
นักธุรกิจหลายคนเก่งเรื่องขาย สร้างแบรนด์ได้ดี แต่พอถามว่าเดือนนี้ธุรกิจกำไรจริงเท่าไร กลับตอบไม่ได้ ยอดขายโตทุกเดือนแต่เงินสดไม่พอจ่ายซัพพลายเออร์ ปัญหานี้เกิดจากการขาด Financial Literacy หรือความรู้ทางการเงินที่เจ้าของกิจการต้องมี
นักธุรกิจ คือใคร
นักธุรกิจ คือคนที่สร้างกิจการ รับความเสี่ยง และบริหารจัดการธุรกิจเพื่อสร้างรายได้และกำไร หลายคนสงสัยว่าต่างจากผู้ประกอบการไหม ในทางปฏิบัติใช้แทนกันได้ แต่ถ้าจะแยกให้ชัด
| คำเรียก | ลักษณะ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| นักธุรกิจ | สร้างกิจการเพื่อทำกำไร อาจซื้อกิจการต่อยอด | เจ้าของแฟรนไชส์ นักลงทุนที่บริหารธุรกิจเอง |
| ผู้ประกอบการ | สร้างสิ่งใหม่จากศูนย์ เน้นแก้ปัญหา | สตาร์ทอัพ เจ้าของแบรนด์ที่คิดค้นสินค้าเอง |
| เจ้าของกิจการ | เป็นเจ้าของธุรกิจ อาจไม่ได้บริหารเอง | ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จ้างผู้จัดการดูแลแทน |
ไม่ว่าจะเรียกตัวเองว่าอะไร สิ่งที่เหมือนกัน คือต้องตัดสินใจเรื่องเงินทุกวัน ตั้งแต่ตั้งราคาสินค้า จ่ายเงินเดือนทีมงาน ไปจนถึงวางแผนภาษี
Financial Literacy คืออะไร ทำไมเจ้าของกิจการต้องมี
Financial Literacy คือความสามารถในการอ่านตัวเลขทางการเงินแล้วใช้ตัดสินใจได้ ไม่ใช่ต้องเป็นนักบัญชี แต่ต้องเข้าใจ 4 เรื่องนี้
| ด้าน | เจ้าของกิจการต้องรู้อะไร |
|---|---|
| รายได้ (Earn) | สินค้าหรือบริการตัวไหนทำกำไรมากที่สุด ช่องทางไหนขายดี |
| รายจ่าย (Spend) | ค่าใช้จ่ายไหนจำเป็น ค่าใช้จ่ายไหนตัดได้ |
| เงินสำรอง (Save) | มีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับธุรกิจอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายประจำ |
| การลงทุน (Invest) | เมื่อไรควรนำกำไรกลับไปขยายธุรกิจ เมื่อไรควรเก็บ |
เจ้าของกิจการที่มี Financial Literacy จะรู้ว่าเงินในบัญชีมากไม่ได้แปลว่ากำไรมาก ยอดขายสูงไม่ได้แปลว่ามีเงินสดพอจ่ายซัพพลายเออร์ การอ่านตัวเลขเป็นช่วยเห็นปัญหาก่อนที่จะสายเกินแก้
สัญญาณอันตรายทางการเงิน 5 ข้อที่ต้องจับตา
เจ้าของกิจการหลายคนไม่รู้ตัวว่าธุรกิจกำลังมีปัญหาทางการเงิน จนกว่าจะถึงจุดที่แก้ไม่ทัน สัญญาณเตือน 5 ข้อนี้ต้องเช็คทุกเดือน
| # | สัญญาณอันตราย | แปลว่าอะไร | ถ้าเจอต้องทำอะไร |
|---|---|---|---|
| 1 | ยอดขายโต แต่เงินสดในบัญชีลดลง | กำไรถูกกินด้วยลูกหนี้ค้างชำระหรือสต๊อกสินค้าบวม | เช็คอายุลูกหนี้ + ลดสต๊อกส่วนเกิน |
| 2 | กำไรดี แต่จ่ายหนี้ไม่ทันกำหนด | Credit term ที่ให้ลูกค้ายาวกว่าที่ได้จากซัพพลายเออร์ | ปรับ credit term ให้สมดุล |
| 3 | ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่ยอดขายเท่าเดิม | Gross margin กำลังบีบตัว ถ้าปล่อยไว้จะขาดทุน | ทบทวนต้นทุนทุกรายการ + หาซัพพลายเออร์ใหม่หรือปรับราคาขาย |
| 4 | ต้องกู้เงินมาจ่ายค่าใช้จ่ายประจำ | ธุรกิจไม่สร้างเงินสดเพียงพอ | ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทันที + ทบทวน business model |
| 5 | ลูกหนี้ค้างชำระเกิน 90 วันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ | เสี่ยงกลายเป็นหนี้สูญ | หยุดให้เครดิตลูกค้าที่ค้างชำระ + ติดตามทวงถามทันที |
ถ้าเจอสัญญาณ 2 ข้อขึ้นไปพร้อมกัน ควรนั่งดูตัวเลขอย่างจริงจังภายในสัปดาห์นี้ อย่ารอจนปิดงบสิ้นปี
ข้อผิดพลาดทางการเงินที่เจ้าของกิจการเจอบ่อย
ไม่แยกเงินส่วนตัวออกจากเงินธุรกิจ
ใช้บัญชีเดียวทั้งรายรับจากธุรกิจและค่าใช้จ่ายส่วนตัว ทำให้ไม่รู้ว่าธุรกิจกำไรจริงเท่าไร วิธีแก้ง่ายที่สุด คือเปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับธุรกิจ แล้วกำหนดเงินเดือนให้ตัวเองเป็นจำนวนแน่นอนทุกเดือน
ไม่ทำบัญชีตั้งแต่วันแรก
“ไว้ธุรกิจโตก่อนค่อยทำบัญชี” คือประโยคที่ทำให้เจ้าของกิจการหลายรายปวดหัวตอนปิดงบสิ้นปี รวบรวมเอกสารย้อนหลังไม่ครบ คิดภาษีผิด หรือเสียสิทธิ์ลดหย่อนที่ควรได้ ยิ่งเริ่มทำบัญชีเร็วเท่าไร ยิ่งเห็นตัวเลขจริงเร็วเท่านั้น
ดูแค่ยอดขาย ไม่ดูกำไรสุทธิ
ยอดขาย 1 ล้านบาทไม่ได้แปลว่ากำไร 1 ล้าน ต้องหักต้นทุนสินค้า ค่าจ้าง ค่าเช่า ค่าขนส่ง ค่าการตลาด แล้วถึงจะเห็นกำไรจริง เจ้าของกิจการหลายคนขยายธุรกิจเพราะเห็นยอดขายสูง แต่ไม่รู้ว่า margin บางลงทุกเดือน
ไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน
ธุรกิจที่ไม่มีเงินสำรอง พอเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ลูกค้ารายใหญ่ยกเลิกออเดอร์ หรือเครื่องจักรพัง ต้องกู้เงินมาแก้ปัญหาทันที ควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายประจำ
ตัวเลข 5 ตัวที่เจ้าของกิจการต้องเช็คทุกเดือน
ไม่ต้องอ่านงบการเงินทั้งฉบับ แค่เช็คตัวเลข 5 ตัวนี้ทุกเดือนก็เห็นสุขภาพธุรกิจได้
| # | ตัวเลข | ดูจากไหน | ค่าที่ดี |
|---|---|---|---|
| 1 | กระแสเงินสดสุทธิ (Net Cash Flow) | เงินเข้า ลบ เงินออกทั้งเดือน | เป็นบวกทุกเดือน |
| 2 | อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) | (รายได้ ลบ ต้นทุนสินค้า) หาร รายได้ × 100 | ไม่ลดลงจากเดือนก่อน |
| 3 | ลูกหนี้คงค้างเฉลี่ย (Average AR Days) | ลูกหนี้ค้างชำระกี่วันโดยเฉลี่ย | ไม่เกิน credit term ที่ให้ |
| 4 | อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) | หนี้สินรวม หาร ส่วนของเจ้าของ | ไม่เกิน 1.5 เท่า |
| 5 | เงินสำรองคงเหลือ | เงินในบัญชีที่ไม่ได้ผูกกับรายจ่ายประจำ | เพียงพอ 3-6 เดือน |
ถ้าใช้โปรแกรมบัญชี ตัวเลขเหล่านี้ดูได้จาก Dashboard โดยไม่ต้องคำนวณเอง สำหรับเจ้าของกิจการที่อยากเรียนรู้วิธีอ่านงบแบบละเอียด อ่านเพิ่มที่วิธีอ่านงบการเงินแบบเข้าใจง่าย และงบการเงิน คืออะไร
สรุป: นักธุรกิจที่อ่านตัวเลขเป็น เห็นปัญหาก่อนคนอื่น
- แยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีธุรกิจ วันนี้เลย
- เริ่มทำบัญชีทุกรายการตั้งแต่วันแรก
- เช็คตัวเลข 5 ตัวข้างต้นอย่างน้อยเดือนละครั้ง
- ถ้าเจอสัญญาณอันตราย แก้ไขทันที อย่ารอจนปิดงบสิ้นปี
จัดการตัวเลขธุรกิจให้เป็นระบบด้วย PEAK
PEAK ช่วยเจ้าของกิจการดูกระแสเงินสด กำไรขาดทุน และลูกหนี้คงค้างได้จาก Dashboard เดียว ไม่ต้องรอนักบัญชีสรุปให้ปีละครั้ง ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน
คำถามที่พบบ่อย
Financial Literacy ต่างจากการทำบัญชียังไง
การทำบัญชี คือการบันทึกตัวเลขให้ถูกต้อง ส่วน Financial Literacy คือความสามารถในการอ่านตัวเลขแล้วตัดสินใจได้ เช่น เห็นว่าต้นทุนเพิ่ม 15% แล้วรู้ว่าควรปรับราคาหรือหาซัพพลายเออร์ใหม่ จ้างนักบัญชีทำบัญชีได้ แต่ความเข้าใจตัวเลข คือทักษะที่เจ้าของกิจการต้องมีเอง
เจ้าของกิจการที่ไม่มีพื้นฐานบัญชี เริ่มต้นยังไง
เริ่มจากดูตัวเลข 5 ตัวที่สรุปไว้ข้างต้นทุกเดือน ไม่ต้องเรียนบัญชีทั้งหมด แค่รู้ว่าเดือนนี้เงินสดเพิ่มหรือลด กำไรขั้นต้นเท่าเดิมไหม ลูกหนี้ค้างนานแค่ไหน ถ้าใช้โปรแกรมบัญชี ระบบสรุปให้อัตโนมัติ
ธุรกิจกำไรดี แต่เงินสดไม่พอจ่ายหนี้ เกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คือ credit term ที่ให้ลูกค้ายาวกว่าที่ได้จากซัพพลายเออร์ เช่น ให้ลูกค้าจ่ายใน 60 วัน แต่ต้องจ่ายค่าวัตถุดิบใน 30 วัน เงินออกก่อนเงินเข้า ทำให้กระแสเงินสดติดลบแม้กำไรบนกระดาษจะดี
เช็คตัวเลขเดือนละครั้ง ไม่พอจริงหรือ
สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เดือนละครั้ง คือขั้นต่ำที่ควรทำ แต่ถ้ามีลูกหนี้หลายราย มีสต๊อกสินค้าหลากหลาย หรือกระแสเงินสดผันผวน ควรเช็คสัปดาห์ละครั้ง ยิ่งดูบ่อย ยิ่งเห็นปัญหาเร็วทั้งหมดรวม OT มาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
