเดินสะพัดก็หนีไม่พ้น

ปัญหาคือข้อมูลที่มีอยู่มักพูดแต่คำจำกัดความกว้าง ๆ ไม่ได้บอกชัดว่า SME แบบไหนควรเปิด แบบไหนยังไม่จำเป็น ในบทความนี้จึงรวบรวมทุกเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องรู้ ตั้งแต่ความแตกต่างจากบัญชีออมทรัพย์ เงื่อนไขนิติบุคคล ไปจนถึงเรื่องเช็คเด้งที่หลายคนมองข้าม

บัญชีเดินสะพัด (Current Account) คืออะไร

บัญชีเดินสะพัด คือบัญชีเงินฝากที่ออกแบบมาเพื่อธุรกรรมทางธุรกิจ โดยเฉพาะการรับ-จ่ายเช็ค ธนาคารในไทยเรียกว่า บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Current Account

จุดที่ต่างจากบัญชีทั่วไปคือ ผู้ฝากสั่งจ่ายเงินผ่านเช็คได้ แทนการโอนหรือถอนเงินสดหน้าเคาน์เตอร์อย่างเดียว จึงเหมาะกับธุรกิจที่มียอดชำระสูง หรือต้องจ่ายซัพพลายเออร์เป็นงวด

ชื่อต่างกัน แต่เป็นบัญชีเดียวกัน

คำว่า บัญชีเดินสะพัด มาจากศัพท์กฎหมายแพ่งฯ (มาตรา 856) ส่วน บัญชีกระแสรายวัน เป็นชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ใช้ในระบบจริง

ทั้งสองคำหมายถึงบัญชีชนิดเดียวกัน เวลาไปธนาคารบอกว่าจะเปิดบัญชีกระแสรายวันก็พอ

ระวังสับสน – ดุลบัญชีเดินสะพัด เป็นคนละเรื่อง

ดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account Balance) เป็นศัพท์เศรษฐศาสตร์ที่ใช้วัดมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ ไม่เกี่ยวกับบัญชีธนาคารที่พูดถึงในบทความนี้

ถ้าค้นหาคำว่าบัญชีเดินสะพัดแล้วเจอเรื่องดุลการค้าหรือดุลการชำระเงิน นั่นคนละเรื่องกัน

บัญชีเดินสะพัด กับ บัญชีออมทรัพย์ ต่างกันตรงไหน

บัญชีออมทรัพย์ออกแบบมาเพื่อเก็บเงิน ส่วนบัญชีเดินสะพัดออกแบบมาเพื่อใช้จ่าย ความต่างหลัก ๆ สรุปได้ดังนี้

หัวข้อออมทรัพย์กระแสรายวัน
ใช้เช็คได้ไม่ได้ได้
ดอกเบี้ยได้รับ (น้อย)ไม่มี
สมุดคู่ฝากมีไม่มี ใช้ Statement
ค่ารักษาบัญชีฟรีหรือต่ำมีค่าธรรมเนียมรายเดือน
เหมาะกับเก็บเงินส่วนตัวธุรกิจที่รับ-จ่ายเช็ค

สำหรับ SME ที่ไม่มีธุรกรรมเช็คเลย บัญชีออมทรัพย์ก็เพียงพอ แต่ถ้าเริ่มมีคู่ค้าที่จ่ายด้วยเช็ค บัญชีเดินสะพัดจะช่วยให้จัดการเงินได้เป็นระบบกว่า

ข้อดีและข้อจำกัดของบัญชีเดินสะพัดสำหรับธุรกิจ

ข้อดีที่ SME ควรรู้

  • รับ-จ่ายเช็คได้ ทำให้ธุรกรรมกับคู่ค้ารายใหญ่สะดวกขึ้น บางบริษัทระบุชัดว่ารับจ่ายเฉพาะเช็คเท่านั้น
  • แยกเงินบริษัทกับเงินส่วนตัวได้ชัดเจน สรรพากรมองว่าบัญชีกระแสรายวันในนามนิติบุคคลเป็นหลักฐานทางการเงินที่โปร่งใส น่าเชื่อถือกว่าการใช้บัญชีส่วนตัวปนกัน
  • มี Statement รายเดือน ช่วยให้ทำบัญชีง่ายขึ้น เพราะเห็นรายการรับ-จ่ายทั้งหมดในรอบเดือน
  • สร้างเครดิตกับธนาคาร ถ้ามียอดเงินหมุนเวียนสม่ำเสมอ จะเป็นประโยชน์เวลาขอสินเชื่อในอนาคต

ข้อจำกัดที่ต้องรู้

  • ไม่มีดอกเบี้ย เงินที่ฝากไว้ในบัญชีกระแสรายวันจะไม่ได้รับดอกเบี้ยเลย ต่างจากบัญชีออมทรัพย์
  • มีค่าธรรมเนียม ธนาคารส่วนใหญ่เก็บค่ารักษาบัญชีรายเดือนและค่าธรรมเนียมเช็ค
  • มีความเสี่ยงเรื่องเช็คเด้ง ถ้าสั่งจ่ายเช็คแต่เงินในบัญชีไม่พอ จะมีผลทั้งทางกฎหมายและเครดิตธุรกิจ

เงื่อนไขเปิดบัญชีเดินสะพัดนิติบุคคล

ธนาคารแต่ละแห่งมีรายละเอียดต่างกันเล็กน้อย แต่โดยทั่วไป นิติบุคคลที่ต้องการเปิดบัญชีกระแสรายวันต้องเตรียมเอกสารดังนี้

  • หนังสือรับรองบริษัท (ออกไม่เกิน 3-6 เดือน) จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  • รายงานการประชุมที่มีมติให้เปิดบัญชี
  • ตราประทับบริษัท (ถ้ามี)
  • ตัวอย่างลายเซ็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเช็ค
  • งบการเงิน หรือ หนังสือรับรองการทำธุรกิจ (บางธนาคาร)

ค่าธรรมเนียมและยอดเงินขั้นต่ำ

ค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับธนาคาร แต่พอกะประมาณได้ดังนี้

รายการประมาณการ
เงินฝากขั้นต่ำเปิดบัญชี1,000-10,000 บาท
ค่ารักษาบัญชีรายเดือน200-500 บาท
ค่าเช็คเล่มละ100-200 บาท
ค่าสั่งจ่ายเช็คข้ามจังหวัดตามอัตราธนาคาร

ตัวเลขเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามธนาคารโดยตรงก่อนตัดสินใจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารกรุงศรี


เมื่อไหร่ธุรกิจควรเปิดบัญชีเดินสะพัด

ไม่ใช่ทุก SME ที่ต้องเปิดบัญชีกระแสรายวันตั้งแต่วันแรก ลองเช็คดูว่าธุรกิจคุณตรงกับสถานการณ์ไหน

สัญญาณว่าควรเปิด

  • คู่ค้าหรือซัพพลายเออร์ขอรับชำระเป็นเช็ค
  • ธุรกิจมียอดรับ-จ่ายสูงเป็นประจำ และต้องการหลักฐานที่ชัดเจนกว่าการโอนผ่านแอป
  • วางแผนขอสินเชื่อธุรกิจในอนาคต การมียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีกระแสรายวันช่วยสร้างเครดิต
  • ต้องการแยกบัญชีบริษัทออกจากบัญชีส่วนตัวอย่างชัดเจน เพื่อความโปร่งใสต่อสรรพากร

เมื่อยังไม่จำเป็นต้องเปิด

  • ธุรกิจยังเล็ก รับ-จ่ายผ่านโอนเงินหรือ PromptPay เป็นหลัก
  • ไม่มีธุรกรรมเช็คกับคู่ค้าเลย
  • เพิ่งจดทะเบียนและยังไม่มีรายได้ประจำ ค่าธรรมเนียมรายเดือนอาจเป็นภาระที่ไม่จำเป็น

ความเสี่ยงเรื่องเช็คเด้ง – สิ่งที่ SME ต้องระวัง

เช็คเด้ง คือกรณีที่ผู้สั่งจ่ายเช็คแต่เงินในบัญชีกระแสรายวันมีไม่พอตามจำนวนที่ระบุ ธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คใบนั้น ผลที่ตามมาร้ายแรงกว่าที่หลายคนคิด

โทษทางกฎหมายจากเช็คเด้ง

ตามกฎหมายเช็ค (พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534) การออกเช็คโดยรู้ว่าเงินในบัญชีไม่พอจ่าย ถือเป็นความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา

ผู้เสียหายสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายและแจ้งความดำเนินคดีได้

นอกจากโทษทางกฎหมาย ธนาคารอาจปิดบัญชีกระแสรายวันทันที ชื่อบริษัทจะติดบัญชีดำ (Blacklist) ของสมาคมธนาคารไทย ทำให้เปิดบัญชีที่ธนาคารใดก็ลำบาก

วิธีป้องกันเช็คเด้งสำหรับธุรกิจ

  • ตรวจยอดเงินในบัญชีก่อนถึงวันที่เช็คขึ้นเงินทุกครั้ง อย่ารอจนวันสุดท้าย
  • วางแผนกระแสเงินสดล่วงหน้า ให้รู้ว่าเดือนไหนมีเช็คที่ต้องจ่ายเท่าไหร่
  • ใช้โปรแกรมบัญชีที่ช่วยติดตามรายจ่ายที่ครบกำหนด เพื่อไม่ให้พลาดเช็คที่ลืม
  • หากยอดเงินไม่พอ ให้ติดต่อเจ้าของเช็คเพื่อขอเลื่อนวันเข้าเช็ค ดีกว่าปล่อยให้เด้ง

บัญชีเดินสะพัดกับการทำบัญชีให้โปร่งใส

สรรพากรแนะนำให้นิติบุคคลเปิดบัญชีธนาคารแยกจากบัญชีส่วนตัว เพื่อตรวจสอบรายรับ-รายจ่ายของธุรกิจได้ชัดเจน โดยเฉพาะธุรกิจที่จดภาษีมูลค่าเพิ่มต้องมีหลักฐานทุกรายการ

ถ้าใช้บัญชีส่วนตัวปนกับบัญชีบริษัท เวลาถูกตรวจสอบภาษีจะยุ่งยากมาก ต้องมาพิสูจน์ทีละรายการว่าเป็นรายจ่ายส่วนตัวหรือรายจ่ายบริษัท

การมีบัญชีกระแสรายวันในนามบริษัท พร้อม Statement รายเดือน จะทำให้นักบัญชีบันทึกรายการรับ-จ่ายได้ถูกต้องตั้งแต่แรก ลดปัญหาเอกสารไม่ตรงกันตอนปิดงบ


สรุป – เลือกให้ถูก จัดการให้ดี ธุรกิจก็เติบโตได้มั่นคง

บัญชีเดินสะพัดหรือบัญชีกระแสรายวันเหมาะกับ SME ที่มีธุรกรรมเช็คเป็นประจำ ต้องการแยกเงินบริษัทกับส่วนตัวให้ชัดเจน และอยากสร้างเครดิตกับธนาคาร

แต่ถ้าธุรกิจยังเล็กและใช้โอนเงินเป็นหลัก บัญชีออมทรัพย์ก็ยังตอบโจทย์ได้

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเลือกบัญชี คือการจัดการรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระบบตั้งแต่วันแรก ยิ่งธุรกิจโตเร็ว ยิ่งต้องมีเครื่องมือที่ช่วยให้เห็นตัวเลขชัด

PEAK ช่วย SME จัดการบัญชีรับ-จ่ายให้ครบในที่เดียว

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ผู้ประกอบการบันทึกรายรับ-รายจ่าย ออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และจัดทำรายงานการเงินได้ครบในระบบเดียว

ทำงานบน Cloud ใช้ได้ทุกที่ ข้อมูลอัปเดตตลอดเวลา ไม่ว่าจะเปิดบัญชีเดินสะพัดหรือออมทรัพย์ การจัดการบัญชีที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นใจ – ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับบัญชีเดินสะพัด

บัญชีเดินสะพัด กับ บัญชีกระแสรายวัน คือบัญชีเดียวกันไหม

ใช่ ทั้งสองคำหมายถึงบัญชีเดียวกัน คำว่าบัญชีเดินสะพัดใช้ในแวดวงกฎหมาย ส่วนบัญชีกระแสรายวันเป็นชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ใช้ในระบบ ภาษาอังกฤษเรียกรวมว่า Current Account

บัญชีกระแสรายวันมีดอกเบี้ยหรือไม่

ไม่มี บัญชีกระแสรายวันไม่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝาก ต่างจากบัญชีออมทรัพย์ที่ได้ดอกเบี้ยเล็กน้อย เพราะบัญชีชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อการใช้จ่ายในธุรกิจ ไม่ใช่เพื่อออมเงิน

ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องเปิดบัญชีเดินสะพัดไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าธุรกิจรับ-จ่ายผ่านการโอนเงินหรือ PromptPay เป็นหลัก บัญชีออมทรัพย์ในนามบริษัทก็เพียงพอ

แต่ถ้ามีคู่ค้าที่ต้องจ่ายเป็นเช็ค หรือต้องการสร้างเครดิตกับธนาคาร ก็ควรพิจารณาเปิด

ถอนเงินสดจากบัญชีกระแสรายวันได้ไหม

ได้ แต่ต้องใช้เช็คสั่งจ่ายเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ไม่สามารถใช้บัตร ATM ถอนจากตู้ได้เหมือนบัญชีออมทรัพย์

บางธนาคารมีบริการเสริมที่ให้ใช้บัตรเดบิตกับบัญชีกระแสรายวัน แต่ต้องสมัครแยก

เปิดบัญชีเดินสะพัดนิติบุคคลต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารหลัก ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน) สำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ รายงานการประชุมมีมติเปิดบัญชี ตราประทับ และตัวอย่างลายเซ็น

บางธนาคารอาจของบการเงินหรือหนังสือรับรองการทำธุรกิจเพิ่มเติม


PEAK โปรแกรมบัยชี ตัวช่วยผู้ประกอบการจัดการบัญชี

ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine