ภ.พ.20

เจ้าของกิจการที่เพิ่งจดทะเบียน VAT จะได้รับใบ ภ.พ.20 จากกรมสรรพากร ใบนี้สำคัญมาก ต้องติดแสดงที่ร้านหรือออฟฟิศ ไม่มีหรือไม่แสดงมีโทษปรับ

ภ.พ.20 คืออะไร

ภ.พ.20 คือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรออกให้หลังจดทะเบียน VAT เรียบร้อยแล้ว เปรียบเหมือน บัตรประชาชนของกิจการ ในระบบ VAT ใบนี้ยืนยันว่าธุรกิจได้รับอนุญาตให้เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้าถูกต้องตามกฎหมาย

กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องแสดงใบ ภ.พ.20 ไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบการเสมอ ถ้ามีหลายสาขา แต่ละสาขาต้องมีใบของตัวเอง

ข้อมูลที่ต้องมีในใบ ภ.พ.20

ภ.พ.20

ใบ ภ.พ.20 ระบุข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผู้ประกอบการและสถานประกอบการที่จด VAT ทั้งหมด 7 รายการหลัก ควรตรวจสอบให้ถูกต้องตั้งแต่วันที่ได้รับ ถ้าข้อมูลในใบผิดพลาดต้องยื่นแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งเสียเวลา

  • ชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียน (ชื่อบุคคลธรรมดา หรือชื่อนิติบุคคล)
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก
  • ชื่อสถานประกอบการ (ถ้ามี)
  • ที่อยู่สถานประกอบการตามที่จดทะเบียน
  • วันที่เริ่มจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ประเภทกิจการที่จดทะเบียน
  • ลายเซ็นเจ้าพนักงาน และตราประทับกรมสรรพากร

ถ้าพบว่าข้อมูลรายการใดไม่ถูกต้อง เช่น ที่อยู่ผิด ต้องยื่นแบบ ภ.พ.09 ที่สรรพากรเพื่อขอแก้ไข

ใครต้องมี ภ.พ.20 บ้าง

ผู้ประกอบการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียน VAT ตามกฎหมาย จะได้รับใบ ภ.พ.20 หลังจดทะเบียนสำเร็จ ตัวอย่างเช่น เจ้าของกิจการเปิดร้านขายอุปกรณ์ไอทีให้บริษัทอื่น ยอดขายรวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท กรณีนี้ต้องจด VAT ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ยอดขายเกินเกณฑ์ แม้รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ก็จดโดยสมัครใจได้ เช่น ธุรกิจที่ต้องการนำภาษีซื้อไปหักกับภาษีขาย หรือต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า

ธุรกิจบางประเภทได้รับยกเว้นไม่ต้องจด VAT แม้รายได้เกินเกณฑ์ เช่น การขายสินค้าเกษตรที่ยังไม่แปรรูป การขนส่งสาธารณะ และสถานศึกษาเอกชน ก่อนยื่นจดทะเบียนควรตรวจสอบว่ากิจการของตนอยู่ในกลุ่มยกเว้นหรือไม่

วิธีขอ ภ.พ.20 มีขั้นตอน

ผู้ประกอบการที่ต้องการจดทะเบียน VAT ต้องยื่นแบบ ภ.พ.01 พร้อมเอกสารประกอบ โดยมี 2 ช่องทาง

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับขอ ภ.พ.20

เอกสารที่ต้องใช้ยื่นจด VAT มีดังนี้

  • แบบคำขอจดทะเบียน (ภ.พ.01) กรอกครบถ้วน
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกอบการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของสถานประกอบการ
  • หนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล) อายุไม่เกิน 6 เดือน
  • แผนที่ตั้งสถานประกอบการโดยสังเขป
  • สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ (ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของ)
  • ภาพถ่ายสถานประกอบการทั้งภายในและภายนอก

ขอ ภ.พ.20 ที่สำนักงานสรรพากร

  1. เตรียมเอกสารให้ครบตามรายการด้านบน
  2. ยื่นแบบคำขอพร้อมเอกสารที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและอาจนัดเข้าตรวจสถานประกอบการจริง
  4. เมื่อผ่านการตรวจสอบ จะได้รับใบ ภ.พ.20 ภายในไม่กี่วันทำการ

ขอ ภ.พ.20 ออนไลน์ ผ่าน e-Registration

ยื่นจดทะเบียน VAT ออนไลน์ได้ผ่านระบบ e-Registration ของกรมสรรพากร ตลอด 24 ชั่วโมง

  1. เข้าเว็บไซต์ e-Registration กรมสรรพากร แล้วเลือก “จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม”
  2. ลงทะเบียนหรือเข้าสู่ระบบด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  3. กรอกข้อมูลในแบบคำขอออนไลน์ให้ครบ
  4. แนบไฟล์เอกสารประกอบ (สแกนเป็น PDF)
  5. ยืนยันส่งคำขอ แล้วรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
  6. เมื่ออนุมัติ ให้ไปรับใบ ภ.พ.20 ตัวจริงที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่

วิธีเช็ค ภ.พ.20 ออนไลน์

ต้องการตรวจสอบว่าคู่ค้าจดทะเบียน VAT จริงหรือไม่ สามารถเช็คได้ผ่านเว็บกรมสรรพากร ไม่ต้องขอดูใบ ภ.พ.20 ตัวจริง

  1. เข้าเว็บไซต์ กรมสรรพากร ระบบ VAT Info แล้วเลือก “ตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบการ VAT”
  2. ใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก หรือชื่อผู้ประกอบการ
  3. ระบบแสดงผลว่าผู้ประกอบการรายนี้จดทะเบียน VAT หรือไม่ พร้อมข้อมูลสถานประกอบการ

วิธีนี้เหมาะสำหรับตรวจสอบคู่ค้าก่อนออกใบกำกับภาษี ช่วยให้มั่นใจว่าเลขทะเบียน VAT ถูกต้อง และลดความเสี่ยงที่ภาษีซื้อจะถูกปฏิเสธเมื่อยื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม

ภ.พ.20 กับ ภ.พ.30 ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนระหว่าง ภ.พ.20 กับ ภ.พ.30 เพราะชื่อคล้ายกัน แต่เป็นเอกสารคนละประเภท

ภ.พ.20 คือใบรับรองว่าจด VAT แล้ว ออกครั้งเดียว ส่วน ภ.พ.30 คือแบบรายงานภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องยื่นทุกเดือน ดูรายละเอียดเปรียบเทียบในตารางด้านล่าง

รายการภ.พ.20ภ.พ.30
คืออะไรใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน
ได้มาเมื่อไรตอนจดทะเบียน VAT (ครั้งเดียว)ต้องยื่นทุกเดือน
จุดประสงค์แสดงว่ากิจการจด VAT แล้วรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขายประจำเดือน
เก็บไว้ที่ไหนติดแสดงที่สถานประกอบการยื่นให้กรมสรรพากร
กำหนดเวลาไม่มี (คงอยู่ตลอดที่ยังจด VAT)ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์ขยายถึงวันที่ 23)

พูดง่ายๆ คือ ภ.พ.20 เป็น ใบรับรอง ว่าจด VAT แล้ว ส่วน ภ.พ.30 เป็น แบบรายงาน ที่ต้องยื่นทุกเดือน

ภ.พ.20 หาย ชำรุด ต้องทำอย่างไร

ถ้าใบ ภ.พ.20 สูญหายหรือชำรุด ต้องแจ้งขอรับใบแทนภายใน 15 วันนับจากวันที่ทราบเหตุ ถ้าไม่แจ้งภายในกำหนด อาจถูกปรับ

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอใหม่

  • แบบ ภ.พ.04 กรอกครบถ้วน
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกอบการ หรือกรรมการผู้มีอำนาจ
  • ใบ ภ.พ.20 เดิมที่ชำรุด (กรณีชำรุด)
  • ใบแจ้งความ (กรณีสูญหาย)

ยื่นเอกสารที่สรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ใบแทนที่ได้รับจะมีข้อความว่า ใบแทน กำกับไว้

ระหว่างรอใบแทน ควรเก็บสำเนาใบแจ้งความหรือเอกสารยื่นแบบ ภ.พ.04 ไว้แสดงแทนชั่วคราว

สรุป: ภ.พ.20 เอกสารสำคัญที่เจ้าของกิจการจด VAT ต้องมี

  • ภ.พ.20 คือใบทะเบียน VAT ที่ต้องแสดงไว้ที่สถานประกอบการเสมอ
  • ขอได้ 2 ช่องทาง ทั้งที่สำนักงานสรรพากรและผ่าน e-Registration ออนไลน์
  • เช็คสถานะ VAT ของคู่ค้าได้ง่ายๆ ผ่านเว็บกรมสรรพากร
  • หายหรือชำรุด ต้องแจ้งขอใบแทนภายใน 15 วัน

จัดการ VAT ให้ง่ายขึ้นด้วย PEAK

หลังจดทะเบียน VAT แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน และจัดการภาษีซื้อ-ภาษีขายให้ถูกต้อง

PEAK ช่วยเจ้าของกิจการออกใบกำกับภาษี คำนวณ VAT และเตรียมข้อมูลยื่น ภ.พ.30 ได้จากระบบ ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ ภ.พ.20

ภ.พ.20 ต้องต่ออายุไหม

ไม่ต้องต่ออายุ ใบ ภ.พ.20 มีผลบังคับใช้ตลอดที่ผู้ประกอบการยังคงจดทะเบียน VAT อยู่ จะสิ้นสุดก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการยื่นขอถอนทะเบียน VAT หรือถูกเพิกถอน

ไม่แสดง ภ.พ.20 ที่สถานประกอบการ มีโทษอะไร

กฎหมายกำหนดให้ต้องแสดงใบ ภ.พ.20 ไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบการ ถ้าไม่แสดง อาจถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาท

มีหลายสาขา ต้องมี ภ.พ.20 กี่ใบ

ต้องมีสาขาละ 1 ใบ แต่ละสาขาต้องจดทะเบียน VAT แยกกัน และได้รับใบ ภ.พ.20 ของแต่ละสาขา เพื่อแสดงที่สถานประกอบการแต่ละแห่ง


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine