Table of Contents

ในวันที่เขียนบทความ (8 ตุลาคม 2569) – ร่างกฎหมายนี้ ยังอยู่ในช่วงเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึง 29 ตุลาคม 2569 จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ ตัวเลขในบทความอาจมีการเปลี่ยนแปลง

กรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายที่เสนอเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาทต่อการบินออกหนึ่งครั้ง จากผู้เดินทางทุกสัญชาติ ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีแค่นักท่องเที่ยว บริษัทที่ส่งพนักงานไปประชุม ดูงาน ออกบูธ หรือพาพนักงานเที่ยวต่างประเทศ ก็มีต้นทุนเพิ่มทุกเที่ยวบิน

บทความนี้สรุปสาระของร่าง ต้นทุนที่ธุรกิจต้องคิด และวิธีบันทึกบัญชีภาษีเดินทางออกนอกประเทศ

ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ คืออะไร

ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ หรือชื่อทางการว่า ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร (Departure Tax) คือภาษีที่เก็บจากผู้เดินทางออกจากประเทศไทยทุกครั้ง ร่างใหม่เสนอเก็บจากทุกสัญชาติ ระยะแรกเก็บเฉพาะทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท โดยสายการบินหรือตัวแทนขายตั๋วเก็บรวมกับค่าโดยสาร

ประเทศไทยเคยมีภาษีเดินทางออกนอกประเทศมาแล้วตามพระราชกฤษฎีกาปี 2526 ซึ่งเก็บเฉพาะคนไทยและคนต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในไทย ต่อมายกเว้นการเดินทางทุกช่องทางจนไม่มีการเก็บจริง

ในปี 2566 กรมสรรพากรเคยเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องนี้ แต่รอบนั้นเป็นการประเมินผลกฎหมายเดิม และชี้แจงว่าไม่ได้จะเก็บภาษี แต่รอบนี้ต่างกัน เพราะเป็นร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ที่กรมสรรพากรประกาศรับฟังความคิดเห็น ตั้งแต่ 30 กันยายน ถึง 29 ตุลาคม 2569

ต่างจากค่าธรรมเนียมสนามบิน (PSC) อย่างไร

หลายคนเรียกค่าธรรมเนียมที่รวมอยู่ในตั๋วว่าภาษีสนามบิน แต่ค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge หรือ PSC) เป็นค่าบริการที่ผู้ให้บริการท่าอากาศยานเก็บ ไม่ใช่ภาษี

เรื่องค่าธรรมเนียมสนามบิน (PSC)ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ (ร่าง)
ผู้เก็บตามกฎหมายผู้ให้บริการท่าอากาศยานกรมสรรพากร ผ่านสายการบินหรือตัวแทนขายตั๋ว
ลักษณะค่าบริการใช้สนามบินภาษีตาม พ.ร.บ.
ผู้ได้รับยกเว้นเก็บอยู่แล้วในปัจจุบันใช้หลักเกณฑ์เดียวกับ PSC

สรุปสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.

ร่าง พ.ร.บ. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร กำหนดให้ผู้เดินทางทุกสัญชาติเสียภาษีทุกครั้งที่ออกนอกประเทศ อัตรากำหนดในกฎกระทรวงแต่ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท ระยะแรกเก็บเฉพาะทางอากาศ 1,000 บาท ยกเว้นทางบกและทางน้ำ มีผลเมื่อพ้น 180 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ประเด็นสาระในร่าง
ผู้เสียภาษีผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรทุกสัญชาติ
อัตราระยะแรกทางอากาศครั้งละ 1,000 บาท
เพดานไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท ตามกฎกระทรวง
ทางบกและทางน้ำยกเว้นในระยะแรก
ผู้เรียกเก็บผู้ประกอบกิจการขนส่งหรือตัวแทนขายตั๋ว
วันมีผลพ้น 180 วันนับจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ตั๋วที่ซื้อก่อนวันมีผลไม่ต้องเสีย แม้เดินทางหลังวันมีผล
เบี้ยปรับ2 เท่าของภาษีที่ต้องเสียหรือต้องนำส่ง
เงินเพิ่ม1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน

ข้อมูลในตารางสรุปจากเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นของกรมสรรพากร

ใครได้รับยกเว้น

ร่างใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการยกเว้น PSC สำหรับการเดินทางทางอากาศ

  • พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระราชวงศ์ และผู้ติดตาม
  • สมเด็จพระสังฆราชและผู้ติดตาม
  • ประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ ราชอาคันตุกะ อาคันตุกะของรัฐบาล และผู้ติดตาม
  • เด็กอายุไม่เกิน 2 ปี
  • ผู้โดยสารผ่านที่ไม่ออกจากห้องผู้โดยสารผ่าน หรือพักในสนามบินเพื่อเปลี่ยนเครื่องเดินทางภายในประเทศ
  • ผู้โดยสารบนอากาศยานของราชการ และคณะผู้ตรวจขององค์การห้ามอาวุธเคมี
  • ลูกเรือหรือพนักงานของผู้ขนส่งที่เดินทางโดยไม่เสียค่าโดยสารระหว่างปฏิบัติหน้าที่

พนักงานบริษัทที่บินไปทำงานไม่อยู่ในกลุ่มยกเว้น

เก็บอย่างไร และเริ่มเมื่อไร

ผู้เดินทางต้องจ่ายก่อนออกนอกประเทศ โดยสายการบินหรือตัวแทนขายตั๋วจะเก็บพร้อมค่าโดยสาร

กรณีไม่ได้ซื้อตั๋วผ่านผู้ขาย หรือไม่ได้จ่ายค่าโดยสาร ให้จ่ายตามวิธีที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศ แต่ในตัวร่างกฎหมายยังไม่ระบุแบบนำส่งและกำหนดเวลานำส่งของผู้เรียกเก็บ ต้องรอฟังจากประกาศหลังร่างผ่านการพิจารณา

ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ กระทบต้นทุนธุรกิจอย่างไร

ภาษีเดินทางออกนอกประเทศเพิ่มต้นทุนธุรกิจตามจำนวนเที่ยวบินขาออกของพนักงาน ระยะแรกเพิ่มคนละ 1,000 บาทต่อเที่ยว ถ้าวันหนึ่งกฎกระทรวงปรับขึ้นถึงเพดาน ต้นทุนจะเพิ่มได้สูงสุด 5 เท่า ธุรกิจที่เดินทางบ่อย เช่น ส่งออก นำเข้า มีสาขาต่างประเทศ หรือจัดทริปพนักงาน จึงควรตั้งงบไว้ล่วงหน้า

ตัวอย่าง: บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ส่งพนักงานฝ่ายขาย 8 คน ไปพบลูกค้าต่างประเทศคนละ 5 ทริปต่อปี และพาพนักงาน 30 คน ไปเที่ยวต่างประเทศปีละ 1 ครั้ง

รายการอัตรา 1,000 บาท
ทริปงาน 40 เที่ยว (8 × 5)40,000 บาทต่อปี
ทริปพนักงาน 30 เที่ยว30,000 บาทต่อปี
รวม70,000 บาทต่อปี
รายการกรณีเพดาน 5,000 บาท
ทริปงาน 40 เที่ยว200,000 บาทต่อปี
ทริปพนักงาน 30 เที่ยว150,000 บาทต่อปี
รวม350,000 บาทต่อปี
ธุรกิจผลกระทบหลัก
บริษัทที่ส่งพนักงานไปต่างประเทศบ่อยงบค่าเดินทางเพิ่มตามจำนวนเที่ยว
บริษัททัวร์ outbound และ MICEราคาแพ็กเกจสูงขึ้น และมีหน้าที่เก็บแทนถ้าขายตั๋ว
ตัวแทนขายตั๋วเครื่องบินต้องปรับระบบออกตั๋วและงานนำส่งภาษี
สายการบินต้องเก็บและนำส่งตามกฎหมายใหม่

บันทึกบัญชีภาษีเดินทางออกนอกประเทศอย่างไร

การบันทึกบัญชีภาษีเดินทางออกนอกประเทศขึ้นกับว่าบริษัทเป็นผู้จ่ายหรือผู้เก็บแทน ถ้าส่งพนักงานไปทำงาน ให้รวมเป็นค่าเดินทางต่างประเทศ หักรายจ่ายได้ ถ้าเป็นทริปสวัสดิการ ให้บันทึกเป็นค่าสวัสดิการ ถ้าบริษัทเป็นผู้ขายตั๋วที่เก็บภาษีแทนรัฐ ให้บันทึกเป็นหนี้สินรอนำส่ง ไม่ใช่รายได้

กรณีบัญชีที่ใช้
ส่งพนักงานไปทำงานค่าเดินทางต่างประเทศ
พาพนักงานเที่ยว ทริปรางวัลค่าสวัสดิการพนักงาน
ขายตั๋วหรือแพ็กเกจที่เก็บภาษีแทนภาษีเดินทางออกนอกประเทศรอนำส่ง (หนี้สิน)

กรณีพนักงานเดินทางไปทำงาน

ภาษีเดินทางออกนอกประเทศที่รวมอยู่ในตั๋ว เป็นส่วนหนึ่งของค่าเดินทางเพื่อกิจการ

ภาษีตัวนี้ไม่อยู่ในรายการภาษีที่ห้ามหักตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (6) ซึ่งห้ามเฉพาะภาษีเงินได้ของบริษัท เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับอาญา

ตัวอย่าง: บริษัท ก ซื้อตั๋วเครื่องบินให้พนักงานไปประชุมที่สิงคโปร์ ราคา 12,000 บาท รวมภาษีเดินทาง 1,000 บาท

รายการจำนวนเงิน
เดบิต ค่าเดินทางต่างประเทศ12,000 บาท
เครดิต เงินสดหรือเงินฝากธนาคาร12,000 บาท

ถ้าอยากเห็นต้นทุนภาษีตัวนี้แยกชัด เปิดบัญชีย่อย ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ ใต้หมวดค่าเดินทางได้ ทำให้ดูงบเดินทางรายปีง่ายขึ้น

เอกสารที่ควรเก็บคือใบเสร็จหรือใบแจ้งหนี้ของสายการบิน ตั๋ว และใบขออนุมัติเดินทางที่ระบุวัตถุประสงค์งาน

ถ้าเป็นการเดินทางส่วนตัวของกรรมการ ค่าใช้จ่ายนี้เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) ดูรายการอื่นได้ที่รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี

กรณีพาพนักงานเที่ยวหรือทริปรางวัล

ภาษีเดินทางออกนอกประเทศของทริปพนักงานรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายทริป บันทึกเป็นค่าสวัสดิการพนักงาน

รายการจำนวนเงิน
เดบิต ค่าสวัสดิการพนักงาน (ภาษีเดินทาง 30 คน)30,000 บาท
เครดิต เงินสดหรือเงินฝากธนาคาร30,000 บาท

ตามแนวข้อหารือ กค 0706/9276 สวัสดิการที่จัดให้พนักงานทุกคนทุกตำแหน่ง บริษัทหักเป็นรายจ่ายได้

แต่ประโยชน์ที่พนักงานได้รับถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) ของพนักงาน ยกเว้นรายการที่กฎหมายยกเว้นไว้เฉพาะ

ถ้าทริปให้เฉพาะผู้บริหารบางคน ความเสี่ยงที่จะเป็นรายจ่ายส่วนตัวสูงขึ้น ควรมีนโยบายสวัสดิการเป็นลายลักษณ์อักษร

ทริปพนักงานต่างจากค่ารับรองที่มีเพดาน 0.3% ของรายได้ ดูความต่างได้ที่ค่ารับรองและงานเลี้ยงพนักงาน

กรณีธุรกิจทัวร์และตัวแทนขายตั๋วที่เก็บภาษีแทน

ร่างกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการขนส่ง หรือตัวแทนที่จำหน่ายบัตรโดยสาร เป็นผู้เก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศแทนรัฐ

บริษัททัวร์จึงบันทึกได้ 2 แบบ ขึ้นกับว่าออกตั๋วเองหรือไม่

ลักษณะธุรกิจวิธีบันทึกภาษีเดินทาง
ออกตั๋วเองในฐานะตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารหนี้สินรอนำส่ง ไม่ใช่รายได้
ซื้อตั๋วจากสายการบินหรือเอเจนซี่ที่รวมภาษีมาแล้วต้นทุนของแพ็กเกจ

แบบแรก เงินที่เก็บจากลูกค้าเป็นของรัฐ บริษัทพักไว้เป็นหนี้สินจนกว่าจะนำส่ง แบบที่สอง บริษัทเป็นผู้จ่ายภาษีผ่านราคาตั๋ว จึงบันทึกเป็นต้นทุนตามปกติ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ก็ใช้หลักเดียวกัน คือเงินที่เก็บแทนรัฐเป็นหนี้สินของผู้เก็บ ไม่ใช่รายได้

ตัวอย่างแบบแรก: บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) เป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารที่ออกตั๋วเอง

บริษัท ข ขายแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่นราคา 35,000 บาท รวมภาษีเดินทาง 1,000 บาท ตัวอย่างนี้ยังไม่รวม VAT

1. วันที่รับเงินจากลูกค้า

รายการจำนวนเงิน
เดบิต เงินสดหรือเงินฝากธนาคาร35,000 บาท
เครดิต รายได้ค่าบริการทัวร์34,000 บาท
เครดิต ภาษีเดินทางออกนอกประเทศรอนำส่ง1,000 บาท

2. วันที่นำส่งภาษี

รายการจำนวนเงิน
เดบิต ภาษีเดินทางออกนอกประเทศรอนำส่ง1,000 บาท
เครดิต เงินสดหรือเงินฝากธนาคาร1,000 บาท

ตัวอย่างแบบที่สอง: ถ้าบริษัท ข ซื้อตั๋วจากสายการบินราคา 18,000 บาท ซึ่งรวมภาษีเดินทาง 1,000 บาทแล้ว

รายการจำนวนเงิน
เดบิต ต้นทุนแพ็กเกจทัวร์ (ตั๋วรวมภาษีเดินทาง)18,000 บาท
เครดิต เจ้าหนี้สายการบิน18,000 บาท

ราคาขายแพ็กเกจ 35,000 บาท บันทึกเป็นรายได้ทั้งจำนวน

ถ้านำส่งช้าหรือไม่ครบ ร่างกำหนดเบี้ยปรับ 2 เท่าและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ทั้งสองรายการเป็นรายจ่ายต้องห้าม หักภาษีไม่ได้

ธุรกิจควรเตรียมตัวอย่างไร

ช่วงนี้ร่างยังอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น ธุรกิจจึงมีเวลาเตรียมตัวก่อนกฎหมายมีผลอย่างน้อย 180 วันหลังประกาศ สิ่งที่ทำได้ทันทีคือประเมินจำนวนเที่ยวบินขาออกต่อปี ตั้งงบเผื่อ วางผังบัญชีให้แยกภาษีตัวนี้ได้ และส่งความเห็นถึงกรมสรรพากรก่อน 29 ตุลาคม 2569 ถ้าธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรง

  • นับเที่ยวบินขาออกของพนักงานปีที่ผ่านมา แล้วคูณ 1,000 บาทเป็นงบขั้นต่ำ
  • ทริปที่วางแผนไว้แล้ว พิจารณาซื้อตั๋วก่อนวันกฎหมายมีผล เพราะร่างยกเว้นตั๋วที่ซื้อก่อน
  • เพิ่มบัญชีย่อยภาษีเดินทางในหมวดค่าเดินทาง
  • ธุรกิจทัวร์และตัวแทนตั๋ว เตรียมบัญชีหนี้สินรอนำส่ง และระบบแยกยอดภาษีในใบเสร็จ
  • ทบทวนนโยบายสวัสดิการและการอนุมัติเดินทางให้เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ส่งความเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย หรือหน้าประกาศของกรมสรรพากร

สรุป – ภาษีเดินทางออกนอกประเทศยังเป็นร่าง

ถ้าร่างภาษีนี้ผ่าน ธุรกิจที่เดินทางบ่อยจะมีต้นทุนเพิ่มตามจำนวนเที่ยวบิน และธุรกิจที่ขายตั๋วจะมีหน้าที่เก็บและนำส่งเพิ่มขึ้น ฝั่งบัญชีไม่ซับซ้อน ผู้จ่ายบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนผู้เก็บแทนบันทึกเป็นหนี้สิน

  • ทริปงาน รวมเป็นค่าเดินทางต่างประเทศ หักรายจ่ายได้
  • ทริปพนักงาน บันทึกเป็นค่าสวัสดิการ และดูเรื่องเงินได้ของพนักงาน
  • ผู้เก็บแทน ไม่บันทึกเป็นรายได้
  • ติดตามผลการรับฟังความคิดเห็นและกฎกระทรวงที่จะกำหนดอัตราจริง

แยกค่าเดินทางและภาษีที่เกี่ยวข้องในระบบบัญชีเดียว

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME จัดการเอกสาร รายรับรายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว ตั้งบัญชีย่อยค่าเดินทางต่างประเทศ ดูงบเดินทางรายเดือน และบันทึกหนี้สินรอนำส่งได้ในระบบเดียว – ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีเดินทางออกนอกประเทศ

ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ เริ่มเก็บแล้วหรือยัง

ยัง ณ 8 ตุลาคม 2569 เป็นร่างที่อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น ถ้าผ่านและประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะมีผลหลังจากนั้น 180 วัน

เด็กต้องเสียภาษีเดินทางไหม

เด็กอายุไม่เกิน 2 ปีได้รับยกเว้นตามร่าง เด็กที่อายุมากกว่านั้นต้องเสียเหมือนผู้ใหญ่

เดินทางทางรถหรือเรือ ต้องเสียไหม

ระยะแรกไม่ต้องเสีย ร่างยกเว้นการเดินทางทางบกและทางน้ำ แต่เปิดช่องให้กำหนดเพิ่มภายหลัง

ซื้อตั๋วไว้ก่อนกฎหมายมีผล ต้องเสียไหม

ไม่ต้องเสีย ร่างกำหนดว่าตั๋วที่ซื้อก่อนวันกฎหมายมีผลไม่อยู่ในบังคับ แม้เดินทางหลังวันนั้น

บริษัทนำภาษีเดินทางไปหักรายจ่ายได้ไหม

ได้ ถ้าเป็นการเดินทางเพื่อกิจการและมีหลักฐาน เพราะไม่ใช่ภาษีที่ห้ามหักตามมาตรา 65 ตรี (6) แต่ถ้าเป็นทริปส่วนตัวของกรรมการ หักไม่ได้

ข้อมูลในบทความนี้สรุปจากร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น ณ 8 ตุลาคม 2569 อัตรา ข้อยกเว้น และวิธีนำส่งอาจเปลี่ยนแปลง แนวทางบันทึกบัญชีเป็นความรู้ทั่วไป ควรตรวจกฎหมายฉบับประกาศใช้และปรึกษาผู้สอบบัญชีก่อนนำไปใช้


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เปลี่ยนงานบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย