ทุกเดือนที่ผ่านไปโดยไม่ได้ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หมายถึงเบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ บทความนี้สรุปครบตั้งแต่แบบฟอร์มนี้คืออะไร ใครต้องยื่น กำหนดเวลา วิธียื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ไปจนถึงตัวอย่างคำนวณ VAT จริงที่นำไปใช้ได้ทันที ภ.พ.30 คืออะไร ภ.พ.30 คือ แบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน ที่สรุปยอดภาษีขาย (VAT ที่เก็บจากลูกค้า) เทียบกับภาษีซื้อ (VAT ที่จ่ายให้ผู้ขาย) ในเดือนนั้น ถ้าภาษีขายมากกว่า ต้องนำส่งส่วนต่างให้กรมสรรพากร ถ้าภาษีซื้อมากกว่า ก็ขอคืนหรือเก็บเป็นเครดิตยกไปเดือนถัดไปได้ ใครมีหน้าที่ยื่น ภ.พ.30 กิจการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ที่สำนักงานสรรพากรในพื้นที่ เมื่อจดแล้ว หน้าที่ยื่น ภ.พ.30 จะเกิดขึ้นทุกเดือนนับจากนั้น แม้เดือนไหนไม่มียอดซื้อหรือยอดขายเลย ก็ต้องยื่นแบบเปล่า มิฉะนั้นจะถูกคิดค่าปรับ ตัวอย่างกิจการที่ต้องยื่น เช่น สำนักงานบัญชี บริษัทขายส่งสินค้า หรือบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่จด VAT แล้ว กำหนดเวลายื่น ภ.พ.30 ออนไลน์ ปี 2569 กำหนดเวลายื่นแบ่งเป็น 2 กรณี ยื่นแบบกระดาษ — ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนภาษี เช่น ภาษีเดือนมิถุนายน 2569 ต้องยื่นภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing — ได้สิทธิขยายเวลาเพิ่มอีก 8 วัน จากวันสุดท้ายของการยื่นแบบกระดาษ กรณีเดียวกันคือยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 สิทธินี้มีผลตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 31 มกราคม 2570 ตามประกาศกระทรวงการคลัง (อ้างอิง: กรมสรรพากร) ยื่น ภ.พ.30 ออนไลน์ ได้ถึงวันไหน ถ้าวันที่ 23 ตรงกับวันหยุดราชการ จะเลื่อนไปวันทำการถัดไป ตรวจสอบวันครบกำหนดแต่ละเดือนได้ที่ ปฏิทินภาษีอากร กรมสรรพากร วิธียื่นแบบ ภ.พ.30 ออนไลน์ ผ่าน e-Filing การยื่นออนไลน์ทำผ่านเว็บไซต์ e-Filing ของกรมสรรพากร (efiling.rd.go.th) โดยมีขั้นตอนหลัก ดังนี้ ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569 กรมสรรพากรปรับปรุงแบบฟอร์มใหม่ บนระบบ e-Filing ในส่วนของแบบยื่นเพิ่มเติม จะมีช่องกรอกยอดขายแจ้งไว้ขาดและยอดซื้อแจ้งไว้เกินเพิ่มเติม ตัวอย่างการคำนวณภาษีที่ต้องกรอกในแบบ ภ.พ.30 ตัวอย่าง: บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ธุรกิจขายส่งอุปกรณ์สำนักงาน) มีรายการเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทต้องนำส่ง 14,000 บาทให้กรมสรรพากรภายในกำหนด กรณีภาษีซื้อมากกว่า: สมมติเดือนถัดมาบริษัทซื้อเครื่องจักร 800,000 บาท (ภาษีซื้อ 56,000 บาท) แต่ขายสินค้าได้ 400,000 บาท (ภาษีขาย 28,000 บาท) ภาษีชำระเกิน = 56,000 − 28,000 = 28,000 บาท บริษัทเลือกได้ว่าจะขอคืนเป็นเงินสด หรือเก็บเป็นเครดิตหักกับภาษีเดือนถัดไป ภ.พ.30 กับ ภ.พ.36 ต่างกันอย่างไร ทั้งสองเป็นแบบยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนกัน แต่ใช้ต่างกรณี เปรียบเทียบ ภ.พ.30 ภ.พ.36 ใช้สำหรับ สรุปภาษีซื้อ-ภาษีขายรายเดือน นำส่ง VAT กรณีจ่ายค่าบริการให้ต่างประเทศ ตัวอย่าง ขายสินค้าในประเทศ เก็บ VAT จากลูกค้า จ่ายค่า Google Ads, ค่าที่ปรึกษาต่างประเทศ กำหนดยื่น ทุกเดือน ภายในวันที่ 15 (กระดาษ) / 23 (ออนไลน์) ภายใน 7 วัน นับจากสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน ใครยื่น ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ผู้จ่ายเงินค่าบริการให้ต่างประเทศ หากกิจการของคุณใช้บริการจากต่างประเทศ เช่น ค่าโฆษณาออนไลน์ ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ต้องยื่น ภ.พ.36 เพื่อนำส่ง VAT แทนผู้ให้บริการต่างประเทศ แล้วนำภาษีซื้อที่เกิดขึ้นไปรวมในแบบยื่นรายเดือนของเดือนนั้นด้วย (อ่านเพิ่ม: ภาษีมูลค่าเพิ่มมีกี่แบบ) ค่าปรับและเงินเพิ่มกรณียื่น ภ.พ.30 ไม่ทัน การยื่นแบบล่าช้าหรือไม่ยื่นเลยมีบทลงโทษที่ค่อนข้างหนัก ตามประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ดังนี้ เบี้ยปรับ — กรณีไม่ยื่นแบบหรือยื่นเกินกำหนดเวลา ต้องเสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ ตามมาตรา 89(2) เช่น มีภาษีต้องชำระ 14,000 บาท เบี้ยปรับเต็มจำนวน = 28,000 บาท แต่ถ้ามายื่นเองโดยไม่ได้รับหนังสือเตือนจากสรรพากร จะลดเหลือ 2% ของเบี้ยปรับ คือ 28,000 × 2% = 560 บาท เงินเพิ่ม — คิดอัตรา 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของภาษีที่ต้องชำระ โดยไม่รวมเบี้ยปรับ ตามมาตรา 89/1 เช่น ภาษี 14,000 บาท ล่าช้า 3 เดือน เงินเพิ่ม = 14,000 × 1.5% × 3 = 630 บาท ค่าปรับอาญา — กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 90 ถ้าวางแผนไม่ดีอาจต้องจ่ายทั้งเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับอาญารวมกัน ซึ่งมากกว่าตัวภาษีหลายเท่า สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือตั้งเตือนปฏิทินทุกเดือน หรือใช้โปรแกรมบัญชีที่ช่วยเตือนกำหนดยื่นให้อัตโนมัติ สรุป สิ่งสำคัญที่ควรจำ: ยื่นออนไลน์ได้ถึงวันที่ 23 ของเดือนถัดไป เตรียมรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขายให้ครบ เพียงเท่านี้ก็ลดความเสี่ยงเรื่องค่าปรับได้แล้ว จัดการ VAT ให้เป็นระบบด้วย PEAK Tax PEAK Tax ช่วยดึงข้อมูลรายการภาษีซื้อ-ภาษีขาย จากเอกสารที่บันทึกในโปรแกรม PEAK มาสรุปเป็นแบบให้อัตโนมัติ พร้อมตรวจจับรายการผิดปกติก่อนนำส่งสรรพากร ลดโอกาสกรอกผิดและประหยัดเวลาให้นักบัญชีได้มาก คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ภ.พ.30 ภ.พ.30 ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร ในภาษาอังกฤษเรียกว่า “VAT Return Form P.P.30” หรือ “Monthly Value Added Tax Return” ใช้ในบริบทการสื่อสารกับผู้สอบบัญชีหรือคู่ค้าต่างประเทศ ไม่มีรายได้เดือนนี้ ต้องยื่น ภ.พ.30 ไหม ต้องยื่น เพราะหน้าที่ยื่นแบบเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่จดทะเบียน VAT จนกว่าจะยกเลิกทะเบียน เดือนไหนไม่มีรายการก็ยื่นแบบเปล่าไปก่อน เทคนิคกระทบยอดรายได้ ภ.พ.30 กับ ภ.ง.ด.50 นักบัญชีควรตรวจสอบให้ยอดรายได้ที่ยื่นในแบบรายเดือนตลอดทั้งปี ตรงกับยอดรายได้ในแบบ ภ.ง.ด.50 (ภาษีเงินได้นิติบุคคล) โดยนำรายได้ตามงบทดลองมาบวกลบรายการที่ทำให้ยอดต่างกัน เช่น ลูกหนี้การค้า เงินมัดจำรับล่วงหน้า หรือรายได้ที่ไม่อยู่ในระบบ VAT หากยอดไม่ตรงอาจถูกสรรพากรเรียกตรวจสอบได้ ดูขั้นตอนแบบละเอียดได้ที่ คู่มือกระทบยอดรายได้ใน PEAK กรอกแบบ ภ.พ.30 ผิด แก้ไขยังไง สามารถยื่นแบบเพิ่มเติมผ่าน e-Filing ได้ โดยเลือกเมนู “ยื่นเพิ่มเติม” ระบุเดือนภาษีที่ต้องการแก้ไข แล้วกรอกตัวเลขที่ถูกต้องแทนที่ของเดิม ถ้ายื่นเพิ่มเติมภายในกำหนดเวลาจะไม่มีเบี้ยปรับ แต่ถ้าเลยกำหนดแล้วจะมีเบี้ยปรับตามมาตรา 89(3) หรือ 89(4) ผู้ใช้ PEAK สามารถดูขั้นตอนได้ที่ วิธียื่น ภ.พ.30 เพิ่มเติมใน PEAK Tax ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก