e tax invoice
Table of Contents

ผู้ประกอบการที่จด VAT หลายคนยังออกใบกำกับภาษีแบบกระดาษอยู่ ทั้งที่กรมสรรพากรเปิดให้ใช้ e-Tax Invoice & e-Receipt มาตั้งแต่ปี 2560 บทความนี้อธิบายว่าระบบนี้คืออะไร เลือกแบบไหนดี สมัครอย่างไร และมีอะไรที่ต้องระวัง

e-Tax Invoice & e-Receipt คืออะไร ต่างกันตรงไหน

กรมสรรพากรเปิดให้ผู้ประกอบการจด VAT ออกใบกำกับภาษีและใบรับเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แทนกระดาษได้ เอกสารทั้งสองรูปแบบมีผลทางกฎหมายเท่ากัน แต่แตกต่างกันตรงประเภทและวิธีใช้งานตามรายละเอียดด้านล่าง

e-Tax Invoice คือ

ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ คือการจัดทำใบกำกับภาษีเป็นข้อมูลดิจิทัลแทนกระดาษ โดยต้องมีการลงลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signature) หรือประทับรับรองเวลา (Time Stamp) เพื่อรับรองความถูกต้อง จากนั้นส่งมอบให้ผู้ซื้อและนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร

เอกสารที่จัดทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้มี 5 ประเภท ได้แก่

  • ใบกำกับภาษีเต็มรูป (ตามมาตรา 86/4)
  • ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (มาตรา 86/6)
  • ใบเพิ่มหนี้ (มาตรา 86/9)
  • ใบลดหนี้ (มาตรา 86/10)
  • ใบรับ (มาตรา 105 ทวิ)

e-Receipt คือ

e-Receipt คือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ออกให้ผู้ซื้อเป็นหลักฐานว่าได้รับเงินแล้ว ต่างจากใบกำกับภาษีตรงที่ใบรับไม่เกี่ยวกับ VAT โดยตรง แต่เป็นเอกสารยืนยันการชำระเงิน เมื่อสมัครระบบแล้วจะออกได้ทั้ง 5 ประเภทเอกสารที่กล่าวข้างต้น

สรุปความแตกต่าง e-Tax Invoice กับ e-Receipt

รายการe-Tax Invoicee-Receipt
ประเภทเอกสารใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ใบรับ (ใบเสร็จรับเงิน)
ใช้สำหรับเป็นหลักฐานการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นหลักฐานการรับเงิน
ระบบที่ใช้by Time Stamp หรือ by Digital Signatureระบบเดียวกับ e-Tax Invoice

e-Tax Invoice มีกี่ระบบ เลือกแบบไหนดี

กรมสรรพากรแบ่งระบบออกเป็น 2 แบบ ซึ่งผู้ประกอบการต้องเลือกใช้เพียงอย่างเดียว การเลือกขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจและปริมาณใบกำกับภาษีที่ออกต่อเดือน

e-Tax Invoice by Time Stamp เหมาะกับ SME

ระบบ by Time Stamp (ชื่อเดิมคือ e-Tax Invoice by Email) ทำงานโดยการส่งอีเมลใบกำกับภาษีถึงผู้ซื้อ พร้อมสำเนาไปยังระบบของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อประทับรับรองเวลา ระบบนี้เหมาะกับ SME ที่ออกเอกสารไม่มากนัก และไม่ต้องซื้อใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (CA) เพิ่มเติม

e-Tax Invoice by Digital Signature เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางขึ้นไป

ระบบ Digital Signature ใช้วิธีลงลายเซ็นดิจิทัลแทนการประทับเวลา ข้อมูลจัดทำในรูปแบบ XML แล้วนำส่งกรมสรรพากรผ่านผู้ให้บริการ ระบบนี้ไม่จำกัดรายได้ รองรับปริมาณเอกสารมาก แต่ต้องซื้อใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ให้บริการ CA ที่กรมสรรพากรรับรอง

ตารางเปรียบเทียบ 2 ระบบ สำหรับ SME เลือกใช้

รายการby Time Stampby Digital Signature
วิธีรับรองประทับเวลา (ETDA)ลายเซ็นดิจิทัล (CA)
แบบคำขอก.อ.01บ.อ.01
ค่าใช้จ่ายเพิ่มไม่มีค่าใบรับรอง CA + Service Provider
รูปแบบเอกสารPDF ส่งอีเมลXML + Digital Signature
ต้องยื่นเอกสารประกอบต้องอัปโหลด + รอ Activate Codeไม่ต้อง (CA ยืนยันแทน)
เหมาะกับSME ออกเอกสารไม่มากธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่

ขั้นตอนสมัคร e-Tax Invoice ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ผู้ประกอบการที่จด VAT แล้วสามารถสมัครได้ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร แต่ขั้นตอนจะแตกต่างกันตามระบบที่เลือก

เอกสารและสิ่งที่ต้องเตรียม

ก่อนเริ่มสมัคร ตรวจสอบว่าธุรกิจของคุณมีสิ่งต่อไปนี้ครบถ้วน

  1. ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ที่ยังมีผลอยู่
  2. เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก
  3. อีเมลสำหรับรับส่งเอกสาร (ควรเป็นอีเมลองค์กร)
  4. ข้อมูลผู้มีอำนาจลงนาม (กรรมการบริษัท)
  5. สำเนาหนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล)
  6. ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ให้บริการ CA (เฉพาะระบบ Digital Signature)

ขั้นตอนสมัคร by Time Stamp

  1. เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร แล้วเลือกยื่นคำขอตามแบบ ก.อ.01
  2. กรอกข้อมูลกิจการและอัปโหลดเอกสาร
  3. กรมสรรพากรตรวจสอบข้อมูลและเอกสาร
  4. เมื่อผ่านการตรวจสอบ จะได้รับรหัสยืนยัน (Activate Code) ทางไปรษณีย์
  5. นำรหัสยืนยันไปเปิดใช้งาน แล้วกำหนดรหัสผ่านภายใน 15 วันทำการ
  6. แจ้งอีเมลที่ประสงค์จะใช้ส่งใบกำกับภาษี
  7. ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอนุมัติได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร

ขั้นตอนสมัคร Digital Signature

  1. จัดหาใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (CA) จากผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้ Thailand NRCA
  2. เข้าเว็บไซต์ระบบ e-Tax Invoice ของกรมสรรพากร แล้วยื่นคำขอตามแบบ บ.อ.01
  3. ยืนยันตัวตนด้วยใบรับรอง CA ผ่านโปรแกรม Ultimate Sign & Viewer โดยไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่ม
  4. กรมสรรพากรสร้างบัญชีผู้ใช้งาน Corporate ให้อัตโนมัติ
  5. เชื่อมต่อช่องทางนำส่ง แล้วเริ่มจัดทำเอกสาร XML พร้อมลง Digital Signature ได้ทันที

วิธีนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร

หลังออกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ผู้ประกอบการมีหน้าที่นำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยเลือกได้ 3 ช่องทางตามความเหมาะสม

สำหรับผู้ใช้ระบบ by Time Stamp ข้อมูลจะถูกส่งผ่านอีเมลอัตโนมัติเมื่อ ETDA ประทับเวลาเรียบร้อย ส่วนผู้ใช้ระบบ Digital Signature เลือกนำส่งได้ดังนี้

  • Web Upload อัปโหลดไฟล์ XML ผ่านเว็บไซต์ etax.rd.go.th เหมาะกับกิจการที่ออกเอกสารไม่มาก
  • Service Provider ใช้บริการผู้ให้บริการส่งข้อมูลที่กรมสรรพากรรับรอง เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความสะดวก
  • Host to Host เชื่อมต่อระบบตรงกับกรมสรรพากร สำหรับกิจการที่ออกเอกสารมากกว่า 500,000 ฉบับต่อเดือน

ประโยชน์ของ e-Tax Invoice & e-Receipt สำหรับ SME

การเปลี่ยนมาใช้ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ช่วย SME ลดต้นทุนที่มองไม่เห็นหลายส่วน ทั้งค่ากระดาษ ค่าจัดส่ง และพื้นที่จัดเก็บเอกสาร

ลดต้นทุนกระดาษและจัดเก็บ

ลองคำนวณจากตัวอย่างจริง สมมุติบริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) เป็นสำนักงานบัญชีที่ดูแลลูกค้า 50 ราย ออกใบกำกับภาษีเฉลี่ยรายละ 10 ฉบับต่อเดือน รวม 500 ฉบับต่อเดือน

  • ค่ากระดาษ + หมึกพิมพ์ประมาณฉบับละ 3 บาท = 1,500 บาทต่อเดือน
  • ค่าจัดส่งเอกสารประมาณฉบับละ 15 บาท = 7,500 บาทต่อเดือน
  • รวมค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ = 9,000 บาทต่อเดือน หรือ 108,000 บาทต่อปี

ยังไม่รวมค่าพื้นที่จัดเก็บและค่าเช่าคลังเอกสารที่ไม่ต้องใช้อีกเมื่อเปลี่ยนมาเก็บแบบดิจิทัล

รองรับ Easy E-Receipt ช่วยลูกค้าลดหย่อนภาษี

ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบนี้สามารถออกเอกสารให้ลูกค้านำไปใช้ในโครงการ Easy E-Receipt ของกรมสรรพากรได้ ลูกค้าบุคคลธรรมดาสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี ถือเป็นจุดขายที่ช่วยดึงดูดลูกค้ารายใหม่ให้ธุรกิจ

วิธีตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการ e-Tax Invoice

ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการสามารถตรวจสอบว่ากิจการที่ออกเอกสารให้ได้รับอนุมัติจริงหรือไม่ โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ระบบ e-Tax Invoice ของกรมสรรพากร แล้วค้นหาจากเลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือชื่อกิจการ ระบบจะแสดงข้อมูลผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบสถานะผู้ประกอบการจด VAT ผ่านระบบ VAT INFO ได้อีกช่องทางหนึ่ง

ข้อควรระวังเมื่อใช้ e-Tax Invoice & e-Receipt

แม้ระบบจะสะดวก แต่ผู้ประกอบการควรระวังเรื่องต่อไปนี้

  • ส่งล่าช้าอาจถูกเพิกถอนสิทธิ กรมสรรพากรมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่นำส่งข้อมูลตามกำหนด
  • backup ข้อมูลไว้หลายที่ ตามประมวลรัษฎากรต้องเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 5 ปี หากข้อมูลสูญหายจะมีปัญหาเมื่อถูกตรวจสอบ
  • ตรวจสอบอีเมลผู้ซื้อก่อนส่ง สำหรับระบบ by Time Stamp หากอีเมลผิดจะทำให้ผู้ซื้อไม่ได้รับเอกสาร ต้องออกใหม่และส่งซ้ำ
  • แจ้งยกเลิกเมื่อเลิกกิจการ ถ้าเลิกกิจการหรือถูกถอนทะเบียน VAT ต้องแจ้งยกเลิกการใช้ระบบด้วย

จัดการ e-Tax Invoice ให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์รองรับการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ by Time Stamp ผู้ประกอบการสามารถเชื่อมต่อระบบได้จากเมนู ตั้งค่า > ตั้งค่าเชื่อมต่อระบบภายนอก > เชื่อมต่อ e-Tax Invoice เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว สามารถส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้จากหน้าเอกสารในไม่กี่คลิก ข้อมูลเชื่อมต่อกับระบบบัญชีโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องบันทึกซ้ำ

สรุป e-Tax Invoice & e-Receipt

ผู้ประกอบการ SME ที่ยังออกใบกำกับภาษีกระดาษอยู่ ลองพิจารณาสมัครระบบ e-Tax Invoice เริ่มจากประเมินว่าธุรกิจเหมาะกับ by Time Stamp หรือ Digital Signature จากตารางเปรียบเทียบด้านบน จากนั้นเตรียมเอกสารตาม Checklist แล้วยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ e-Tax Invoice & e-Receipt

e-Tax Invoice กับใบกำกับภาษีกระดาษต่างกันอย่างไร

ทั้งสองมีผลทางกฎหมายเหมือนกัน สิ่งที่ต่างคือรูปแบบการจัดทำและจัดส่ง ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จัดทำเป็นข้อมูลดิจิทัลและส่งผ่านระบบออนไลน์ ส่วนใบกำกับภาษีกระดาษต้องพิมพ์และส่งทางไปรษณีย์หรือมอบด้วยตนเอง

ต้องจด VAT ก่อนถึงจะสมัคร e-Tax Invoice ได้หรือไม่

ใช่ ผู้ประกอบการต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อน จึงจะมีสิทธิสมัครใช้ระบบได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม

ถ้าธุรกิจโตขึ้น เปลี่ยนจาก by Time Stamp เป็น Digital Signature ได้ไหม

ได้ แต่ต้องยื่นขอยกเลิกระบบ by Time Stamp กับกรมสรรพากรก่อน จากนั้นจัดหาใบรับรอง CA แล้วยื่นคำขอระบบ Digital Signature ใหม่ตามแบบ บ.อ.01

e-Receipt กับ Easy E-Receipt ต่างกันอย่างไร

ต่างกันมาก e-Receipt เป็น “ประเภทเอกสาร” ที่ผู้ประกอบการออกให้ผู้ซื้อ ส่วน Easy E-Receipt เป็น “โครงการลดหย่อนภาษี” ของรัฐที่ให้ผู้บริโภคนำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้สิทธิลดหย่อน ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบ e-Tax Invoice จะช่วยให้ลูกค้าใช้สิทธินี้ได้โดยอัตโนมัติ

ถ้าออก e-Tax Invoice แล้ว ต้องเก็บเอกสารกระดาษด้วยไหม

ไม่ต้องเก็บกระดาษ แต่ต้องเก็บไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ต้นฉบับไว้ให้ครบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด แนะนำให้ backup ไว้อย่างน้อย 2 แหล่ง เช่น cloud storage + hard drive ภายในบริษัท เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายเมื่อถูกตรวจสอบ

สมัครแล้วใช้ได้เลยหรือต้องรอนานแค่ไหน

ระบบ by Time Stamp ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ นับจากยื่นคำขอจนได้ Activate Code ทางไปรษณีย์ ส่วนระบบ Digital Signature ขึ้นอยู่กับความเร็วในการจัดหาใบรับรอง CA ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัยชี ตัวช่วยผู้ประกอบการจัดการบัญชี