คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
งบกระแสเงินสดนับเป็นหนึ่งในงบการเงินตามมาตรฐานการทำบัญชี
งบกระแสเงินสดจำเป็นต้องทำ แม้กฎหมายไม่ได้บังคับต้องยื่นให้กรมสรรพากร ทั้งนี้การมีงบกระแสเงินสดเจ้าของธุรกิจจะเห็นภาพรวมทางการเงินของกิจการได้ดียิ่งขึ้น

หลาย SME เคยเจอสถานการณ์ “งบกำไรขาดทุนบอกว่ากำไร แต่บัญชีธนาคารกลับไม่เหลือเงิน” — คำตอบอยู่ในงบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) งบที่จะบอกคุณว่าเงินสดจริงๆ ไหลเข้า-ออกจากตรงไหนบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเข้าใจครบทั้งโครงสร้าง 3 กิจกรรมหลัก วิธีจัดทำทั้งแบบทางตรงและทางอ้อม พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริงสำหรับ SME

งบกระแสเงินสด คือรายงานทางการเงินที่แสดงการเคลื่อนไหวของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ตลอดช่วงรอบบัญชีหนึ่ง โดยรายการเทียบเท่าเงินสดหมายถึงเงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง ครบกำหนดภายใน 3 เดือน และพร้อมแปลงเป็นเงินสดได้ทันที
งบนี้จะบอกว่าต้นงวดธุรกิจมีเงินสดเท่าไร ระหว่างงวดมีเงินไหลเข้า-ออกจากกิจกรรมอะไรบ้าง และปลายงวดเหลือเงินสดเท่าไร สรุปเป็นสมการง่ายๆ ได้ว่า
เงินสดต้นงวด + เงินสดรับระหว่างงวด − เงินสดจ่ายระหว่างงวด = เงินสดปลายงวด
ตามมาตรฐาน TFRS for NPAEs (ปรับปรุง 2565) บทที่ 7 กำหนดให้กิจการ NPAEs (ซึ่งรวมถึงบริษัทจำกัดทั่วไป) ต้องจัดทำงบกระแสเงินสดเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินประจำปี ตั้งแต่รอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป ดังนั้นในปัจจุบัน บริษัทจำกัดทุกแห่งมีหน้าที่จัดทำงบนี้ตามมาตรฐานบัญชี
แม้ไม่มีบทลงโทษทางกฎหมายภาษีหากไม่จัดทำ แต่ในทางปฏิบัติงบ Cash Flow มีประโยชน์โดยตรงกับเจ้าของกิจการ ทั้งการวางแผนสภาพคล่อง การยื่นกู้สินเชื่อธุรกิจกับธนาคาร และการตรวจจับปัญหาเงินสดขาดมือก่อนสายเกินแก้
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่เกณฑ์การบันทึก งบกำไรขาดทุนใช้เกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) ซึ่งรับรู้รายได้เมื่อส่งมอบสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะได้รับเงินแล้วหรือยัง ในขณะที่งบ Cash Flow บันทึกเฉพาะเงินสดที่รับ-จ่ายจริงเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายสินค้าเดือนมิถุนายนมูลค่า 1,000,000 บาท แต่ให้เครดิต 60 วัน ในงบกำไรขาดทุนเดือนมิถุนายนจะแสดงรายได้ 1,000,000 บาทเต็ม แต่ในงบ Cash Flow เดือนเดียวกันจะยังไม่มีเงินสดรับจากรายการนี้เลย เงินจะเข้ามาจริงในเดือนสิงหาคม
นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางธุรกิจมีกำไรในทางบัญชีแต่กลับขาดเงินสดหมุนเวียน การดูรายงาน Cash Flow ควบคู่กับงบกำไรขาดทุนจึงช่วยให้เห็นสุขภาพการเงินของธุรกิจครบทุกมิติ
งบ Cash Flow แบ่งแหล่งที่มาและการใช้ไปของเงินสดออกเป็น 3 กิจกรรมหลัก
กิจกรรมดำเนินงานเป็นส่วนที่สะท้อนเงินสดจากธุรกิจหลักโดยตรง ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดของงบนี้ ตัวอย่างเงินสดรับ ได้แก่ เงินที่เก็บได้จากลูกค้า เงินรับล่วงหน้าจากการบริการ ส่วนเงินสดจ่าย ได้แก่ ค่าซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบ เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่าสำนักงาน และภาษีที่จ่ายจริง
ถ้ากระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวกอย่างสม่ำเสมอ แสดงว่าธุรกิจสามารถสร้างเงินสดจากการดำเนินงานปกติได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของสุขภาพทางการเงิน
กิจกรรมลงทุนเกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายสินทรัพย์ระยะยาว ตัวอย่างเงินสดจ่าย ได้แก่ ซื้อเครื่องจักร คอมพิวเตอร์ หรือรถยนต์ ส่วนเงินสดรับ ได้แก่ ขายสินทรัพย์เก่าออกไป
โดยทั่วไปกิจกรรมลงทุนมักมีกระแสเงินสดติดลบ เพราะธุรกิจที่กำลังเติบโตมักต้องลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติม สิ่งสำคัญคือต้องดูควบคู่กับกิจกรรมดำเนินงานว่ามีเงินสดเพียงพอรองรับการลงทุนนั้นหรือไม่
กิจกรรมจัดหาเงินเกี่ยวข้องกับโครงสร้างเงินทุนของกิจการ ทั้งจากเจ้าหนี้และเจ้าของ ตัวอย่างเงินสดรับ ได้แก่ เงินกู้จากสถาบันการเงิน เงินเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้น ส่วนเงินสดจ่าย ได้แก่ ชำระคืนเงินกู้ จ่ายเงินปันผล
มาตรฐานบัญชีกำหนดวิธีจัดทำงบ Cash Flow ไว้ 2 วิธี โดยความแตกต่างอยู่ที่ส่วนของกิจกรรมดำเนินงานเท่านั้น ส่วนกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงินใช้วิธีเดียวกันทั้งสองแบบ
วิธีทางตรงแสดงเงินสดรับ-จ่ายจริงจากกิจกรรมดำเนินงานแต่ละประเภท เช่น เงินสดรับจากลูกค้า 5,000,000 บาท หักเงินสดจ่ายค่าสินค้า 3,000,000 บาท หักเงินเดือน 800,000 บาท หักภาษี 200,000 บาท ทำให้เห็นเงินสดสุทธิจากดำเนินงาน 1,000,000 บาท
ข้อดีคือเข้าใจง่ายเพราะเห็นตัวเลขเงินสดจริง แต่ข้อจำกัดคือต้องมีข้อมูลเงินสดรับ-จ่ายแยกรายการ ซึ่ง SME หลายแห่งอาจไม่ได้เก็บข้อมูลไว้ละเอียดขนาดนั้น
วิธีทางอ้อมเริ่มจากกำไรสุทธิในงบกำไรขาดทุน แล้วปรับปรุงรายการที่ไม่ใช่เงินสด เช่น บวกกลับค่าเสื่อมราคา ปรับการเปลี่ยนแปลงของลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และเจ้าหนี้การค้า
SME ส่วนใหญ่ใช้วิธีทางอ้อม เนื่องจากข้อมูลที่ต้องใช้ดึงได้จากงบกำไรขาดทุนและงบแสดงฐานะการเงินโดยตรง ไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลเงินสดแยกรายการ และโปรแกรมบัญชี PEAK ก็สร้างงบกระแสเงินสดด้วยวิธีทางอ้อมให้อัตโนมัติ
ด้านล่างเป็นตัวอย่างงบกระแสเงินสด (วิธีทางอ้อม) ของบริษัท ตัวอย่าง จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจตัวแทนจำหน่ายสินค้า สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568
| รายการ | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| กิจกรรมดำเนินงาน | |
| กำไรสุทธิ | 500,000 |
| บวก ค่าเสื่อมราคา | 120,000 |
| ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น | (200,000) |
| สินค้าคงเหลือลดลง | 80,000 |
| เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น | 150,000 |
| เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน | 650,000 |
| กิจกรรมลงทุน | |
| ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน | (300,000) |
| เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน | (300,000) |
| กิจกรรมจัดหาเงิน | |
| ชำระคืนเงินกู้ธนาคาร | (200,000) |
| เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน | (200,000) |
| เงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ | 150,000 |
| เงินสดต้นงวด | 350,000 |
| เงินสดปลายงวด | 500,000 |
จากตัวอย่าง บริษัท ตัวอย่าง จำกัด มีกำไรสุทธิ 500,000 บาท แต่กระแสเงินสดจากดำเนินงานสูงถึง 650,000 บาท เพราะค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้จ่ายเงินสดจริง และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นหมายความว่าบริษัทยังไม่ได้จ่ายเงินออกไป ส่วนลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้น 200,000 บาท คือเงินที่ขายแล้วแต่ยังเก็บเงินไม่ได้ จึงเป็นตัวลดเงินสด
การอ่านงบ Cash Flow ไม่ใช่แค่ดูว่าเงินเพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่ต้องดูว่าเงินสดมาจากกิจกรรมไหน สัญญาณที่ควรสังเกตมีดังนี้
ในทางกลับกัน ถ้ากิจกรรมดำเนินงานเป็นบวกมากพอที่จะลงทุนขยายธุรกิจและชำระหนี้คืนได้ด้วย แสดงว่าธุรกิจมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
งบกระแสเงินสดช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นเงินสดจริงที่ไหลเข้า-ออก ต่างจากงบกำไรขาดทุนที่อาจมี “กำไรทิพย์” ซ่อนอยู่ การทำความเข้าใจงบนี้ช่วยวางแผนเงินหมุนเวียน ตัดสินใจลงทุน และเตรียมพร้อมก่อนปัญหาเงินสดขาดมือจะเกิดขึ้น ไม่ว่าธุรกิจจะเล็กหรือใหญ่ รายงาน Cash Flow เป็นเครื่องมือที่ไม่ควรมองข้าม
ไม่ต้องสร้างไฟล์ Excel เอง โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK จัดทำรายงาน Cash Flow แบบ Real-Time ด้วยวิธีทางอ้อม ให้คุณตรวจสอบกระแสเงินสดได้ทุกเมื่อ เพียงไปที่เมนู บัญชี แล้วเลือกงบกระแสเงินสด กำหนดช่วงเวลาที่ต้องการ แล้วกดพิมพ์รายงาน ระบบจะสร้างงบให้พร้อมดาวน์โหลดหรือส่งอีเมลทันที
ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน แล้วลองดูรายงาน Cash Flow ของธุรกิจคุณ สมัครได้ที่ peakaccount.com
ตามมาตรฐาน TFRS for NPAEs (ปรับปรุง 2565) บทที่ 7 บริษัทจำกัดที่เป็น NPAEs ต้องจัดทำงบ Cash Flow เป็นส่วนหนึ่งของงบการเงินประจำปีที่ต้องนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ข้อกำหนดนี้บังคับใช้ตั้งแต่รอบบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2562
มาตรฐานบัญชีกำหนดให้จัดทำอย่างน้อยปีละครั้ง แต่สำหรับการบริหารสภาพคล่อง แนะนำให้ดูกระแสเงินสดเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส ดังที่อธิบายในหัวข้อวิธีอ่านงบกระแสเงินสดข้างต้น การติดตามสม่ำเสมอจะช่วยตรวจจับปัญหาก่อนที่จะลุกลาม
กระแสเงินสดสุทธิติดลบหมายความว่าในช่วงเวลานั้นธุรกิจจ่ายเงินสดออกมากกว่ารับเข้า แต่ต้องดูว่าติดลบจากกิจกรรมอะไร ถ้าติดลบจากกิจกรรมลงทุนเพราะซื้อเครื่องจักรใหม่ อาจเป็นเรื่องดีเพราะเป็นการลงทุนเพื่อเติบโต แต่ถ้ากิจกรรมดำเนินงานติดลบต่อเนื่อง อย่างที่อธิบายไว้ในหัวข้อสัญญาณเตือน ควรรีบวิเคราะห์สาเหตุและแก้ไข
งบกำไรขาดทุนรับรู้รายได้-ค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์คงค้าง (บันทึกเมื่อเกิดสิทธิ ไม่ว่าจะได้รับเงินหรือยัง) ในขณะที่งบ Cash Flow บันทึกเฉพาะเงินสดที่รับ-จ่ายจริง ธุรกิจอาจมีกำไรทางบัญชีแต่ขาดเงินสดหมุนเวียนได้ หากลูกค้ายังไม่ชำระเงิน รายละเอียดและตัวอย่างเปรียบเทียบสามารถอ่านได้จากหัวข้องบกระแสเงินสดต่างจากงบกำไรขาดทุนอย่างไรในบทความนี้
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

งบกระแสเงินสดนับเป็นหนึ่งในงบการเงินตามมาตรฐานการทำบัญชี
งบกระแสเงินสดจำเป็นต้องทำ แม้กฎหมายไม่ได้บังคับต้องยื่นให้กรมสรรพากร ทั้งนี้การมีงบกระแสเงินสดเจ้าของธุรกิจจะเห็นภาพรวมทางการเงินของกิจการได้ดียิ่งขึ้น