สรรพากรเรียกพบ
Table of Contents

ได้รับจดหมายจากกรมสรรพากรแล้วใจหายวาบ? หลายคนเคยมีประสบการณ์สรรพากรเรียกพบแล้วไม่รู้ต้องทำอะไรก่อน ความจริงแล้วจดหมายเชิญพบไม่ได้หมายความว่าคุณทำผิดเสมอไป บางครั้งเป็นเพียงการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ

บทความนี้จะพาเจ้าของกิจการและบุคคลธรรมดาเตรียมตัวรับมืออย่างเป็นระบบ ตั้งแต่อ่านจดหมาย เตรียมเอกสาร ไปจนถึงสิ่งที่ไม่ควรทำในวันเข้าพบ

ทำไมกรมสรรพากรถึงเรียกพบ สาเหตุหลักที่ต้องรู้

กรมสรรพากรมีอำนาจเรียกผู้เสียภาษีเข้าพบเพื่อชี้แจงหรือตรวจสอบข้อมูลภาษี โดยสาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้

เข้าตรวจสภาพกิจการ

เจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่อาจลงพื้นที่สำรวจสถานประกอบการ เมื่อพบประเด็นที่ต้องสอบถามเพิ่มเติมจะส่งจดหมายเชิญพบเพื่อชี้แจง เช่น ที่อยู่จดทะเบียนไม่ตรงกับสถานที่จริง หรือกิจการมีลักษณะไม่ตรงกับที่แจ้งไว้

ยื่นขอคืนภาษีแล้วถูกตรวจสอบ

เมื่อยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล สรรพากรจะตรวจสอบรายการตามขั้นตอนปกติ โดยเฉพาะกรณีที่ยอดขอคืนสูงผิดปกติ หรือเอกสารประกอบไม่ครบ

ตัวอย่างเช่น บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ยื่นขอคืน VAT เดือนมกราคมถึงมีนาคม รวม 250,000 บาท สรรพากรอาจขอดูใบกำกับภาษีซื้อทุกใบ รายงานภาษีซื้อ และหลักฐานการชำระเงิน

งบการเงินมีรายการผิดปกติ

สรรพากรวิเคราะห์งบการเงินที่กิจการยื่นทุกปี หากพบความผิดปกติจะเรียกพบเพื่อสอบถาม ประเด็นที่มักถูกสรรพากรเรียกพบ ได้แก่ รายได้ไม่สัมพันธ์กับค่าใช้จ่าย หรือมีเงินกู้ยืมกรรมการจำนวนมากแต่กิจการไม่มีกำไร นอกจากนี้ การจ่ายค่าใช้จ่ายด้วยเงินสดทุกรายการโดยไม่มีการกระทบยอดก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง

สุ่มตรวจจากกรมสรรพากร

บางกรณีสรรพากรสุ่มเลือกกิจการเพื่อตรวจสอบตามแผนงานประจำปี โดยเฉพาะธุรกิจเปิดใหม่หรือธุรกิจที่เพิ่งย้ายสถานประกอบการ ซึ่งเป็นการตรวจแนะนำมากกว่าตรวจจับ

จดหมายจากสรรพากร มีกี่ประเภท

หลายคนเห็นซองจดหมายจากสรรพากรแล้วตกใจ แต่ก่อนเตรียมตัวเมื่อสรรพากรเรียกพบ ควรแยกประเภทจดหมายให้ออกก่อน เพราะแต่ละประเภทมีน้ำหนักต่างกัน

หนังสือเชิญพบ

เป็นจดหมายเชิญเข้าพบเพื่อสอบถามหรือขอข้อมูลเพิ่มเติม ยังไม่ใช่การ “ตรวจสอบ” อย่างเป็นทางการ น้ำหนักเบาที่สุด โดยมากเป็นการขอดูเอกสารบางรายการหรือสอบถามข้อเท็จจริง

หมายเรียกตรวจสอบภาษี

ออกตามประมวลรัษฎากร (กฎหมายหลักเรื่องภาษีของไทย) โดยเจ้าพนักงานประเมินต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันนับจากวันส่งหมาย เป็นขั้นตอนที่เป็นทางการกว่าหนังสือเชิญพบ และต้องนำเอกสารไปแสดงตามที่ระบุ

หนังสือแจ้งผลการตรวจสอบหรือประเมิน

ส่งหลังจากสรรพากรตรวจสอบเสร็จแล้ว เพื่อแจ้งผลว่าพบข้อผิดพลาดหรือต้องชำระภาษีเพิ่มเท่าไร ถ้าได้รับจดหมายประเภทนี้แปลว่าการตรวจสอบเสร็จแล้ว และมีสิทธิ์อุทธรณ์ภายใน 30 วัน

