Table of Contents

ข้อบังคับการทำงานไม่ใช่แค่เอกสารภายใน แต่ต้องตั้งให้ถูกต้องตามกฎหมาย หาก SME รายไหนละเลย อาจกลายเป็นหลักฐานในชั้นศาลที่พนักงานใช้ฟ้องได้ ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจวิธีการตั้งกฎระเบียบบริษัทให้เหมาะสม สิ่งที่ต้องกล่าวถึง ความคุ้มครองข้อมูลต่างๆ ตลอดจนผลประโยชน์ทับซ้อน

กฎระเบียบบริษัท คืออะไร

กฎระเบียบบริษัท หมายถึงกติกาภายในองค์กร ส่วนข้อบังคับการทำงานเป็นเอกสารที่กฎหมายบังคับให้จัดทำ เนื้อหาตามที่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดไว้

นายจ้างที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปต้องจัดทำข้อบังคับการทำงานเป็นภาษาไทย และประกาศให้พนักงานทราบภายใน 15 วันนับจากวันที่มีลูกจ้างครบ 10 คน (ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 108)

กฎระเบียบบริษัท ข้อบังคับการทำงาน และนโยบายบริษัท ต่างกันอย่างไร

คำความหมายบังคับตามกฎหมาย
ข้อบังคับการทำงานเอกสารที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมี 9 หมวด เช่น เวลาทำงาน วันหยุด การลา ค่าจ้าง วินัยใช่ ถ้ามีพนักงาน 10 คนขึ้นไป
กฎระเบียบบริษัทกติกาภายในองค์กรทั้งหมด รวมข้อบังคับการทำงาน และนโยบายเพิ่มเติมส่วนที่เป็นข้อบังคับบังคับตามกฎหมาย
นโยบายบริษัทแนวทางปฏิบัติเฉพาะเรื่อง เช่น นโยบาย IT นโยบาย COIไม่บังคับ แต่แนะนำให้มี

หลายๆ บริษัทมักใช้สามคำนี้ สลับกันไปมา ทั้งนี้ เป็นที่เข้าใจกันว่ามีความหมายเดียวกัน และบังคับใช้ตามกฎหมายได้ทั้งสิ้น

9 หมวดที่ข้อบังคับการทำงานต้องมี

กฎหมายกำหนดให้ข้อบังคับต้องครอบคลุมอย่างน้อย 9 เรื่อง

  1. วันทำงาน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก
  2. วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
  3. หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและทำงานวันหยุด
  4. วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด
  5. วันลาและหลักเกณฑ์การลา
  6. วินัยและโทษทางวินัย
  7. การร้องทุกข์
  8. การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ
  9. การเลิกจ้างกรณีย้ายสถานประกอบกิจการ (เพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 7)

วิธีจัดทำกฎระเบียบบริษัท สำหรับ SME แบบ step-by-step

1. ทบทวนโครงสร้างธุรกิจ

ถามตัวเองว่าธุรกิจมีกี่แผนก พนักงานมีสิทธิ์เข้าถึงอะไรบ้าง ทำงานรูปแบบไหน สัญญาจ้างงานเป็นแบบใด และคำถามอื่นๆ ตามความจำเป็น จะช่วยให้การตั้งนโยบาย และข้อบังคับทำได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

2. ร่างข้อบังคับตามที่กฎหมายกำหนด

ใช้แบบฟอร์มตัวอย่างจากกรมแรงงานเป็นโครงร่าง แล้วปรับรายละเอียดให้ตรงกับธุรกิจ เช่น เวลาเข้าออกงาน จำนวนวันลา และอัตราค่าล่วงเวลา เป็นต้น

3. ปรับใช้นโยบายให้เหมาะสมกับแต่ละอุตสาหกรรม

หากเป็นบริษัทที่ต้องมีการใช้งานข้อมูลลูกค้าสม่ำเสมอ ควรจะต้องมีนโยบายเกี่ยวกับความปลอดภัยข้อมูล จำกัดการเข้าถึงเท่าที่จำเป็น และรักษาความลับของลูกค้าและธุรกิจในขั้นสูงสุด หรือหากเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การมีนโยบายไม่รับของขวัญ/ของกำนัล อาจเป็นเรื่องที่ต้องบังคับใช้

4. ประกาศใช้งาน และบันทึกเป็นหลักฐาน

เมื่อร่างเสร็จแล้ว ต้องประกาศให้พนักงานทราบ เก็บไว้ในที่ที่พนักงานเข้าถึงได้ตลอดเวลา และให้พนักงานรับทราบเป็นหลักฐาน ปัจจุบันไม่ต้องยื่นข้อบังคับที่หน่วยงานรัฐ แต่ต้องจัดทำและประกาศตามกำหนด (ข้อมูลจาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน)


นโยบายการใช้ทรัพย์สินบริษัท

หลายบริษัทยังมีการแจกอุปกรณ์ IT เพื่อให้พนักงานใช้ในการทำงาน อาทิ โน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงโปรแกรมซอฟต์แวร์ต่างๆ ที่หากไม่มีการระบุกติกาให้ชัดเจน อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในวันที่พนักงานลาออกได้ ในกรณีที่พนักงานไม่ยอมคืนอุปกรณ์ หรือลบข้อมูลสำคัญทิ้งไป

เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว บริษัทจึงต้องกำหนดนโยบายเหล่านี้ให้ชัดเจน

  • ทรัพย์สินที่บริษัทจัดให้ใช้มีอะไรบ้าง (เครื่องคอมฯ มือถือ บัญชีซอฟต์แวร์)
  • ผู้รับผิดชอบดูแลอุปกรณ์และสิทธิ์การเข้าถึง ใครเป็นคนอนุมัติการเบิก
  • ห้ามใช้อุปกรณ์บริษัททำอะไรบ้าง เช่น ห้ามติดตั้งซอฟต์แวร์ส่วนตัว ห้ามให้คนนอกใช้
  • ขั้นตอนคืนทรัพย์สินเมื่อลาออก กำหนดว่าต้องคืนภายในวันสุดท้ายของการทำงาน

นโยบายข้อมูลลูกค้าและความลับทางธุรกิจ

SME ที่มีฐานข้อมูลลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อ เบอร์โทร หรือประวัติการสั่งซื้อ ต้องมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลเหล่านี้ ที่นอกจากเป็นเรื่องของจริยธรรมแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2565

ตั้งนโยบายบริษัท ให้สอดคล้องกับ PDPA

PDPA กำหนดให้ทุกธุรกิจที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย (ข้อมูลจาก สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) โดยบริษัทต้องคำนึงถึง

  • พนักงานคนไหนจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลลูกค้าบ้าง ต้องใช้งานเท่าไหร่
  • พนักงานห้ามคัดลอกข้อมูลลูกค้าไปใช้ส่วนตัว หรือส่งให้บุคคลภายนอก
  • เมื่อพนักงานลาออก ต้องตัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล และทำลายข้อมูลส่วนตัว
  • หากข้อมูลบริษัทรั่วไหล ต้องแจ้งหัวหน้างาน เพื่อการดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับเอกสารที่เป็นความลับทางธุรกิจ เช่น สูตรต้นทุน รายชื่อซัพพลายเออร์ หรือกลยุทธ์การตลาด ควรให้พนักงานที่เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เซ็นข้อตกลงรักษาความลับ (NDA) ตั้งแต่วันเริ่มงาน

นโยบายผลประโยชน์ทับซ้อนและการรับของขวัญ

ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest หรือ COI) คือสถานการณ์ที่ผลประโยชน์ส่วนตัวของพนักงานไปขัดกับผลประโยชน์ของบริษัท

SME หลายแห่งคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาเฉพาะบริษัทใหญ่ แต่จริงแล้วยิ่งองค์กรเล็ก พนักงานแต่ละคนยิ่งมีอำนาจตัดสินใจมาก ความเสี่ยงของผลประโยชน์ทับซ้อนจึงสูงกว่า

ตัวอย่างสถานการณ์ที่ SME เจอบ่อย

  • พนักงานจัดซื้อเลือกซัพพลายเออร์ที่เป็นญาติ อาจส่งผลให้เอื้อประโยชน์ต่อกัน
  • พนักงานเปิดร้านค้าออนไลน์แข่งกับบริษัท หรือตัดราคาพนักงาน เพื่อขายเอากำไร
  • พนักงานรับของขวัญมูลค่าสูงจากคู่ค้า โดยคาดหวังผลประโยชน์อื่นๆ

บริษัทจึงต้องกำหนดนโยบายให้ชัดเจน อาทิ ห้ามพนักงานเลือกใช้ซัพพลายเออร์ที่มีความสัมพันธ์ูใกล้ชิด ต้องผ่านการพิจารณาจากหัวหน้าก่อน หรือการรับของขวัญ ต้องมีการกำหนดเพดานมูลค่าใช้ชัดเจน และต้องแจ้งหัวหน้างานให้รับทราบ เป็นต้น


นโยบายเกี่ยวกับการลงโทษ และการตักเตือนทางวินัย

กฎหมายแรงงาน กำหนดให้บริษัทต้องทำการตักเตือนพนักงาน ในกรณีที่เกิดการกระทำผิดที่ไม่ร้ายแรง หรือไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หากบริษัทไล่พนักงานออกอย่างไม่ชอบธรรม พนักงานมีสิทธิ์ฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยได้ เล่มคู่มือพนักงานจึงต้องมีการระบุนโยบายการตักเตือนและลงโทษอย่างชัดเจน เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ของทั้งสองฝ่าย

3 ระดับการตักเตือน

ระดับวิธีทำเมื่อไรใช้
ตักเตือนด้วยวาจาพูดคุยตัวต่อตัว จดบันทึกไว้ผิดเล็กน้อย ครั้งแรก
หนังสือเตือนทำเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุพฤติกรรม กำหนดเวลาแก้ไขผิดซ้ำ หรือผิดร้ายแรงปานกลาง
เลิกจ้างต้องเลิกจ้างตามขั้นตอนกฎหมายผิดร้ายแรง ทุจริต หรือตักเตือนแล้วไม่แก้ไข

หนังสือเตือนต้องมีอะไรบ้าง

หนังสือเตือนที่จะมีผลทางกฎหมายต้องระบุครบ 4 ข้อ

  1. พฤติกรรมที่ผิดระเบียบ ระบุชัดเจนว่าทำอะไร เมื่อไร
  2. ข้อบังคับที่ฝ่าฝืน อ้างอิงข้อที่เขียนไว้ในข้อบังคับการทำงาน
  3. กำหนดเวลาแก้ไข เช่น ต้องไม่ทำผิดซ้ำภายใน 30 วัน
  4. ผลที่จะเกิดขึ้นหากไม่แก้ไข เช่น เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

กฎหมายกำหนดว่าหนังสือเตือนมีผล 1 ปีนับจากวันที่กระทำผิด (ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119) ถ้าพนักงานทำผิดซ้ำภายใน 1 ปี นายจ้างมีสิทธิ์เลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

กฎระเบียบบริษัทที่มักขัดกฎหมายแรงงาน

SME บางแห่งตั้งกฎโดยไม่รู้ว่าขัดกฎหมาย ตรวจสอบว่าบริษัทคุณมีข้อไหนหรือเปล่า

  • ห้ามพนักงานหญิงลาคลอด ลาคลอดเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย 98 วัน
  • หัวหน้าหักค่าจ้างเมื่อมาสาย โดยหักเกินสัดส่วนเวลาที่ขาด
  • บังคับทำ OT โดยไม่ได้รับความยินยอม
  • กำหนดช่วงทดลองงานเกิน 120 วันโดยไม่มีเหตุผล
  • ไม่จ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง แม้พนักงานทำงานเกิน 120 วัน
  • ยึดเอกสารส่วนตัวของพนักงาน เช่น บัตรประชาชน วุฒิการศึกษา

ตัวอย่างกฎระเบียบบริษัท ฉบับ SME พร้อมใช้

โครงสร้างข้อบังคับการทำงานควรมีเนื้อหาครอบคลุมหัวข้อ ดังนี้

หมวดเนื้อหาหลักตัวอย่างกำหนด
เวลาทำงานวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลาเท่าไร09:00-18:00 พักกลางวัน 1 ชั่วโมง
วันหยุดวันหยุดประจำสัปดาห์ + วันหยุดตามประเพณีเสาร์อาทิตย์ + วันหยุดราชการไม่น้อยกว่า 13 วัน/ปี
การลาลาป่วย ลากิจ ลาพักร้อนลาป่วยไม่เกิน 30 วัน/ปี ลาพักร้อนขั้นต่ำ 6 วัน
ค่าจ้างวิธีจ่าย วันที่จ่ายโอนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือน
วินัยพฤติกรรมที่ห้าม + ขั้นตอนตักเตือน3 ระดับ ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น
การเลิกจ้างเงื่อนไข + ค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
ทรัพย์สินบริษัทสิทธิ์ใช้งาน + คืนเมื่อออกคืนภายในวันสุดท้าย
ข้อมูลลับห้ามเผยแพร่ + NDAลงนาม NDA วันเริ่มงาน
COIห้ามมีส่วนได้เสีย + แจ้งของขวัญแจ้งเมื่อมูลค่าเกิน 1,000 บาท

สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มข้อบังคับการทำงานเบื้องต้นได้จากเว็บไซต์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน


สรุป: วางกฎระเบียบให้ครบ เริ่มจากกฎหมายก่อน เสริมนโยบายที่ใช้ได้จริง

  • จัดทำข้อบังคับการทำงานครบทุกหมวดตามกฎหมาย
  • เพิ่มนโยบายทรัพย์สิน ข้อมูลลับ และ COI เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดบ่อยใน SME
  • กำหนดขั้นตอนตักเตือนให้ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย
  • ทบทวนกฎทุกปี ตรวจว่าไม่มีข้อไหนขัดกฎหมายแรงงาน

จัดระบบธุรกิจ SME ให้ครบวงจรด้วย PEAK

เมื่อวางกฎระเบียบเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือจัดระบบบัญชี เงินเดือน และเอกสารให้เป็นระบบ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME จัดการเอกสารทางบัญชี ออกใบแจ้งหนี้ คำนวณเงินเดือนอัตโนมัติ และดูภาพรวมธุรกิจแบบ Real-Time ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับกฎระเบียบบริษัท

กฎระเบียบบริษัทดูตรงไหน

พนักงานสามารถขอดูข้อบังคับการทำงานจากฝ่าย HR หรือผู้บริหารได้โดยตรง กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องปิดประกาศข้อบังคับในที่เปิดเผยภายในสถานประกอบการ บริษัทหลายแห่งจัดเก็บไว้ในระบบ Intranet หรือ Google Drive ให้พนักงานเข้าถึงได้ตลอดเวลา

SME ที่มีพนักงานไม่ถึง 10 คนต้องทำข้อบังคับไหม

กฎหมายไม่บังคับ แต่แนะนำให้ทำ เพราะแม้ยังไม่มีพนักงานครบ 10 คน การมีกติกาเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยลดปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เมื่อบริษัทโตจนมีพนักงานถึง 10 คน ก็มีข้อบังคับพร้อมใช้ทันที

ข้อบังคับบริษัทกับข้อบังคับการทำงานเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน ข้อบังคับบริษัท (Articles of Association) ตาม พ.ร.บ.บริษัทจำกัด เป็นเอกสารที่กำหนดโครงสร้างบริหาร เช่น จำนวนกรรมการ วิธีลงมติ ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ส่วนข้อบังคับการทำงาน (Work Rules) ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เป็นกติการะหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง คนละฉบับ คนละวัตถุประสงค์

ทำข้อบังคับเสร็จแล้วต้องยื่นที่ไหน

ปัจจุบันกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องนำข้อบังคับไปยื่นจดทะเบียนที่หน่วยงานใด แต่ต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร ประกาศในสถานประกอบการ และเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน หากเจ้าหน้าที่มาตรวจ ต้องแสดงให้ดูได้ทันที


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

เริ่มต้นใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK