เงินปันผล
Table of Contents

กรรมการที่เป็นผู้ถือหุ้นด้วย มีเงินได้ 2 ทางเลือกจากบริษัท คือ “เงินเดือน” กับ “เงินปันผล” ภาษีที่ต้องจ่ายรวมทั้งระบบต่างกันมาก

บทความนี้คำนวณให้ดูจริง 3 กรณี เพื่อหาจุดที่ภาษีรวมต่ำที่สุด

เงินปันผล vs เงินเดือนกรรมการ ต่างกันอย่างไร

เงินปันผล คืออะไร

เงินปันผลคือส่วนแบ่งกำไรของบริษัทที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้น โดยจ่ายได้หลังจากบริษัทเสียภาษีนิติบุคคลแล้วเท่านั้น (ข้อมูลจากกรมสรรพากร)

บริษัทจะจ่ายเงินปันผลได้ ต้องมีกำไรสะสมจริงและกันเงินสำรองตามที่กฎหมายกำหนด รายละเอียดเงื่อนไขอยู่ในหัวข้อ “เงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลที่ต้องรู้” ด้านล่าง ส่วนขั้นตอนบันทึกบัญชีอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความขั้นตอนจ่ายเงินปันผลของ PEAK

เงินเดือนกรรมการ คืออะไร

เงินเดือนกรรมการคือค่าตอบแทนรายเดือนที่บริษัทจ่ายให้กรรมการในฐานะพนักงาน ถือเป็นเงินได้ประเภทเงินเดือน ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า 0-35% (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) จุดที่ต้องระวังคือ “เงินเดือนกรรมการ” กับ “ค่าตอบแทนกรรมการ” ไม่เหมือนกัน

  • เงินเดือนกรรมการ เงินได้ประเภทที่ 1 หักค่าใช้จ่ายได้ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ต้องจ่ายประกันสังคม
  • ค่าตอบแทนกรรมการ (จ่ายตามมติที่ประชุม) เงินได้ประเภทที่ 2 หักค่าใช้จ่ายเท่ากัน แต่ไม่ต้องจ่ายประกันสังคม

ภาษีเงินปันผล ต้องเสียเท่าไร หักอย่างไร

เงินปันผลถูกเก็บภาษี 2 ชั้น ชั้นแรกคือภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) จากกำไรของบริษัท ชั้นที่สองคือภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากผู้ถือหุ้น

ภาษีนิติบุคคล (ฝั่งบริษัท)

บริษัทต้องเสีย CIT จากกำไรสุทธิก่อน จึงจะนำกำไรหลังภาษีมาจ่ายเป็นเงินปันผลได้

รายได้สุทธิ (บาท/ปี)อัตราภาษีนิติบุคคล
กำไรสุทธิ 0 – 300,000ยกเว้น (เฉพาะ SME ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท + รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปี)
กำไรสุทธิ 300,001 ขึ้นไป15% (SME ที่เข้าเกณฑ์)
กำไรสุทธิ 3,000,001 ขึ้นไป20%
ทั่วไป (ไม่ใช่ SME)20% ทั้งจำนวน

(ข้อมูลจากกรมสรรพากร อัตราภาษีปี 2568-2569)

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% (ฝั่งผู้ถือหุ้น)

เมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ทุกครั้ง ผู้ถือหุ้นเลือกได้ 2 ทาง

  1. ให้หัก 10% แล้วจบ (Final Tax) ไม่ต้องนำไปรวมยื่นภาษีปลายปี เหมาะกับคนที่มีรายได้สูงและอัตราภาษีส่วนบุคคลเกิน 10%
  2. นำเงินปันผลไปรวมยื่นภาษีปลายปี แล้วใช้เครดิตภาษีเงินปันผลหักออก เหมาะกับคนที่มีรายได้น้อยหรืออัตราภาษีส่วนบุคคลต่ำกว่า 10%

เครดิตภาษีเงินปันผล คืออะไร

เครดิตภาษีเงินปันผล คือสิทธิ์ที่ให้ผู้ถือหุ้นนำภาษีที่บริษัทจ่ายไปแล้วมาหักออกจากภาษีส่วนบุคคล เพื่อลดภาระภาษีซ้ำซ้อน (ตามมาตรา 47 ทวิ ประมวลรัษฎากร)

ตัวอย่างเช่น บริษัทมีกำไร 100 บาท เสียภาษีนิติบุคคล 20% คือ 20 บาท เหลือจ่ายปันผล 80 บาท

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
เงินปันผลที่ได้รับ80 บาท
เครดิตภาษี80 × 20/8020 บาท
เงินได้ที่ต้องนำไปรวมยื่น80 + 20100 บาท

ถ้าอัตราภาษีบุคคลธรรมดาของผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 20% จะขอคืนภาษีส่วนต่างได้ แต่ถ้าสูงกว่า 20% ต้องจ่ายเพิ่ม สรุปง่ายคือ ฐานภาษีต่ำควรนำไปรวมยื่น ฐานภาษีสูงควรหัก 10% แล้วจบ

ภาษีเงินเดือนกรรมการ คำนวณอย่างไร

เงินเดือนกรรมการถูกหักภาษีเหมือนพนักงานทั่วไป แต่มีทั้งข้อดีและต้นทุนที่ต้องพิจารณา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า)

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปัจจุบัน (ข้อมูลจากกรมสรรพากร)

เงินได้สุทธิ (บาท/ปี)อัตราภาษีภาษีสะสมสูงสุด
0 – 150,000ยกเว้น0 บาท
150,001 – 300,0005%7,500 บาท
300,001 – 500,00010%27,500 บาท
500,001 – 750,00015%65,000 บาท
750,001 – 1,000,00020%115,000 บาท
1,000,001 – 2,000,00025%365,000 บาท
2,000,001 – 5,000,00030%1,265,000 บาท
5,000,001 ขึ้นไป35%

ประกันสังคม: กรรมการต้องจ่ายหรือไม่

ขึ้นอยู่กับว่ากรรมการเป็น “ลูกจ้าง” หรือ “นายจ้าง” ตามแนววินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคม กรรมการที่เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทและถือหุ้นหลัก ไม่อยู่ภายใต้ระเบียบการทำงาน ไม่มีหัวหน้า ถือเป็น “นายจ้าง” ไม่ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม

กรณีในบทความนี้ (กรรมการถือหุ้น 100% ทำงานในฐานะเจ้าของ) ถือเป็นนายจ้าง จึงไม่มีต้นทุนประกันสังคมในการคำนวณ แต่ถ้ากรรมการทำงานประจำภายใต้สัญญาจ้าง มีหัวหน้าสั่งงาน ปฏิบัติตามระเบียบ ก็ถือเป็นลูกจ้างที่ต้องจ่ายประกันสังคม 5% ไม่เกิน 750 บาท/เดือน ทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง

เงินเดือนเป็นค่าใช้จ่ายหักภาษีนิติบุคคลได้

เงินเดือนที่จ่ายให้กรรมการ บริษัทนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณ CIT ได้เต็มจำนวน ต่างจากเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรหลังหักภาษี นี่คือข้อได้เปรียบหลักของเงินเดือน ยิ่งจ่ายเงินเดือนมาก กำไรสุทธิของบริษัทยิ่งลดลง CIT ก็ลดตาม

เงื่อนไขการจ่ายเงินเดือนกรรมการ ให้สรรพากรยอมรับเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท

สรรพากรมีสิทธิ์ไม่ยอมรับเงินเดือนกรรมการเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ถ้าพบว่าจ่ายสูงเกินสมควร ส่งผลให้บริษัทต้องเสีย CIT เพิ่ม (อ่านเพิ่มเรื่องสิทธิ์ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลสำหรับ SME) เงื่อนไขที่ต้องระวัง

  • เงินเดือนต้องสมเหตุสมผลกับขนาดธุรกิจ ปริมาณงาน และตำแหน่งหน้าที่
  • ต้องมีหลักฐานการทำงานจริง เช่น สัญญาจ้าง รายงานการประชุม
  • ต้องจ่ายเป็นประจำทุกเดือน ไม่ใช่จ่ายก้อนตอนปลายปี
  • ถ้าบริษัทขาดทุนแต่จ่ายเงินเดือนกรรมการสูง สรรพากรอาจตั้งข้อสงสัย

เปรียบเทียบ: เงินเดือนกรรมการ vs เงินปันผล ต่างกันอย่างไร

ตารางนี้สรุปความแตกต่างครบทุกมิติ ช่วยให้เห็นภาพรวมก่อนลงรายละเอียดการคำนวณ

มิติเงินเดือนกรรมการเงินปันผล
ประเภทเงินได้เงินได้ประเภทที่ 1 (เงินเดือน)เงินได้ประเภทที่ 4(ข) (เงินปันผล)
ภาษีฝั่งบริษัทหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ ลดกำไรสุทธิ ลด CITหักเป็นค่าใช้จ่ายไม่ได้ จ่ายจากกำไรหลังภาษี
ภาษีฝั่งบุคคลอัตราก้าวหน้า 0-35%หัก ณ ที่จ่าย 10% หรือนำไปรวมยื่น
ประกันสังคมไม่ต้องจ่าย (ถ้ากรรมการเป็นนายจ้าง/ผู้ถือหุ้นหลัก)ไม่ต้องจ่าย
เงื่อนไขการจ่ายจ่ายได้ทุกเดือน ไม่ต้องมีกำไรต้องมีกำไรสะสม + กันสำรอง 5%
ความยืดหยุ่นปรับเพิ่มลดได้ต้องผ่านมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
สิทธิ์ลดหย่อนหักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 บาท + ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาทไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ใช้เครดิตภาษีได้

ตัวอย่างคำนวณภาษี: กรณีกำไร 1 ล้านบาท

สมมุติบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) เป็น SME ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปี มีกำไรก่อนหักเงินเดือนกรรมการ 1,000,000 บาท

กรรมการ 1 คนเป็นผู้ถือหุ้น 100% ไม่มีรายได้อื่น

Case 1: จ่ายเป็นเงินเดือนกรรมการทั้งหมด

จ่ายเงินเดือนกรรมการ 1,000,000 บาท/ปี (เดือนละ 83,333 บาท)

ขั้นที่ 1 ภาษีนิติบุคคล

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
กำไรก่อนหักเงินเดือน1,000,000 บาท
หักเงินเดือนกรรมการ1,000,000 บาท
กำไรสุทธิ1,000,000 – 1,000,0000 บาท
ภาษีนิติบุคคล0 บาท

ขั้นที่ 2 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
เงินเดือนทั้งปี1,000,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย 50% (ไม่เกิน 100,000)100,000 บาท
หักลดหย่อนส่วนตัว60,000 บาท
เงินได้สุทธิ1,000,000 – 100,000 – 60,000840,000 บาท
ภาษี 0 – 150,000ยกเว้น0 บาท
ภาษี 150,001 – 300,000150,000 × 5%7,500 บาท
ภาษี 300,001 – 500,000200,000 × 10%20,000 บาท
ภาษี 500,001 – 750,000250,000 × 15%37,500 บาท
ภาษี 750,001 – 840,00090,000 × 20%18,000 บาท
ภาษีบุคคลธรรมดา83,000 บาท

ภาษีรวมทั้งระบบ Case 1 = 0 + 83,000 = 83,000 บาท เงินสุทธิที่กรรมการได้รับ = 1,000,000 – 83,000 = 917,000 บาท

Case 2: จ่ายเป็นเงินปันผลทั้งหมด

ไม่จ่ายเงินเดือน บริษัทเสียภาษีนิติบุคคลจากกำไร 1 ล้านบาท แล้วจ่ายเป็นเงินปันผลทั้งหมด

ขั้นที่ 1 ภาษีนิติบุคคล

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
กำไรสุทธิ1,000,000 บาท
ภาษี 0 – 300,000ยกเว้น (SME)0 บาท
ภาษี 300,001 – 1,000,000700,000 × 15%105,000 บาท
ภาษีนิติบุคคล105,000 บาท

ขั้นที่ 2 จ่ายเงินปันผล + หัก ณ ที่จ่าย

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
กำไรหลังภาษี1,000,000 – 105,000895,000 บาท
กันสำรองตามกฎหมาย 5%895,000 × 5%44,750 บาท
เงินปันผลจ่ายได้895,000 – 44,750850,250 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%850,250 × 10%85,025 บาท

ภาษีรวมทั้งระบบ Case 2 = 105,000 + 85,025 = 190,025 บาท เงินสุทธิที่กรรมการได้รับ = 850,250 – 85,025 = 765,225 บาท

Case 3: จ่ายแบบผสม (จุด Sweet Spot ที่ประหยัดภาษีรวมได้มากที่สุด)

จ่ายเงินเดือน 500,000 บาท/ปี (เดือนละ 41,667 บาท) ส่วนที่เหลือจ่ายเป็นเงินปันผล

ขั้นที่ 1 ภาษีนิติบุคคล

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
กำไรก่อนหักเงินเดือน1,000,000 บาท
หักเงินเดือนกรรมการ500,000 บาท
กำไรสุทธิ1,000,000 – 500,000500,000 บาท
ภาษี 0 – 300,000ยกเว้น (SME)0 บาท
ภาษี 300,001 – 500,000200,000 × 15%30,000 บาท
ภาษีนิติบุคคล30,000 บาท

ขั้นที่ 2 ภาษีเงินเดือนกรรมการ

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
เงินเดือนทั้งปี500,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย 50% (ไม่เกิน 100,000)100,000 บาท
หักลดหย่อนส่วนตัว60,000 บาท
เงินได้สุทธิ500,000 – 100,000 – 60,000340,000 บาท
ภาษี 0 – 150,000ยกเว้น0 บาท
ภาษี 150,001 – 300,000150,000 × 5%7,500 บาท
ภาษี 300,001 – 340,00040,000 × 10%4,000 บาท
ภาษีบุคคลธรรมดา11,500 บาท

ขั้นที่ 3 จ่ายเงินปันผล + หัก ณ ที่จ่าย

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
กำไรหลังภาษี500,000 – 30,000470,000 บาท
กันสำรอง 5%470,000 × 5%23,500 บาท
เงินปันผลจ่ายได้470,000 – 23,500446,500 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%446,500 × 10%44,650 บาท

ภาษีรวมทั้งระบบ Case 3 = 30,000 + 11,500 + 44,650 = 86,150 บาท เงินสุทธิที่กรรมการได้รับ = (500,000 – 11,500) + (446,500 – 44,650) = 890,350 บาท

สรุปผลเปรียบเทียบ 3 กรณี

Case 1: เงินเดือนล้วนCase 2: ปันผลล้วนCase 3: ผสม
ภาษีนิติบุคคล0 บาท105,000 บาท30,000 บาท
ภาษีบุคคลธรรมดา83,000 บาท0 บาท11,500 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายปันผล0 บาท85,025 บาท44,650 บาท
ภาษีรวมทั้งระบบ83,000190,02586,150
เงินค้างบริษัท (สำรอง)0 บาท44,750 บาท23,500 บาท
เงินสุทธิกรรมการได้รับ917,000765,225890,350

จ่ายแบบผสม (Case 3) ภาษีรวมต่ำที่สุด เพราะใช้ข้อดีของทั้งสองทางพร้อมกัน คือเงินเดือนช่วยลดกำไรของบริษัท (ลด CIT) ขณะที่เงินปันผลเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายเพียง 10%

หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นกรณีสมมุติเพื่อเปรียบเทียบ ผลลัพธ์จริงขึ้นกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและสิทธิ์ลดหย่อนอื่น ควรปรึกษานักบัญชีก่อนตัดสินใจ

วิธีวางแผนจ่ายเงินเดือน + ปันผล ให้ประหยัดภาษีสูงสุด

สูตรหาจุดคุ้มทุน: เงินเดือนเท่าไร ส่วนเหลือจ่ายปันผล

หลักคิดง่ายคือ กรรมการควรจ่ายเงินเดือนให้ตัวเอง “เท่าที่อัตราภาษีส่วนเพิ่ม (Marginal Tax Rate) ยังต่ำกว่าอัตราภาษีรวมของเงินปันผล”

สำหรับ SME ที่เสีย CIT 15% บวกภาษีหัก ณ ที่จ่ายปันผล 10% ภาษีรวมของเงินปันผลอยู่ที่ประมาณ 23.5%

ดังนั้นจ่ายเงินเดือนได้จนกว่าอัตราภาษีบุคคลธรรมดาจะถึงขั้น 20-25% จึงค่อยเปลี่ยนส่วนที่เหลือเป็นปันผล

แนวทางปฏิบัติสำหรับ SME

  • กำหนดเงินเดือนกรรมการที่ทำให้เงินได้สุทธิอยู่ในขั้น 10-15% (ประมาณ 40,000-60,000 บาท/เดือน)
  • ส่วนที่เหลือปล่อยเป็นกำไรของบริษัท แล้วจ่ายเป็นเงินปันผล
  • ทบทวนทุกปี เพราะโครงสร้างรายได้และสิทธิ์ลดหย่อนเปลี่ยนได้

เงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลที่ต้องรู้

ก่อนจ่ายเงินปันผล บริษัทต้องเตรียมเรื่องเหล่านี้

  1. ต้องมีกำไรจริง ห้ามจ่ายจากเงินสำรองหรือเงินที่ยังไม่ใช่กำไร
  2. กันเงินสำรองตามกฎหมายไม่น้อยกว่า 5% ของกำไรสุทธิทุกครั้ง จนถึง 10% ของทุนจดทะเบียน
  3. จัดประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติ
  4. จ่ายภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ที่ประชุมมีมติ
  5. หักภาษี 10% แล้วนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2 (แบบยื่นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินปันผล) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

ตัวอย่างบันทึกบัญชีเมื่อประกาศจ่ายเงินปันผล 100,000 บาท

รายการDr (เดบิต)Cr (เครดิต)
กำไรสะสม100,000 บาท
เงินปันผลค้างจ่าย90,000 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง10,000 บาท

ข้อควรระวังและผลกระทบทางกฎหมาย

ถ้าสรรพากรเห็นว่าเงินเดือนกรรมการสูงเกินสมควร บริษัทอาจถูกประเมินภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (ดูเงื่อนไขที่ต้องระวังในหัวข้อด้านบน)

การจ่ายปันผลเกินกว่ากำไรที่มีจริงถือว่าผิดกฎหมาย กรรมการอาจต้องรับผิดชอบส่วนตัว

สำหรับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคล ต้องพิจารณาเรื่อง Transfer Pricing ด้วย เพราะการตั้งเงินเดือนกรรมการระหว่างบริษัทในเครือต้องเป็นราคาตลาด

สรุป: วางแผนจ่ายผสม ภาษีรวมต่ำสุด

  • จ่ายแบบผสม (เงินเดือน + ปันผล) ให้ภาษีรวมต่ำกว่าจ่ายทางเดียว
  • กำหนดเงินเดือนกรรมการให้อัตราภาษีส่วนเพิ่มอยู่ระดับ 10-15% แล้วปล่อยส่วนที่เหลือเป็นปันผล
  • ประเมินโครงสร้างใหม่ทุกรอบปีบัญชี เพราะสิทธิ์ลดหย่อนและอัตราภาษีอาจเปลี่ยน

จัดการบัญชีเงินเดือนและเงินปันผลให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK ช่วยจัดการทั้งระบบเงินเดือน (Payroll) และบันทึกบัญชีเงินปันผล ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายอัตโนมัติ ดูรายงานกำไรสะสมได้ทันทีก่อนตัดสินใจ

ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเงินปันผลและเงินเดือนกรรมการ

เงินปันผลเสียภาษีไหม และต้องนำไปยื่น ภ.ง.ด.90/91 ตอนปลายปีหรือไม่

เงินปันผลเสียภาษีแน่นอน โดยถูกหัก 10% ตอนรับเงิน ผู้ถือหุ้นเลือกได้ว่าจะหักแล้วจบ หรือนำไปรวมยื่นในแบบ ภ.ง.ด.90 ตอนปลายปี

ถ้านำไปรวมยื่น สามารถใช้เครดิตภาษีหักออกได้ กรณีฐานภาษีต่ำกว่า 10% จะได้คืนภาษีด้วย

เงินปันผลหัก ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์

เงินปันผลที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาต้องหักภาษี 10% ของจำนวนที่จ่าย บริษัทผู้จ่ายนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

เงินเดือนกรรมการกับเงินปันผล จ่ายแบบไหนดีกว่า

ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกกรณี ขึ้นกับขนาดกำไร จำนวนผู้ถือหุ้น และสิทธิ์ลดหย่อนที่มี

จากตัวอย่างในบทความ การจ่ายแบบผสมมักให้ภาษีรวมต่ำสุด เพราะใช้ประโยชน์ทางภาษีจากทั้งเงินเดือนและปันผลพร้อมกัน

กรรมการจ่ายเงินเดือนตัวเองเท่าไรได้

กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานไว้ตายตัว แต่สรรพากรจะพิจารณาว่าเหมาะสมกับขนาดกิจการหรือไม่ เงินเดือนที่สูงเกินจริงอาจทำให้บริษัทเสียภาษีเพิ่ม

แนวปฏิบัติคือดูเงินเดือนตำแหน่งเดียวกันในอุตสาหกรรมเดียวกันเป็นเกณฑ์


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ตัวช่วยจัดการภาษีที่เข้าใจผู้ประกอบการ