วิธีเตรียมตัวเมื่อสรรพากรเรียกพบ ทำตาม 6 ขั้นตอน

เมื่อได้รับจดหมายจากสรรพากรแล้ว ให้เตรียมตัวตามขั้นตอนเหล่านี้

1. อ่านจดหมายให้ละเอียด เข้าใจประเด็นที่เรียกพบ

อ่านจดหมายทั้งฉบับแล้วจดประเด็นหลัก 3 เรื่อง ได้แก่ ภาษีประเภทใด (VAT, ภาษีเงินได้, หัก ณ ที่จ่าย), ช่วงเวลาที่ตรวจสอบ (เดือน/ปีไหน) และเอกสารที่ต้องนำไป

ตัวอย่าง จดหมายระบุว่า “เชิญพบเพื่อตรวจสอบการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม เดือน ม.ค. ถึง มี.ค. 2568” แปลว่าต้องเตรียมเอกสาร VAT ย้อนหลังช่วงเวลาดังกล่าว

2. เตรียมเอกสารหลักฐานตามที่ระบุ

จัดแฟ้มเอกสารให้เป็นหมวดหมู่ตามที่จดหมายระบุ เอกสารที่มักถูกขอ ได้แก่

  • แฟ้มใบกำกับภาษีซื้อและสำเนาใบกำกับภาษีขาย
  • สำเนาใบเสร็จรับเงิน หลักฐานการรับเงินและจ่ายเงิน
  • รายงานภาษีซื้อ-ขายรายเดือน
  • เอกสารบันทึกบัญชีที่เกี่ยวข้อง
  • หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ถ้าเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย

สิ่งสำคัญคือเตรียมเฉพาะเอกสารที่จดหมายระบุ ไม่ต้องนำเอกสารทั้งหมดของกิจการไป เพราะเอกสารบางอย่างอาจนำไปสู่ประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้อง

3. จัดทำ worksheet กระทบยอดรายได้

เตรียมข้อมูลสรุปเป็นตาราง เช่น worksheet กระทบยอดรายได้ตามแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน) กับแบบ ภ.ง.ด.50 (แบบยื่นภาษีนิติบุคคลประจำปี) หรือรายละเอียดค่าใช้จ่ายบวกกลับพร้อมเอกสารประกอบ การเตรียม worksheet ช่วยให้ชี้แจงได้ชัดเจนและรวดเร็วมากขึ้น

4. มอบหมายผู้ชี้แจงที่เหมาะสม

ถ้าเจ้าของกิจการไม่สะดวกไปด้วยตัวเอง สามารถมอบอำนาจให้นักบัญชีของกิจการหรือสำนักงานบัญชีที่ดูแลเรื่องภาษีเข้าพบแทนได้ โดยต้องเตรียมหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนรับรองสำเนาของผู้มอบและผู้รับมอบ ถ้ามีประเด็นทางกฎหมาย อาจให้ทนายความร่วมเข้าพบด้วย

5. ติดต่อเจ้าหน้าที่ยืนยันหรือขอเลื่อนวันพบ

โทรติดต่อเจ้าหน้าที่ตามเบอร์โทรในจดหมายเพื่อยืนยันนัดหมาย ถ้าไม่สะดวกตามวันเวลาที่กำหนด สามารถโทรขอเลื่อนได้ล่วงหน้า ไม่ต้องรอจนถึงวันนัด

6. สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อไปพบสรรพากร

หลายคนมีประสบการณ์สรรพากรเรียกพบแล้วพลาดเพราะเตรียมตัวผิดทาง สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ไม่ควรให้ข้อมูลเกินกว่าที่ถูกถาม ตอบเฉพาะประเด็นที่เจ้าหน้าที่สอบถาม และไม่ควรเตรียมเอกสารมากเกินจำเป็น เพราะเอกสารบางอย่างอาจเปิดประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ไม่ควรเพิกเฉยต่อจดหมาย เพราะการไม่ตอบกลับอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น

สรรพากรเรียกพบ บุคคลธรรมดาต้องเตรียมอะไร

ไม่ใช่แค่บริษัทเท่านั้นที่ถูกเรียก บุคคลธรรมดาก็อาจได้รับจดหมายจากสรรพากรเช่นกัน โดยเฉพาะกรณีที่มีรายได้จากหลายทาง เช่น ทำงานประจำแล้วรับงานฟรีแลนซ์เสริม ขายของออนไลน์ หรือมีรายได้จากอสังหาริมทรัพย์

เอกสารที่บุคคลธรรมดาควรเตรียม ได้แก่ หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากทุกแหล่งรายได้, รายการเดินบัญชีธนาคาร, สำเนาแบบ ภ.ง.ด.90 (แบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้หลายประเภท) หรือ ภ.ง.ด.91 (แบบยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่มีรายได้เงินเดือนอย่างเดียว) ที่ยื่นไปแล้ว และหลักฐานค่าใช้จ่ายหรือค่าลดหย่อนที่ใช้ในการคำนวณภาษี

ถ้าไม่ไปพบสรรพากร จะเกิดอะไรขึ้น

หลายคนที่ถูกสรรพากรเรียกพบสงสัยว่าไม่ไปตามนัดจะเป็นอย่างไร กฎหมายกำหนดบทลงโทษไว้ดังนี้

กรณีไม่ปฏิบัติตามหมายเรียก มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และอาจถูกจำคุกไม่เกิน 1 เดือนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 36 แต่ผลเสียที่ร้ายแรงกว่าค่าปรับคือ สรรพากรอาจใช้อำนาจประเมินภาษีโดยไม่ต้องฟังคำชี้แจง ซึ่งมักทำให้ต้องจ่ายภาษีมากกว่าที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ ถ้าสรรพากรพบว่ามีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี อาจถูกเรียกเก็บเบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษีที่ต้องจ่าย เงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือนตามมาตรา 27 และในกรณีร้ายแรงอาจถูกดำเนินคดีอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นไปพบตามนัดหมายดีกว่าหลีกเลี่ยง

สรุป: สรรพากรเรียกพบไม่น่ากลัว ถ้าเตรียมตัวดี

การถูกสรรพากรเรียกพบไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้าเข้าใจสาเหตุและเตรียมตัวอย่างเป็นขั้นตอน อ่านจดหมายให้เข้าใจประเด็น เตรียมเอกสารเฉพาะที่เกี่ยวข้อง มอบหมายผู้ชี้แจงที่มีความรู้ด้านภาษี และไปพบตามนัดหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดการบัญชีและภาษีให้เป็นระบบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดโอกาสถูกเรียกพบ และถ้าถูกเรียกก็พร้อมชี้แจงได้ทันที

จัดการบัญชีและภาษีให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้กิจการจัดเก็บเอกสารภาษีอย่างเป็นระบบ ออกใบกำกับภาษีถูกต้อง กระทบยอดรายได้อัตโนมัติ และสร้างรายงานภาษีพร้อมยื่นได้ทันที ถ้าต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแล สามารถค้นหาสำนักงานบัญชีพันธมิตร PEAK ที่มีกว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ

ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับสรรพากรเรียกพบ

สรรพากรเรียกพบใช้เวลานานแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับประเด็นที่ตรวจสอบ กรณีหนังสือเชิญพบเพื่อสอบถามข้อมูลอาจใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง แต่กรณีตรวจสอบเอกสารหลายรายการอาจต้องเข้าพบหลายครั้ง

สรรพากรตรวจสอบย้อนหลังได้กี่ปี

กรณีปกติเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกตรวจสอบย้อนหลังได้ภายใน 2 ปีนับจากวันที่ยื่นแบบภาษี แต่ถ้ามีเหตุสงสัยว่ายื่นไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน สามารถขยายเป็น 5 ปีได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19

สรรพากรโทรมาแต่ไม่มีจดหมาย ต้องไปไหม

ถ้าเป็นการโทรสอบถามข้อมูลเบื้องต้นอาจตอบทางโทรศัพท์ได้ แต่ถ้าเป็นการเรียกเข้าพบอย่างเป็นทางการ ต้องมีจดหมายหรือหมายเรียกเป็นลายลักษณ์อักษร ควรขอให้เจ้าหน้าที่ส่งเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนดำเนินการใดๆ

ถูกเรียกพบแล้ว จะถูกเรียกอีกไหม

ได้ ถ้าสรรพากรพบประเด็นใหม่หรือตรวจสอบปีภาษีอื่น อย่างไรก็ตาม ถ้าจัดการบัญชีและภาษีถูกต้องตั้งแต่ต้น โอกาสถูกเรียกซ้ำจะน้อยลงมาก

ค่าปรับสูงสุดเท่าไร ถ้าสรรพากรพบความผิด

ค่าปรับมีหลายระดับตามความรุนแรง กรณีไม่ยื่นแบบภาษีตามกำหนด ปรับไม่เกิน 2,000 บาท กรณียื่นภาษีไม่ถูกต้อง เสียเบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษีที่ต้องจ่ายและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน กรณีตั้งใจหลีกเลี่ยงภาษี มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK