KPI คืออะไร
Table of Contents

หลายธุรกิจตั้ง KPI ครบทุกแผนก แต่พอถึงสิ้นเดือนกลับพบว่าตัวเลขสวย แต่ผลลัพธ์จริงไม่ไปไหน สาเหตุมาจากการตั้ง KPI ผิดวิธี จนทีมเรียนรู้ที่จะเล่นเกมตัวเลข แทนที่จะโฟกัสเป้าหมายจริง

บทความนี้อธิบายว่า KPI คืออะไร มีกี่ประเภท ตั้งอย่างไรให้วัดผลได้จริงโดยไม่ถูกบิดเบือน ฉบับเจ้าของธุรกิจ SME ที่ต้องบริหารทีมด้วยตัวเอง

KPI หรือ Key Performance Indicators คืออะไร

KPI หรือ Key Performance Indicators คือ เป็นวิธีวัดผลการทำธุรกิจในด้านต่าง ๆ ขององค์กร ด้วยการดูว่าผลตรงกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ไหม ทำให้องค์กรสามารถติดตามความก้าวหน้า ประเมินประสิทธิภาพ และปรับปรุงการทำธุรกิจได้ดีมากขึ้น โดยแต่ละตัวอักษรมีความหมาย ดังนี้ 

  • Key หมายถึง สิ่งสำคัญ ไม่ใช่ทุกตัวเลข แต่เป็นตัวเลขที่มีผลต่อความสำเร็จ
  • Performance หมายถึง ผลการทำงาน ไม่ใช่แค่ทำ แต่วัดว่าทำได้ดีแค่ไหน
  • Indicator หมายถึง ตัวบ่งชี้ เป็นสัญญาณบอกว่าเรากำลังเดินถูกทางหรือไม่

พูดให้เข้าใจง่าย KPI คือมาตรวัดบนหน้าปัดรถยนต์ คนขับดูแล้วรู้ทันทีว่าความเร็วเท่าไร น้ำมันเหลือแค่ไหน ถ้าไม่มีมาตรวัด คุณก็ขับได้ แต่ไม่รู้ว่ากำลังจะเจอปัญหาตอนไหน

KPI ต่างจากตัวเลขทั่วไป (Metric) อย่างไร

ตัวเลขทุกตัวในธุรกิจเป็น Metric แต่ไม่ใช่ทุก Metric จะเป็น KPI

Metric ทั่วไปKPI
ตัวอย่างจำนวนคนเข้าเว็บอัตราคนเข้าเว็บที่กลายเป็นลูกค้า
ลักษณะวัดได้ แต่ไม่จำเป็นต้อง actionผูกกับเป้าหมายธุรกิจ ต้อง action ถ้าไม่ถึง
ผลกระทบรู้ไว้ก็ดีไม่ถึงเป้า = ต้องแก้ทันที

เจ้าของธุรกิจ SME ควรเลือก KPI แค่ 3-5 ตัวที่กระทบรายได้หรือกำไรจริง ไม่ใช่ตั้ง 20 ตัวแล้วไม่มีเวลาดูสักตัว

KPI สำคัญอย่างไรกับธุรกิจ SME

KPI ช่วยให้ธุรกิจ SME เห็นภาพรวมผลงานโดยไม่ต้องนั่งถามทีมทุกวัน เจ้าของกิจการเปิดดูตัวเลขแล้วรู้ทันทีว่าเดือนนี้เป็นอย่างไร

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ทรัพยากรจำกัด KPI ช่วยจัดลำดับความสำคัญ ทีมรู้ว่าต้องโฟกัสตรงไหนก่อน เช่น ร้านค้าออนไลน์ที่ยอดขายยังต่ำ ควรโฟกัส KPI เรื่อง Conversion Rate ก่อนเรื่อง Brand Awareness

KPI ยังช่วยสร้างวัฒนธรรมวัดผลด้วยข้อมูล ไม่ใช่วัดผลด้วยความรู้สึก ทำให้การประเมินผลงานยุติธรรมและโปร่งใส

KPI มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

KPI แบ่งได้หลายมุม แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME การแบ่ง 2 แบบนี้ใช้งานได้จริงที่สุด

Leading KPI กับ Lagging KPI

ประเภทความหมายตัวอย่างจุดเด่น
Leading KPIวัดสิ่งที่กำลังทำ ก่อนเห็นผลลัพธ์จำนวนลูกค้าที่ติดต่อ, จำนวนโพสต์การตลาดแก้ไขได้ทันก่อนสิ้นเดือน
Lagging KPIวัดผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้นแล้วยอดขาย, กำไรสุทธิ, จำนวนลูกค้าใหม่บอกว่าสำเร็จหรือไม่

SME ควรมีทั้ง 2 ประเภท Leading KPI บอกว่ากำลังทำถูกทาง ส่วน Lagging KPI บอกว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร

Financial KPI กับ Non-Financial KPI

ประเภทตัวอย่างใครควรดู
Financial KPIกำไรขั้นต้น, อัตรากำไรสุทธิ, กระแสเงินสดเจ้าของกิจการ, ฝ่ายบัญชี
Non-Financial KPIความพึงพอใจลูกค้า, อัตราพนักงานลาออก, เวลาส่งมอบสินค้าทุกแผนก

สำหรับ SME ที่ใช้โปรแกรมบัญชีอย่าง PEAK ข้อมูล Financial KPI เช่น รายได้ กำไร กระแสเงินสด ดูได้จาก Dashboard โดยไม่ต้องรอนักบัญชีสรุปให้

วิธีตั้ง KPI ที่ดีด้วย SMART Framework

KPI ที่ดีต้องชัดเจนพอที่ทุกคนในทีมเข้าใจตรงกัน Framework ที่ใช้กันแพร่หลายคือ SMART ซึ่ง George T. Doran เสนอไว้ตั้งแต่ปี 1981

ขั้นตอนตั้ง KPI แบบ Step-by-Step

  1. กำหนดเป้าหมายธุรกิจก่อน เช่น “เพิ่มยอดขาย 20% ภายใน 6 เดือน”
  2. แตกเป้าหมายเป็น KPI ของแต่ละแผนก เช่น ฝ่ายขายต้องปิดดีลกี่รายต่อเดือน ฝ่ายการตลาดต้องสร้าง Lead เท่าไร
  3. เช็คว่า KPI เป็น SMART หรือไม่ เพื่อให้เป้าหมายจับต้องได้จริง
  4. กำหนดวิธีวัดและความถี่ เช่น ดูจากระบบบัญชีทุกสัปดาห์ หรือสรุปรายเดือน
  5. สื่อสารให้ทีมเข้าใจ ทุกคนต้องรู้ว่า KPI ของตัวเองคืออะไร วัดอย่างไร เป้าเท่าไร

ตัวอย่างการตั้ง KPI แบบ SMART

SMARTความหมาย❌ ตั้งผิด✅ ตั้งถูก
Specific (ชัดเจน)ระบุว่าวัดอะไร“เพิ่มยอดขาย”“เพิ่มยอดขายสินค้ากลุ่ม A ผ่านช่องทางออนไลน์”
Measurable (วัดได้)มีตัวเลขกำกับ“ขายให้มากขึ้น”“ยอดขายเพิ่ม 500,000 บาท/เดือน”
Achievable (ทำได้จริง)ไม่สูงเกินจริง“เพิ่มยอด 300% ใน 1 เดือน”“เพิ่มยอด 20% ภายใน 6 เดือน”
Relevant (เกี่ยวข้อง)ตรงกับเป้าธุรกิจ“จำนวน Like บน Facebook”“จำนวน Lead ที่กลายเป็นลูกค้าจริง”
Time-bound (มีกำหนดเวลา)ระบุ deadline“เพิ่มยอดขาย”“ภายใน Q3/2026”

ด้านมืดของ KPI เมื่อทีมเล่นเกมตัวเลข

KPI ที่ตั้งไม่ดีมักถูกพนักงานมองข้าม หรือเล่นเหมือนเป็นเกม โดยการปั้นตัวเลขให้สวยโดยไม่ได้สร้างผลลัพธ์จริง นี่คือปัญหาที่ SME หลายแห่งเจอแต่ไม่รู้จะแก้อย่างไร

ตัวอย่าง KPI ที่ถูกปั้นตัวเลข ในธุรกิจ SME

แผนกKPI ที่ถูกปั้นตัวเลขวิธีปั้นตัวเลขผลเสียจริง
ฝ่ายขายจำนวนสาย (Call) ต่อวันโทรสั้นมาก ไม่คุยจริงจัง แค่ให้ได้จำนวนลูกค้าไม่ได้ข้อมูล ปิดการขายไม่ได้
ฝ่ายบริการเวลาปิด Ticketปิด Ticket เร็ว โดยไม่ได้แก้ปัญหาจริงลูกค้าต้องเปิด Ticket ซ้ำ ความพึงพอใจลด
ฝ่ายการตลาดจำนวน Leadหา Lead ราคาถูกจากแหล่งที่ไม่ตรงกลุ่มฝ่ายขายเสียเวลาติดตาม Lead ที่ไม่ซื้อ
ฝ่ายผลิตจำนวนชิ้นต่อวันเร่งผลิตไม่สนคุณภาพสินค้าเสีย ต้อง rework เพิ่มต้นทุน

5 วิธีตั้ง KPI ไม่ให้ทีมเล่นเกมตัวเลข

  1. ตั้ง KPI คู่กันเสมอ (Counter-KPI) ถ้าวัดจำนวน ต้องคู่กับคุณภาพ เช่น วัดจำนวนสายที่โทร ให้คู่กับอัตราปิดการขายจากสาย ถ้าตัวหนึ่งดีแต่อีกตัวแย่ แปลว่ามีปัญหา
  2. วัดผลลัพธ์สุดท้ายไม่ใช่แค่กิจกรรม แทนที่จะวัดจำนวน Lead ที่หาได้ ให้วัดจำนวนลูกค้าจริงที่เกิดจาก Lead คนในทีมจะโฟกัสที่หา Lead คุณภาพแทน Lead ปริมาณ
  3. ให้ทีมมีส่วนร่วมตั้ง KPI เมื่อทีมได้ร่วมกำหนดตัวเลข พวกเขาจะรู้สึกเป็นเจ้าของและเข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง โอกาสที่จะปั้นตัวเลขลดลง
  4. รีวิว KPI ทุกไตรมาส ธุรกิจ SME เปลี่ยนเร็ว KPI ที่เหมาะตอนต้นปีอาจไม่ตรงกับสถานการณ์ปลายปี การรีวิวบ่อยช่วยจับ pattern การปั้นตัวเลขได้เร็ว
  5. เชื่อมโยง KPI กับข้อมูลจริงจากระบบ ถ้าดู KPI จากรายงานที่พนักงานกรอกเอง โอกาสถูกปั้นตัวเลขสูง ให้ดึงข้อมูลจากระบบจริง เช่น ระบบบัญชี ระบบ CRM ระบบ POS ตัวเลขโกหกไม่ได้

ตัวอย่าง KPI แยกตามแผนก สำหรับ SME

ตัวอย่างด้านล่างเป็น KPI ที่ SME ไทยนำไปใช้ได้จริง แต่ละแผนกเลือก 2-3 ตัวที่สำคัญที่สุดก็เพียงพอ

KPI ฝ่ายขาย

KPIวิธีวัดเป้าหมายตัวอย่าง
ยอดขายต่อเดือนยอดขายรวม (บาท) จากระบบบัญชี1,000,000 บาท/เดือน
อัตราปิดการขาย (Conversion Rate)จำนวนดีลที่ปิดได้ หารด้วย จำนวน Lead ทั้งหมด15%
มูลค่าเฉลี่ยต่อดีลยอดขายรวม หารด้วย จำนวนดีล25,000 บาท

KPI ฝ่ายการเงินและบัญชี

KPIวิธีวัดเป้าหมายตัวอย่าง
อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin)กำไรสุทธิ หารด้วย รายได้รวม คูณ 10010% ขึ้นไป
กระแสเงินสดสุทธิเงินสดรับ ลบ เงินสดจ่าย ในแต่ละเดือนเป็นบวกทุกเดือน
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (DSO)ลูกหนี้การค้าเฉลี่ย หารด้วย ยอดขายเฉลี่ย คูณ จำนวนวันไม่เกิน 45 วัน

ตัวเลข KPI ทางการเงินเหล่านี้ดูได้จากงบการเงินของธุรกิจ ถ้าอยากเรียนรู้วิธีอ่าน อ่านเพิ่มได้ที่วิธีอ่านงบการเงินฉบับเข้าใจง่าย

KPI ฝ่ายการตลาด

KPIวิธีวัดเป้าหมายตัวอย่าง
จำนวน Lead ที่มีคุณภาพ (Qualified Lead)Lead ที่ผ่านเกณฑ์คัดกรอง เช่น งบประมาณตรง กลุ่มเป้าหมายตรง50 ราย/เดือน
ต้นทุนต่อ Lead (Cost per Lead)ค่าโฆษณารวม หารด้วย จำนวน Leadไม่เกิน 200 บาท/ราย
อัตราการเปลี่ยนจาก Lead เป็นลูกค้าลูกค้าจริง หารด้วย จำนวน Lead คูณ 10010%

KPI ฝ่าย HR และฝ่ายผลิต

แผนกKPIเป้าหมายตัวอย่าง
HRอัตราพนักงานลาออก (Turnover Rate)ไม่เกิน 10%/ปี
HRระยะเวลาสรรหาพนักงานไม่เกิน 30 วัน
ฝ่ายผลิตอัตราสินค้าเสีย (Defect Rate)ไม่เกิน 2%
ฝ่ายผลิตปริมาณผลิตต่อชั่วโมง100 ชิ้น/ชั่วโมง

KPI คำนวณยังไง วิธีวัดผล KPI

เมื่อเข้าใจแล้วว่า KPI คือตัวชี้วัดอะไร วิธีวัดผลที่ใช้กันบ่อยคือเปรียบเทียบผลงานจริงกับเป้าหมาย

สูตรพื้นฐาน

เปอร์เซ็นต์ KPI = (ผลงานจริง หารด้วย เป้าหมาย) × 100

ตัวอย่าง ตั้งเป้ายอดขาย 1,000,000 บาท/เดือน ผลงานจริง 850,000 บาท

รายการวิธีคำนวณผลลัพธ์
เป้าหมาย1,000,000 บาท
ผลงานจริง850,000 บาท
เปอร์เซ็นต์ KPI850,000 ÷ 1,000,000 × 10085%

ผลลัพธ์ 85% หมายความว่าทำได้ 85% ของเป้า ซึ่งเจ้าของกิจการต้องตัดสินเองว่าระดับนี้ยอมรับได้หรือต้องปรับปรุง โดยทั่วไป 80% ขึ้นไปถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละธุรกิจ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการตั้ง KPI

หลายธุรกิจตั้ง KPI แล้วไม่ได้ผล สาเหตุมักมาจากข้อผิดพลาดเหล่านี้

  • ตั้ง KPI มากเกินไป เมื่อทุกอย่างเป็น KPI เท่ากับไม่มีอะไรเป็น KPI SME ควรมีไม่เกิน 5 ตัวต่อแผนก
  • ตั้ง KPI ที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ตั้งเป้าให้ฝ่ายขายว่า “ลูกค้าต้องพึงพอใจ 90%” แต่ฝ่ายขายควบคุมการส่งมอบไม่ได้ KPI ที่ดีต้องให้คนรับผิดชอบควบคุมผลลัพธ์ได้
  • ไม่สื่อสาร KPI กับทีม ตั้งแล้วเก็บไว้ในไฟล์ Excel ไม่เคยบอกพนักงาน ทีมต้องเห็น KPI ของตัวเองทุกวัน
  • ไม่เคยรีวิว ธุรกิจเปลี่ยนเร็ว KPI ที่ตั้งปีก่อนอาจไม่เหมาะกับปีนี้แล้ว ควรรีวิวอย่างน้อยทุกไตรมาส
  • ไม่ผูก KPI กับแรงจูงใจ ถ้า KPI ไม่มีผลต่ออะไร พนักงานจะไม่ให้ความสำคัญ ควรเชื่อมกับการประเมินผลงานหรือโบนัส

KPI กับ OKR กับ BSC ใช้อันไหนดี

นอกจาก KPI ยังมีเครื่องมือวัดผลอื่นที่เจ้าของ SME มักสงสัยว่าต่างกันอย่างไร

เครื่องมือย่อมาจากเหมาะกับจุดเด่นจุดอ่อน
KPIKey Performance Indicatorวัดผลงานปกติทุกแผนกเข้าใจง่าย ใช้ได้ทันทีอาจโฟกัสแค่ตัวเลข ขาดมุมกลยุทธ์
OKRObjectives and Key Resultsตั้งเป้าหมายท้าทายที่อยากไปให้ถึงกระตุ้นนวัตกรรม ยืดหยุ่นต้องเปลี่ยน mindset ทั้งทีม
BSCBalanced Scorecardมองผลงาน 4 มิติ (การเงิน ลูกค้า ขั้นตอนภายใน การเรียนรู้)ภาพรวมครบด้านซับซ้อน อาจไม่เหมาะกับ SME ขนาดเล็ก

สำหรับ SME ไทยที่มีทีม 5-50 คน แนะนำเริ่มจาก KPI ก่อน เพราะเข้าใจง่ายและเริ่มใช้ได้ทันที ถ้าทีมโตขึ้นจนต้องการเป้าหมายที่ท้าทายกว่า ค่อยเพิ่ม OKR เข้ามา

สรุป: ตั้ง KPI ให้ได้ผล ต้องคิดให้รอบด้าน

  • KPI ที่ดีต้องชัดเจน วัดได้ ทำได้จริง มีทั้งตัววัดกิจกรรมและตัววัดผลลัพธ์ เลือกแค่ 3-5 ตัวต่อแผนก
  • ตั้ง Counter-KPI คู่กันเสมอ วัดทั้งปริมาณและคุณภาพควบคู่กัน
  • รีวิวทุกไตรมาส ดึงข้อมูลจากระบบจริง ไม่ใช่จากรายงานที่กรอกเอง

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ KPI

ตัวชี้วัด KPI มีอะไรบ้าง

KPI แบ่งกว้างได้เป็น 2 กลุ่มหลักคือ Financial KPI เช่น กำไรสุทธิ กระแสเงินสด อัตราหนี้ กับ Non-Financial KPI เช่น ความพึงพอใจลูกค้า เวลาส่งมอบ อัตราพนักงานลาออก แต่ละธุรกิจควรเลือก KPI จากทั้ง 2 กลุ่มให้ครอบคลุม

ถ้าพนักงานทำ KPI ไม่ถึงเป้าควรทำอย่างไร

ก่อนตัดสินว่าพนักงานทำไม่ได้ ให้ตรวจสอบว่า KPI ที่ตั้งไว้ทำได้จริง หรือไม่ บางครั้งการไม่ถึงเป้าเป็นสัญญาณว่าเป้าสูงเกินไปหรือทรัพยากรไม่พอ ควรคุยกับทีมเพื่อหาสาเหตุจริง ไม่ใช่ลงโทษทันที

SME เล็กมากจำเป็นต้องมี KPI ไหม

ธุรกิจที่มีเจ้าของคนเดียวหรือทีม 2-3 คน อาจไม่ต้องตั้ง KPI อย่างเป็นทางการ แต่ควรมีตัวเลขที่ดูทุกสัปดาห์ อย่างน้อย 2-3 ตัว เช่น ยอดขาย กำไร จำนวนลูกค้าใหม่ เมื่อทีมโตถึง 5 คนขึ้นไป จึงควรตั้ง KPI เป็นระบบ

KPI ต่างจาก OKR ตรงไหน

KPI วัดผลงานปกติ ว่าถึงเป้าหรือไม่ ส่วน OKR ตั้งเป้าหมายท้าทาย ที่อาจไม่ถึง 100% ก็ถือว่าสำเร็จ ตัวอย่างเช่น KPI ฝ่ายขายอาจเป็นยอดขาย 1 ล้านบาท/เดือน ส่วน OKR อาจเป็นเปิดตลาดใหม่ 2 จังหวัด ภายใน Q3 ธุรกิจ SME เริ่มจาก KPI ก่อนแล้วค่อยเพิ่ม OKR เมื่อทีมพร้อม


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ หมดกังวลเรื่อง ภาษี จัดการบัญชีได้อย่างมืออาชีพ