passive income คือ
Table of Contents

เจ้าของกิจการหลายคนทำธุรกิจจนรายได้มั่นคงแล้ว แต่รายได้ทั้งหมดยังผูกอยู่กับตัวเอง ถ้าหยุดทำงาน รายได้ก็หยุดตาม Passive Income คือทางออกที่ช่วยให้ธุรกิจสร้างรายได้เพิ่มโดยไม่ต้องเพิ่มชั่วโมงทำงาน

Passive Income คืออะไร

Passive Income คือรายได้ที่ได้รับอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องใช้แรงงานหรือเวลาแลกเป็นประจำทุกวัน ในภาษาไทยมักเรียกว่า รายได้เชิงรับ

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ คุณต้องลงทุนบางอย่างก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน เวลา หรือความรู้ เช่น คนที่ได้ค่าเช่าทุกเดือน ก็ต้องซื้ออสังหาฯ ก่อน คนที่ได้เงินปันผล ก็ต้องลงทุนซื้อหุ้นก่อน

หัวใจสำคัญคือ เมื่อระบบเริ่มทำงานแล้ว รายได้จะไหลเข้ามาโดยคุณไม่ต้องแลกเวลาเป็นรายชั่วโมง

Passive Income กับ Active Income ต่างกันอย่างไร

Active Income คือรายได้ที่ต้องแลกเวลาและแรงงานโดยตรง เช่น เงินเดือน ค่าจ้างรายวัน ค่าคอมมิชชัน หยุดทำงานเมื่อไร รายได้ก็หยุดตาม

ส่วนรายได้เชิงรับ เมื่อสร้างระบบเสร็จแล้ว รายได้ยังเข้ามาแม้คุณไม่ได้ทำงานทุกวัน

เกณฑ์Active IncomePassive Income
ที่มารายได้ใช้เวลาและแรงงานโดยตรงลงทุนล่วงหน้า (เงิน/เวลา/ความรู้)
ตัวอย่างเงินเดือน, ค่าจ้าง, ค่าที่ปรึกษาค่าเช่า, เงินปันผล, ค่า Royalty
ความต่อเนื่องหยุดทำ = รายได้หยุดหยุดทำ = รายได้ยังเข้า (ในระดับหนึ่ง)
ความเสี่ยงต่ำถ้ามีงานประจำมีความเสี่ยงตามประเภทการลงทุน
การเติบโตจำกัดตามเวลาที่มีขยายได้ไม่จำกัดด้วยเวลา

คนที่มั่นคงทางการเงินมักมีรายได้ทั้งสองแบบ ใช้ Active Income สร้างฐาน แล้วค่อยๆ สร้าง Passive Income เป็นรายได้เสริม

ข้อดีและข้อเสียของ Passive Income ที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม

ก่อนลงมือสร้างรายได้เชิงรับ ควรเข้าใจทั้งด้านดีและด้านที่ต้องระวัง

ข้อดี

  • สร้างอิสระทางเวลา มีรายได้โดยไม่ต้องนับชั่วโมงทำงาน
  • กระจายแหล่งรายได้ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเงินเดือนอย่างเดียว
  • รายได้สามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องเพิ่มชั่วโมงทำงาน
  • เป็นรากฐานความมั่นคงทางการเงินระยะยาว

ข้อเสีย

  • ต้องลงทุนล่วงหน้า ทั้งเงิน เวลา หรือทั้งสองอย่าง
  • ไม่ได้ผลตอบแทนทันที อาจใช้เวลาหลายเดือนถึงหลายปีกว่าจะเห็นผล
  • มีความเสี่ยง โดยเฉพาะ Passive Income จากการลงทุน
  • ต้องบริหารจัดการภาษีเพิ่มเติม ซึ่งหลายคนมองข้าม

Passive Income มีอะไรบ้าง รวมไอเดียสร้างรายได้แบบไม่ต้องทำงานทุกวัน

Passive Income มีหลายรูปแบบ เลือกได้ตามเงินทุนและเวลาที่มี

รายได้จากการลงทุน

เงินปันผลจากหุ้น กำไรจากกองทุนรวม หรือผลตอบแทนจากพันธบัตร เป็นรายได้เชิงรับที่เข้าถึงง่ายที่สุด เริ่มต้นด้วยเงินไม่มากก็ได้ เช่น ลงทุนกองทุนรวมเดือนละ 1,000 บาท

ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนหุ้นไทยย้อนหลัง 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 5-8% ต่อปี แต่ไม่การันตี ต้องยอมรับความเสี่ยงที่มูลค่าอาจขึ้นลงได้

รายได้จากอสังหาริมทรัพย์

ค่าเช่าบ้าน คอนโด หรืออาคารพาณิชย์ เป็นรายได้เชิงรับที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด

ถ้ายังไม่มีเงินซื้ออสังหาฯ เอง ลงทุนผ่าน REITs (กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์) ก็ได้ ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้น เริ่มต้นหลักพันบาท

รายได้จากธุรกิจออนไลน์

สร้างคอร์สออนไลน์ ขาย E-book ทำ Affiliate Marketing หรือสร้าง YouTube Channel เป็นรายได้เชิงรับที่ใช้เวลาสร้างมากกว่าเงินลงทุน เหมาะกับคนที่มีความรู้เฉพาะทาง

รายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา

ค่าลิขสิทธิ์จากหนังสือ เพลง ซอฟต์แวร์ หรือสิทธิบัตร รวมถึงรายได้จากขายภาพ Stock Photo สร้างครั้งเดียวแล้วได้ผลตอบแทนไปเรื่อยๆ

รายได้จากระบบอัตโนมัติ

ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ หรือธุรกิจแฟรนไชส์ ต้องลงทุนเงินก้อนแรก แต่หลังติดตั้งแล้วใช้เวลาดูแลน้อย

Passive Income กับภาษี ต้องเสียภาษีอย่างไร

Passive Income ทุกประเภทต้องเสียภาษี ไม่มีข้อยกเว้น แต่อัตราและวิธีคำนวณต่างกันตามประเภทรายได้

ประเภท Passive Incomeประเภทเงินได้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายการหักค่าใช้จ่าย
เงินปันผลเงินได้จากการลงทุน10%เลือกไม่รวมยื่น หรือยื่นขอเครดิตภาษีคืน
ดอกเบี้ยเงินฝากเงินได้จากดอกเบี้ย15%เลือก Final Tax ไม่รวมยื่นปลายปีได้
ค่าเช่าอสังหาฯเงินได้จากการให้เช่า5%หักเหมา 30% หรือหักตามจริง
ค่า Royalty/ลิขสิทธิ์เงินได้จากทรัพย์สินทางปัญญา3%หักเหมา 40%

อัตราหักค่าใช้จ่ายเหมาจากพระราชกฤษฎีกา กำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หัก อัตราหัก ณ ที่จ่ายจากคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528

เงินปันผล เลือกวิธีเสียภาษีที่คุ้มกว่าได้

เมื่อได้รับเงินปันผลจากหุ้นหรือกองทุน จะถูกหักภาษี 10% ทันที คุณมี 2 ทางเลือก

  1. ไม่รวมยื่นภาษีประจำปี จบที่ 10%
  2. นำมารวมยื่นแล้วใช้เครดิตภาษีเงินปันผล อาจได้ภาษีคืนถ้ารายได้รวมไม่สูงมาก

ค่าเช่า หักค่าใช้จ่ายเหมาหรือตามจริง

รายได้จากการให้เช่าอสังหาฯ หักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ

  • หักเหมา สะดวก ไม่ต้องเก็บเอกสาร
  • หักตามจริง ต้องมีหลักฐานค่าใช้จ่ายครบ เหมาะกับผู้ให้เช่าที่มีค่าซ่อมแซมสูง

ตัวอย่างคำนวณภาษีค่าเช่า (แบบหักเหมา 30%)

สมมุติคุณให้เช่าคอนโดเดือนละ 10,000 บาท

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
รายได้ค่าเช่าทั้งปี10,000 × 12 เดือน120,000 บาท
หักค่าใช้จ่ายเหมา 30%120,000 × 30%36,000 บาท
เงินได้สุทธินำไปคำนวณภาษี120,000 – 36,00084,000 บาท

เงินได้สุทธิ 84,000 บาทนี้จะนำไปรวมกับรายได้อื่นๆ แล้วคำนวณภาษีตามขั้นบันได

เมื่อไรต้องจดทะเบียน VAT

ถ้ารายได้เชิงรับของคุณมาจากการให้เช่าหรือทำธุรกิจที่ยอดรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายบังคับให้จดทะเบียน VAT

เมื่อจด VAT แล้ว ต้องเก็บ VAT 7% จากลูกค้า ออกใบกำกับภาษี และยื่นแบบ ภ.พ.30 (แบบยื่น VAT รายเดือน) ทุกเดือน อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ VAT คืออะไร

ข้อมูลภาษีนี้เป็นแนวทางทั่วไป ควรปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญภาษีก่อนตัดสินใจเสมอ

Passive Income สำหรับเจ้าของกิจการ ต่อยอดจากทรัพยากรที่มีอยู่

เจ้าของกิจการมีข้อได้เปรียบในการสร้าง Passive Income เพราะมีทรัพยากรพร้อมอยู่แล้ว ทั้งความรู้ในอุตสาหกรรม ฐานลูกค้า พื้นที่ และเครือข่ายคู่ค้า

ตัวอย่าง ผู้ประกอบการที่เปิดร้านขายของออนไลน์ที่มียอดขายดี สร้างรายได้เชิงรับเพิ่มได้หลายทาง

  • สร้างคอร์สสอนเปิดร้านออนไลน์จากประสบการณ์จริง
  • ให้เช่าพื้นที่คลังสินค้าส่วนที่ไม่ได้ใช้
  • รับ Affiliate Commission จากแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้อง
  • ขาย Template ร้านค้าออนไลน์ที่ออกแบบเอง

สิ่งสำคัญคือต้องแยกบัญชีรายรับ-รายจ่ายของ Passive Income ออกจากธุรกิจหลักให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นภาพว่าแต่ละช่องทางสร้างกำไรจริงเท่าไร และจัดการภาษีได้ถูกต้อง

ตัวอย่างบันทึกบัญชีรับค่าเช่าสำหรับ SME

สมมุติกิจการของคุณให้เช่าพื้นที่คลังสินค้า ผู้เช่าจ่ายค่าเช่า 10,000 บาท หักภาษีไว้ 5% คือ 500 บาท คุณได้รับเงินจริง 9,500 บาท

รายการบัญชีเดบิต (Dr.)เครดิต (Cr.)
เงินสด/ธนาคาร9,500 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายถูกหักไว้ (5%)500 บาท
รายได้ค่าเช่ารับ10,000 บาท

ภาษีที่ถูกหักไว้ 500 บาท สามารถนำไปใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายตอนสิ้นปีได้ อ่านเพิ่มเติมเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร

ขั้นตอนเริ่มต้นและวิธีบริหารจัดการ Passive Income สำหรับมือใหม่

ถ้าอยากเริ่มสร้างรายได้เชิงรับแต่ยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ลองทำตามขั้นตอนนี้

  1. ประเมินทรัพยากรที่มี ดูว่าคุณมีเงินทุนเท่าไร มีเวลาว่างกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมีความรู้หรือทักษะอะไรที่คนอื่นต้องการ
  2. เลือกประเภทที่เหมาะกับตัวเอง ถ้ามีเงินทุนแต่ไม่มีเวลา ลงทุนในหุ้นปันผลหรือ REITs ถ้ามีเวลาแต่เงินน้อย สร้างคอร์สออนไลน์หรือทำ Affiliate Marketing
  3. เริ่มจากเล็กๆ แล้วค่อยขยาย อย่าทุ่มเงินทั้งหมดไปที่ Passive Income ทางเดียว ลองเริ่มจากจำนวนที่สูญเสียได้ แล้วเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
  4. ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ บันทึกรายรับ-รายจ่ายจากทุกช่องทาง Passive Income แยกจากรายได้ประจำ เพื่อให้เห็นว่าช่องทางไหนคุ้มค่าจริง

การจัดการรายได้เชิงรับหลายช่องทางพร้อมกันอาจดูยุ่งยาก แต่ถ้าใช้เครื่องมือบันทึกรายรับ-รายจ่ายที่เป็นระบบ ก็จะเห็นภาพรวมทุกช่องทางในที่เดียว

สรุป: Passive Income สร้างได้จริง เจ้าของกิจการเริ่มต้นจากสิ่งที่มี

  • Passive Income ไม่ใช่เงินฟรี ต้องลงทุนเวลา เงิน หรือความรู้ก่อนเสมอ
  • เจ้าของกิจการมีข้อได้เปรียบ เพราะมีความรู้ ฐานลูกค้า และทรัพยากรพร้อมต่อยอด
  • อย่าลืมเรื่องภาษี ทุกรายได้ต้องเสียภาษี วางแผนตั้งแต่ต้นช่วยประหยัดได้มาก
  • แยกบัญชี Passive Income ออกจากธุรกิจหลักให้ชัดเจน เพื่อเห็นกำไรจริงจากแต่ละช่องทาง

จัดการรายได้ทุกช่องทางในที่เดียวด้วย PEAK

มีรายได้หลายช่องทาง ทั้งจากธุรกิจหลักและรายได้เชิงรับ PEAK ช่วยเจ้าของกิจการบันทึกรายรับ-รายจ่ายทุกช่องทาง แยกประเภทรายได้อัตโนมัติ พร้อมรายงานภาษีที่ถูกต้อง ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ Passive Income

Passive Income มีจริงไหม

มีจริง แต่ไม่ใช่แบบที่โฆษณาว่า “นอนอยู่บ้านก็ได้เงิน” ต้องลงทุนบางอย่างก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน เวลา หรือทักษะ สิ่งที่ passive จริงๆ คือหลังจากระบบเริ่มทำงาน ไม่ต้องดูแลมากเท่าตอนเริ่ม

อาชีพที่เป็น Passive Income มีอะไรบ้าง

ไม่ใช่ “อาชีพ” ในความหมายปกติ แต่เป็น “ช่องทางรายได้เสริม” ที่ทำควบคู่กับงานประจำได้ เช่น ให้เช่าอสังหาฯ ลงทุนในหุ้นปันผล สร้างคอร์สออนไลน์ หรือทำ Affiliate Marketing

ทำ Passive Income ต้องจดทะเบียนบริษัทไหม

ไม่จำเป็นต้องจดทุกกรณี ถ้ารายได้มาจากการลงทุน เช่น เงินปันผลหรือดอกเบี้ย ยื่นภาษีในนามบุคคลธรรมดาได้เลย

แต่ถ้ารายได้เชิงรับมาจากธุรกิจที่มีรายได้สม่ำเสมอ เช่น ให้เช่าอสังหาฯ หลายยูนิต หรือขายคอร์สออนไลน์ยอดสูง การจดเป็นนิติบุคคล (บริษัทจำกัด) อาจประหยัดภาษีได้มากกว่า เพราะอัตราภาษีนิติบุคคลอยู่ที่ 15-20% ขณะที่บุคคลธรรมดาอาจสูงถึง 35% อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความจดทะเบียนบริษัท ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อวางแผนให้เหมาะกับรายได้ของคุณ

เริ่มต้น Passive Income ด้วยเงินน้อยได้ไหม

ได้ หลายช่องทางเริ่มต้นด้วยเงินหลักร้อยถึงหลักพัน เช่น ลงทุนกองทุนรวมขั้นต่ำ 100-1,000 บาท ทำ Affiliate Marketing เริ่มได้ฟรี สร้างคอร์สออนไลน์ใช้แค่คอมพิวเตอร์กับความรู้ที่มีบพนักงานปกติ


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์สำหรับนักบัญชีและ SMEs