fv
Table of Contents

เงิน 1 ล้านบาทวันนี้ กับ 1 ล้านบาทอีก 5 ปีข้างหน้า มูลค่าไม่เท่ากัน ถ้าเข้าใจ FV (Future Value) คุณจะรู้ว่าเงินก้อนนี้จะเติบโตเป็นเท่าไรในอนาคต

FV คืออะไร (Future Value คือ มูลค่าเงินในอนาคต)

FV หรือ Future Value คือการคำนวณว่าเงินจำนวนหนึ่งจะเติบโตเป็นเท่าไรในอนาคต โดยคิดรวมผลตอบแทนตลอดระยะเวลาที่กำหนด

ผลตอบแทนที่ว่านี้อาจเป็นดอกเบี้ยเงินฝาก กำไรจากการลงทุน หรืออัตราเงินเฟ้อ ขึ้นอยู่กับบริบทที่นำไปใช้ พูดง่ายกว่านั้น ถ้าคุณฝากเงิน 100,000 บาทในบัญชีที่ให้ดอกเบี้ย 3% ต่อปี FV จะบอกคุณว่าอีก 5 ปี เงินก้อนนี้จะกลายเป็นเท่าไร

แนวคิดนี้มาจากหลัก Time Value of Money (มูลค่าของเงินตามเวลา) เงิน 1 บาทวันนี้มีค่ามากกว่า 1 บาทในอนาคต เพราะนำไปสร้างผลตอบแทนเพิ่มได้

หลักการนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการเงินธุรกิจ ทั้งการประเมินความคุ้มค่าของโครงการ การวิเคราะห์สินเชื่อ และการวางแผนงบประมาณระยะยาว

ทำไมเจ้าของกิจการต้องรู้จัก FV

สำหรับเจ้าของกิจการ FV ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในตำราเรียน แต่เป็นเครื่องมือช่วยตอบคำถามเรื่องเงินที่ใช้ได้จริงในการบริหารกิจการ

  • ประเมินว่าควรลงทุนซื้อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ใหม่ไหม
  • วางแผนเก็บเงินสำรองธุรกิจให้ถึงเป้าที่ต้องการ
  • เปรียบเทียบทางเลือกการลงทุน 2 ทาง ว่าทางไหนให้ผลตอบแทนดีกว่า
  • ประเมินต้นทุนที่แท้จริงของเงินกู้ธุรกิจ

สูตร FV (Future Value Formula) พร้อมอธิบายทีละตัวแปร

สูตร FV มี 3 รูปแบบหลัก ขึ้นอยู่กับลักษณะการลงทุนหรือการออม เลือกใช้ตามสถานการณ์ของคุณ

สูตร FV แบบดอกเบี้ยเดี่ยว (Simple Interest)

ใช้เมื่อได้รับดอกเบี้ยจากเงินต้นเท่านั้น ไม่มีการนำดอกเบี้ยมาทบเข้าเงินต้น

FV = PV × (1 + r × n)

ตัวแปรความหมายตัวอย่าง
PVเงินต้น (Present Value)100,000 บาท
rอัตราดอกเบี้ยต่อปี5% = 0.05
nจำนวนปี3 ปี

สูตร FV แบบดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest)

เป็นสูตรที่ใช้บ่อยที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะผลตอบแทนของงวดก่อนจะถูกรวมเป็นเงินต้นในงวดถัดไป ทำให้เงินเติบโตเร็วขึ้นเรื่อยๆ

FV = PV × (1 + r)^n

ถ้าทบต้นมากกว่าปีละ 1 ครั้ง (เช่น รายเดือน) ปรับสูตรเป็น

FV = PV × (1 + r/m)^(n × m)

โดย m คือจำนวนครั้งที่ทบต้นต่อปี เช่น ทบต้นรายเดือน m = 12

สูตร FV แบบเงินงวด (Annuity)

ใช้เมื่อลงทุนหรือออมเงินเท่ากันทุกงวด เช่น ฝากเงินเดือนละ 10,000 บาท

FV = PMT × [((1 + r)^n – 1) / r]

ตัวแปรความหมายตัวอย่าง
PMTจำนวนเงินที่จ่ายแต่ละงวด10,000 บาท/เดือน
rอัตราดอกเบี้ยต่องวด6%/12 = 0.5% ต่อเดือน
nจำนวนงวด36 เดือน (3 ปี)

ตัวอย่างการคำนวณ FV ที่เจ้าของกิจการใช้ได้จริง

ตัวอย่างที่ 1: ลงทุนซื้อเครื่องจักร 1 ล้านบาท คุ้มไหมใน 5 ปี

บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) มีเงิน 1,000,000 บาท กำลังเลือกระหว่างซื้อเครื่องจักรใหม่หรือฝากธนาคาร ถ้าฝากที่ดอกเบี้ย 4% ทบต้นรายปี อีก 5 ปีจะได้เท่าไร

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
เงินต้น (PV)1,000,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย (r)4% ต่อปี0.04
จำนวนปี (n)5 ปี
FV1,000,000 × (1 + 0.04)^51,216,653 บาท

ถ้าฝากธนาคาร เงินจะโตเป็นราว 1.22 ล้านบาท ดังนั้นถ้าเครื่องจักรสร้างรายได้หรือลดต้นทุนมากกว่า 216,653 บาทใน 5 ปี การซื้อเครื่องจักรก็คุ้มกว่า

ตัวอย่างที่ 2: เก็บเงินสำรองธุรกิจเดือนละ 10,000 บาท อีก 3 ปีจะมีเท่าไร

บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ออมเงินเดือนละ 10,000 บาท ในบัญชีที่ให้ผลตอบแทน 3% ต่อปี ทบต้นรายเดือน

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
เงินออมต่อเดือน (PMT)10,000 บาท
อัตราดอกเบี้ยต่อเดือน (r)3%/120.25%
จำนวนเดือน (n)3 × 1236 เดือน
FV (เงินงวด)10,000 × [((1.0025)^36 – 1) / 0.0025]376,453 บาท

จ่ายเงินจริง 360,000 บาท (10,000 × 36) แต่ผลตอบแทนที่ทบต้นทุกเดือนทำให้เงินงอกเป็น 376,453 บาท ได้กำไรจากดอกเบี้ยราว 16,453 บาท

ตัวอย่างที่ 3: เปรียบเทียบ 2 ทางเลือกลงทุนด้วย FV

เจ้าของกิจการมีเงิน 500,000 บาท กำลังเลือกระหว่าง 2 ทาง

ทางเลือกผลตอบแทนระยะเวลาFV
A: ฝากประจำ 3% ทบต้นรายปี3%5 ปี500,000 × (1.03)^5 = 579,637 บาท
B: ลงทุนกองทุนรวม คาดหวัง 7% ต่อปี7%5 ปี500,000 × (1.07)^5 = 701,276 บาท

ทางเลือก B ให้ FV สูงกว่าราว 121,639 บาท แต่ผลตอบแทนจากกองทุนไม่การันตี เจ้าของกิจการต้องชั่งน้ำหนักระหว่างผลตอบแทนที่คาดหวังกับความเสี่ยงที่รับได้

FV กับ PV ต่างกันอย่างไร

FV (Future Value) และ PV (Present Value) เป็นแนวคิดที่คู่กัน ใช้ร่วมกันในการวิเคราะห์การเงินธุรกิจ

FV (Future Value)PV (Present Value)
ความหมายมูลค่าเงินในอนาคตมูลค่าเงินในปัจจุบัน
คำถามที่ตอบ“เงินวันนี้ อีก 5 ปีจะเป็นเท่าไร?”“เงินในอนาคต คิดเป็นมูลค่าวันนี้เท่าไร?”
ใช้เมื่อวางแผนออม ประเมินเงินสำรองประเมินโครงการลงทุน ตีมูลค่าสินทรัพย์
ทิศทางปัจจุบัน → อนาคตอนาคต → ปัจจุบัน

ตัวอย่างเช่น “ฝากเงิน 1 แสนวันนี้ อีก 3 ปีจะมีเท่าไร” ให้ใช้ FV

แต่ถ้าถามว่า “เงิน 1 แสนอีก 3 ปีข้างหน้า คิดเป็นค่าวันนี้เท่าไร” ให้ใช้ PV

ข้อผิดพลาดที่เจ้าของกิจการทำบ่อยเรื่อง FV

ใช้ผลตอบแทนที่ไม่การันตีมาคำนวณ

เจ้าของกิจการหลายคนใช้ตัวเลขผลตอบแทน “ที่คาดหวัง” มาคำนวณ FV เช่น คาดว่าจะได้กำไร 10% ต่อปี แล้วเอาตัวเลขนี้ไปวางแผนทั้งหมด ปัญหาคือผลตอบแทนจริงอาจต่ำกว่ามาก วิธีที่ปลอดภัยกว่า คือคำนวณ FV ด้วยตัวเลขที่ระมัดระวัง (conservative) เช่น ลดลง 20-30% จากที่คาดหวัง

ลืมคิดเงินเฟ้อ

FV บอกว่าเงินจะเติบโตเป็นเท่าไร แต่ไม่ได้บอกว่าเงินก้อนนั้นจะซื้อของได้เท่าเดิมไหม ถ้าเงินเฟ้อ 3% ต่อปี เงิน 1 ล้านบาทในอีก 5 ปีจะมีกำลังซื้อเท่ากับ 863,000 บาทวันนี้เท่านั้น เจ้าของกิจการควรคำนวณ FV แบบ “หลังหักเงินเฟ้อ” ด้วย โดยใช้อัตราผลตอบแทนจริง (ผลตอบแทน ลบ เงินเฟ้อ) แทนผลตอบแทนตัวเลขบนกระดาษ

ลืมหักภาษีจากผลตอบแทน

ดอกเบี้ยเงินฝากถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เงินปันผลถูกหัก 10% กำไรจากการขายหุ้นอาจมีภาษีด้วย ถ้าคำนวณ FV จากผลตอบแทนก่อนหักภาษี ตัวเลขที่ได้จะสูงเกินจริง ต้องใช้ผลตอบแทนหลังหักภาษีในการคำนวณเสมอ

เปรียบเทียบทางเลือกที่ระยะเวลาต่างกัน

FV ของเงิน 500,000 บาทใน 5 ปีกับ FV ของเงิน 500,000 บาทใน 3 ปี เปรียบเทียบตรงๆ ไม่ได้ เพราะระยะเวลาต่างกัน ต้องปรับให้ระยะเวลาเท่ากันก่อน หรือใช้ผลตอบแทนต่อปี (annualized return) เปรียบเทียบแทน

FV กับการวางแผนการเงินธุรกิจ

นอกจากการคำนวณตัวเลข FV ยังเป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจเชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจได้หลายด้าน

การประเมินโครงการลงทุน

ก่อนลงทุนในโครงการใหม่ ลองคำนวณ FV ของเงินก้อนนั้นถ้านำไปลงทุนทางอื่นแทน ตัวเลขนี้บอก “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ของโครงการ

ถ้าโครงการให้ผลตอบแทนต่ำกว่า FV ของทางเลือกอื่น อาจไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน

การวางแผนเงินสำรองธุรกิจ

ถ้าตั้งเป้าว่าต้องมีเงินสำรอง 1 ล้านบาทใน 3 ปี ใช้สูตร FV แบบเงินงวดคำนวณย้อนกลับว่าต้องออมเดือนละเท่าไร ช่วยให้วางแผนได้จริงจัง ดีกว่าเดาสุ่มว่า “น่าจะพอ”

การตั้งราคาสินค้าให้รองรับเงินเฟ้อ

ถ้าต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นปีละ 5% ใช้ FV คำนวณว่าอีก 2 ปี ต้นทุนจะเป็นเท่าไร จะได้ตั้งราคาขายให้มีกำไรเพียงพอตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ต้องรอให้ต้นทุนขึ้นแล้วค่อยปรับราคาตามหลัง

สรุป: FV ช่วยให้ตัดสินใจเรื่องเงินบนตัวเลขจริง

FV (Future Value) คือเครื่องมือคำนวณว่าเงินวันนี้จะเติบโตเป็นเท่าไรในอนาคต ไม่ว่าจะออมเงิน ลงทุน หรือเปรียบเทียบทางเลือก สิ่งที่ต้องจำ

  • สูตร FV มี 3 แบบ คือ Simple Interest, Compound Interest และ Annuity เลือกใช้ตามสถานการณ์
  • ใช้ฟังก์ชัน FV ใน Excel หรือ Google Sheets คำนวณได้ทันทีไม่ต้องกดเครื่องคิดเลข
  • เจ้าของกิจการใช้ FV ประเมินโครงการลงทุน วางแผนเงินสำรอง และตั้งราคาสินค้าได้

จัดการบัญชีและการเงินธุรกิจให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK ช่วยเจ้าของกิจการดูภาพรวมการเงินธุรกิจได้ทันที นำตัวเลขจริงไปวางแผนการเงินได้แม่นยำ

ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ FV (Future Value)

FV ติดลบได้ไหม

ในทางทฤษฎี FV ไม่ติดลบ เพราะเป็นค่าที่บอกว่าเงินจะโตเป็นเท่าไร

แต่ใน Excel ผลลัพธ์อาจแสดงเป็นลบ ถ้าใส่ค่า pmt เป็นบวก เพราะ Excel ใช้เครื่องหมายลบแทน “เงินไหลออก” แก้โดยใส่ pmt เป็นจำนวนลบ เช่น -10000

FV กับ NPV ใช้ต่างกันอย่างไร

FV ตอบว่า “เงินวันนี้จะเติบโตเป็นเท่าไรในอนาคต”

ส่วน NPV (Net Present Value คือมูลค่าปัจจุบันสุทธิ) ตอบว่า “กระแสเงินสดจากโครงการทั้งหมด คิดเป็นค่าวันนี้เหลือเท่าไร”

ถ้าต้องเลือกว่าจะลงทุนโครงการไหน ใช้ NPV ถ้าต้องวางแผนเงินออม ใช้ FV

ดอกเบี้ยทบต้นกับ FV เกี่ยวกันอย่างไร

Compound Interest คือกลไกที่ทำให้ FV เพิ่มขึ้นเร็ว เพราะผลตอบแทนงวดก่อนจะรวมเป็นเงินต้นในงวดถัดไป

ยิ่งทบต้นบ่อย FV ยิ่งสูง เช่น ทบต้นรายเดือนให้ FV สูงกว่ารายปีที่อัตราเดียวกัน ตามที่อธิบายในหัวข้อสูตร FV ด้านบน

ใช้ FV คำนวณเงินเฟ้อได้ไหม

ได้ โดยใช้อัตราเงินเฟ้อแทนอัตราดอกเบี้ยในสูตร FV

เช่น ถ้าเงินเฟ้อ 3% ต่อปี ต้นทุนวัตถุดิบ 100,000 บาทวันนี้ อีก 5 ปีจะเป็นราว 115,927 บาท ช่วยวางแผนต้นทุนล่วงหน้าได้


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine