Table of Contents

การทำธุรกิจ B2B มักไม่ได้เงินสดในทันที แต่ต้องรอรอบบัญชีของลูกค้า ยิ่งลูกค้าสั่งสินค้าหรือใช้บริการเยอะ เจ้าของกิจการก็ต้องรับความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น เพื่อการแก้ไขปัญหาความเสี่ยงนี้ จึงเกิดเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่ช่วยสร้างหลักประกันให้กับเจ้าของกิจการ SME และยังคุ้มครองด้วยกฎหมาย

ในบทความนี้ คุณจะได้รู้จักกับตั๋วสัญญาใช้เงิน การใช้งานจริง เงื่อนไขภาษี ข้อกฎหมาย ตลอดจนความเสี่ยงที่ SME ต้องรู้


ตั๋วสัญญาใช้เงินคืออะไร

ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Note) คือเอกสารที่ผู้ออกตั๋วให้คำมั่นเป็นลายลักษณ์อักษร ว่าจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้ผู้รับตามวันที่กำหนด โดยไม่มีเงื่อนไขแนบท้าย

เอกสารนี้มีผลบังคับตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 982 ถึง 1011 ที่หากไม่จ่ายตามกำหนด ผู้ถือตั๋วฟ้องร้องได้ทันที

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ตั๋วสมบูรณ์ตามกฎหมาย

ตั๋วจะมีผลทางกฎหมายได้ ต้องมีรายการครบตามกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 983

รายการตัวอย่าง
คำว่า ตั๋วสัญญาใช้เงิน ในตัวเอกสารระบุไว้ที่หัวเอกสาร
คำมั่นว่าจะใช้เงินโดยไม่มีเงื่อนไขจ่ายเงินจำนวน 500,000 บาท
วันถึงกำหนดใช้เงิน90 วันนับจากวันที่ออกตั๋ว
สถานที่ใช้เงินสำนักงานใหญ่ บริษัท ก จำกัด
ชื่อผู้รับเงินบริษัท ข จำกัด
วันที่และสถานที่ออกตั๋ว1 กันยายน – กรุงเทพฯ
ลายเซ็นผู้ออกตั๋วกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม

หากขาดรายการใดรายการหนึ่ง ตั๋วอาจไม่สมบูรณ์และใช้บังคับไม่ได้


ทำไม SME ถึงใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินแทนเงินสด

ธุรกิจ B2B มักมียอดชำระสูง การให้เครดิตเทอมจึงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งถ้าหากไม่มีการทำเอกสารสัญญาให้ชัดเจน ผู้ขายจะเสียเปรียบหากเกิดการผิดนัดชำระ

การใช้ตั๋วสัญญาใช้เงิน จะช่วยปกป้องทั้งสองฝ่าย ผู้ซื้อได้เวลาหมุนเงิน และผู้ขายจะมีหลักฐานที่ชัดเจนกว่าการใช้แค่ใบแจ้งหนี้

นอกจากนี้ ตั๋วสัญญาใช้เงินยังสามารถโอนเปลี่ยนมือได้ หรืออาจนำไปขายกับธนาคาร เพื่อการรับเงินสดก่อนครบกำหนด

ตัวอย่างการใช้ตั๋วสัญญา จัดการเครดิตคู่ค้า

บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) เป็นผู้ค้าส่งวัสดุก่อสร้าง สั่งซื้อปูนซีเมนต์จากบริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ทุกเดือน มูลค่าราว 500,000 บาท

แทนที่จะจ่ายเงินสดทันที บริษัท ก ออกตั๋วกำหนดจ่ายภายใน 90 วัน วิธีนี้ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายบริหารกระแสเงินสดได้ดีขึ้น

  • บริษัท ก จึงมีเวลาขายวัสดุให้ลูกค้าปลีกก่อนแล้วค่อยนำเงินมาจ่าย
  • บริษัท ข ถือตั๋วเงินรับเป็นหลักประกัน และมีสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมาย

ตั๋วสัญญาใช้เงินกับตั๋วแลกเงิน ต่างกันตรงไหน

เปรียบเทียบตั๋วสัญญาใช้เงินตั๋วแลกเงิน
ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง2 ฝ่าย3 ฝ่าย
ผู้รับผิดชอบจ่ายเงินผู้ออกตั๋ว (ลูกหนี้เอง)ผู้จ่าย (ต้องรับรองก่อน)
ต้องรับรองตั๋วก่อนหรือไม่ไม่ต้องต้องมี (ผู้จ่ายรับรอง)
กรณีใช้งานการค้า B2B ระหว่างคู่ค้าการค้าระหว่างประเทศ

SME ไทยที่ซื้อขายในประเทศมักเลือกตั๋วสัญญาใช้เงิน เพราะมีแค่ 2 ฝ่าย ไม่ต้องรอใครรับรอง

ตั๋วสัญญาใช้เงิน กับอากรแสตมป์ เสียเท่าไร และอย่างไร

ตั๋วชนิดนี้ต้องติดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลำดับที่ 9 โดยคำนวณที่อัตรา 3 บาทต่อทุก 2,000 บาทหรือเศษของ 2,000 บาท โดยผู้ออกตั๋วเป็นผู้เสียอากร

อ้างอิงจากตัวอย่างเดิม – บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ออกตั๋วมูลค่า 500,000 บาท คำนวณอากรได้ดังนี้

500,000 ÷ 2,000 = 250 x 3 = 750 บาท

หมายความว่าตั๋วสัญญาใช้เงินมูลค่า 500,000 บาทนี้ ต้องติดอากร 750 บาท หากไม่ติดหรือติดไม่ครบ ตั๋วใบนี้จะใช้เป็นหลักฐานในศาลไม่ได้

ผู้ออกตั๋วและผู้รับตั๋ว จึงต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าติดอากรครบก่อนลงลายเซ็น


ความเสี่ยงด้านเครดิตที่ต้องรู้ก่อนรับตั๋ว

แม้ตั๋วจะมีผลบังคับทางกฎหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้เงินแน่นอน หากผู้ออกตั๋วไม่มีเงินจ่ายเมื่อถึงกำหนด ผู้ถือตั๋วต้องฟ้องร้องเอง ซึ่งใช้เวลาและมีค่าใช้จ่าย

ความเสี่ยงหลักคือ หากผู้ออกตั๋วมีสถานะทางการเงินไม่มั่นคง ตั๋วเงินไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เว้นแต่จะระบุเพิ่มเติม ซึ่งแตกต่างจากสินเชื่อธนาคารที่มีการประเมินเครดิตก่อน ผู้ที่จะรับตั๋วควรประเมินคู่ค้าทุกครั้ง

วิธีประเมินคู่ค้าก่อนรับตั๋วสัญญาใช้เงิน

ก่อนตอบตกลงรับตั๋วจากคู่ค้า ลองตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้

  • ตรวจสถานะนิติบุคคลผ่านเว็บกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ว่าบริษัทยังดำเนินกิจการอยู่หรือไม่ มีทุนจดทะเบียนเท่าไร
  • ขอดูงบการเงินย้อนหลัง 1-2 ปี โดยเฉพาะกระแสเงินสดและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ระวังหากหนี้สินสูงกว่าทุน หรือขาดทุนต่อเนื่อง
  • พิจารณาประวัติการค้าที่ผ่านมา หากเคยทำธุรกิจกันและจ่ายตรงเวลาสม่ำเสมอ ความเสี่ยงที่ประเมินก็ต่ำลง
  • หากเป็นคู่ค้าใหม่ ควรเริ่มจากวงเงินไม่สูง แล้วค่อยเพิ่มเมื่อสร้างประวัติร่วมกันได้ ตามสถานการณ์
  • หมั่นตรวจสอบงบการเงินเป็นระยะ และสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ในการซื้อขายร่วมกัน

การบันทึกบัญชีตั๋วเงินรับและตั๋วเงินจ่ายอย่างง่าย

เมื่อธุรกิจรับตั๋วจากลูกค้า ต้องบันทึกเป็นตั๋วเงินรับฝั่งสินทรัพย์ พร้อมลดยอดลูกหนี้การค้า และเมื่อตั๋วครบกำหนด ก็ลดยอดตั๋วเงินรับและเพิ่มเงินสดเข้ามาแทน

หากธุรกิจเป็นฝ่ายออกตั๋วให้ซัพพลายเออร์ ต้องบันทึกเป็นตั๋วเงินจ่ายฝั่งหนี้สิน พร้อมลดยอดเจ้าหนี้การค้า เมื่อจ่ายเงินตามตั๋วแล้ว ก็ลดยอดตั๋วเงินจ่ายและลดเงินสด

กรณีนำตั๋วไปขายลดกับธนาคาร ต้องบันทึกส่วนลดเป็นค่าใช้จ่ายทางการเงินด้วย เพราะธนาคารจะหักส่วนลดก่อนจ่ายเงินให้ ทำให้ได้รับเงินจริงน้อยกว่ามูลค่าหน้าตั๋ว

ต้องติดตามวันครบกำหนดของตั๋วทุกใบให้ดี หากพลาดอาจเสียสิทธิในการไล่เบี้ยจากผู้สลักหลัง แต่ถ้าไม่อยากพลาด ผู้ประกอบการที่ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK จะบันทึกรายการเหล่านี้ได้สะดวก พร้อมจัดหมวดหมู่ให้อัตโนมัติ ช่วยติดตามตั๋วเงินรับและตั๋วเงินจ่ายได้ครบโดยไม่ต้องจัดการด้วยมือ

สรุป ตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นเครื่องมือคู่ค้า ไม่ใช่แค่เอกสารกฎหมาย

ตั๋วเงินชนิดนี้ไม่ได้มีไว้แค่ให้นักกฎหมายใช้ แต่เป็นเครื่องมือที่ SME จัดการเครดิตคู่ค้าได้จริง ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ติดอากรแสตมป์ให้ครบ และประเมินคู่ค้าก่อนรับตั๋วทุกครั้ง เมื่อทำครบทุกขั้นตอน ตั๋วจะกลายเป็นเครื่องมือบริหารกระแสเงินสดที่มีประสิทธิภาพ

จัดการบัญชีตั๋วสัญญาใช้เงิน ให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วย SME บันทึกรายรับ-รายจ่าย ออกเอกสารทางบัญชี และจัดการรายงานการเงินครบในที่เดียว ลดงานซ้ำและลดข้อผิดพลาดจากการจัดการด้วยมือ – ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับตั๋วสัญญาใช้เงิน

ตั๋วสัญญาใช้เงินมีอายุความเท่าไร

อายุความในการฟ้องร้องเรียกเงินตามตั๋วคือ 3 ปี นับจากวันที่ตั๋วถึงกำหนดชำระ ตามกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 1001 ผู้ถือตั๋วควรเรียกเก็บเงินหรือฟ้องร้องก่อนหมดอายุความ

ถ้าผู้ออกตั๋วไม่จ่ายเงินตามกำหนด ต้องทำอย่างไร

ผู้ถือตั๋วยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลได้ โดยใช้ตั๋วเป็นหลักฐาน ข้อดีคือศาลถือว่าตั๋วเป็นหลักฐานแห่งหนี้ในตัว ไม่ต้องพิสูจน์ที่มาของมูลหนี้เพิ่ม จึงฟ้องง่ายกว่ากรณีที่มีแค่ใบแจ้งหนี้ ทั้งนี้ควรปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินการให้ถูกขั้นตอน

ตั๋วสัญญาใช้เงินต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

ตั๋วเงินเป็นเครื่องมือทางการเงิน ไม่ใช่การขายสินค้าหรือบริการ จึงไม่ต้องเสีย VAT ตัวตั๋วเอง แต่สินค้าที่เป็นต้นเหตุให้ออกตั๋ว เช่น การซื้อวัสดุก่อสร้าง ยังต้องเสีย VAT ตามปกติ สิ่งที่ต้องเสียสำหรับตัวตั๋วคืออากรแสตมป์เท่านั้นม่นยำกว่า


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

เริ่มต้นใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

งบทดลองต้องทำตอนไหน?


งบทดลองสามารถทำได้ตั้งแต่ก่อนปิดรอบบัญชีในแต่ละเดือนหรือปี หากทำเป็นประจำทุกเดือนก็จะช่วยให้สามารถดูสภาพการเงินของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

งบทดลองต้องยื่นสรรพากรไหม?


งบทดลองไม่ต้องยื่นสรรพากร เพราะ เป็นประเภทรายงานการเงินทำกันภายใน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชี