ทำความเข้าใจ งบการเงิน

คำว่า งบการเงิน หลายคนได้ยินแล้วอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของนักบัญชีหรือผู้สอบบัญชีเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว งบการเงินคือสิ่งที่บอกได้ชัดที่สุดว่าธุรกิจของคุณกำลังไปได้ดีหรือกำลังมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกำไร เงินสด หรือหนี้สิน ทุกอย่างสะท้อนอยู่ในงบการเงินทั้งหมด

ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ SME หรือแม้แต่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ PEAK จะช่วยให้เข้าใจว่า งบการเงินคืออะไร มีอะไรบ้าง และควรดูตรงไหนถึงจะเอาไปใช้ตัดสินใจได้จริง โดยไม่ต้องมีพื้นฐานบัญชีมาก่อน

งบการเงิน คืออะไร?

งบการเงิน (Financial Statement) คือรายงานสรุปภาพรวมทางการเงินของธุรกิจในช่วงเวลาหนึ่ง ว่าบริษัทมีรายได้เท่าไร ใช้จ่ายไปเท่าไร เหลือกำไรหรือขาดทุนแค่ไหน และตอนนี้มีทรัพย์สินหรือหนี้สินอยู่ระดับใด

การจัดทำและยื่นงบการเงิน เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย ที่บริษัทที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต้องยื่นให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายในระยะเวลาที่กำหนด 

แต่ในมุมของเจ้าของธุรกิจหลายราย อาจไม่ได้ให้ความสำคัญเพราะอ่านไม่เข้าใจ ทั้งที่จริงๆแล้ว งบการเงินคือเครื่องมือวัดสถานะธุรกิจที่สามารถนำไปพัฒนาและกำหนดทิศทางการดำเนินงานได้เลย

ทำไมงบการเงินถึงสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ

  • ตัดสินใจได้ไม่พลาด

 ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขา เพิ่มพนักงาน ลงทุนซื้อเครื่องจักร หรือปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ตัวเลขในงบการเงินคือข้อมูลสำคัญที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ

  • กู้เงินง่ายขึ้น

 ธนาคารและผู้ลงทุนมักพิจารณางบการเงินเป็นอันดับแรก หากงบชัดเจน โปร่งใส และสะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแรง โอกาสได้รับการอนุมัติก็สูงขึ้น

  • น่าเชื่อถือมากขึ้น

 งบการเงินที่จัดทำอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ และการบริหารจัดการที่ดี

  • รู้ทันก่อนเงินขาดมือ

 การเห็นภาพรวมรายได้ ค่าใช้จ่าย และหนี้สินอย่างชัดเจน ช่วยให้ธุรกิจควบคุมความเสี่ยงได้ก่อนเกิดปัญหาใหญ่

ในทางตรงกันข้าม หากงบการเงินจัดทำแบบเร่งรีบ ข้อมูลไม่ครบ หรือมีการแก้ไขย้อนหลังบ่อย ๆ นอกจากจะทำให้ตัดสินใจผิดพลาดแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงและกระทบความน่าเชื่อถือของธุรกิจทันที

3 งบการเงินที่สำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจ

แม้รายละเอียดทางบัญชีจะมีหลายส่วน แต่โดยทั่วไปงบการเงินหลัก ๆ ที่เจ้าของธุรกิจควรรู้มี 3 งบสำคัญ

1. งบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล)

ตัวอย่างงบแสดงฐานะการเงิน

งบแสดงฐานะการเงิน คือ งบที่แสดงความมั่นคงทางการเงินของบริษัท ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ว่าตอนนี้บริษัทมีอะไรอยู่บ้าง และเป็นหนี้ใครเท่าไร ในงบนี้จะประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ 

1.1) สินทรัพย์ คือสิ่งที่บริษัทครอบครองและสามารถนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้ แบ่งเป็น

  • สินทรัพย์หมุนเวียน – สามารถแปลงเป็นเงินสดได้ภายใน 1 ปี เช่น เงินฝากธนาคาร สินค้าคงคลัง เงินที่ลูกค้าค้างชำระ เป็นต้น
  • สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน – แปลงเป็นเงินสดได้ยาก ซึ่งมากกว่า 1 ปี เช่น ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง สิทธิบัตร เป็นต้น

1.2) หนี้สิน คือภาระผูกพันทางการเงินของบริษัท ที่ต้องชำระคืน แบ่งเป็น

  • หนี้สินหมุนเวียน – หนี้สินระยะสั้นที่ต้องชำระภายใน 1 ปี
  • หนี้สินไม่หมุนเวียน – หนี้สินระยะยาวที่มีระยะเวลาชำระนานกว่า 1 ปี

1.3) ส่วนของผู้ถือหุ้น คือส่วนที่เหลือหลังจากหักหนี้สินออกจากสินทรัพย์ และยังรวมถึง

  • ทุนจดทะเบียน – จำนวนเงินทุนที่บริษัทกำหนดไว้ตอนจดทะเบียนจัดตั้ง
  • กำไรสะสม – กำไรที่มีการสะสมไว้และไม่ได้ถูกจ่ายเป็นเงินปันผล แต่เก็บไว้สำหรับวัตถุประสงค์อื่นๆ ของบริษัท 

ซึ่งทั้งหมดต้องสมดุลกันเสมอ หากหนี้สินสูงมากเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าธุรกิจกำลังเสี่ยงเกินไป งบดุลจึงช่วยตอบคำถามว่า “ธุรกิจเราแข็งแรงแค่ไหนในวันนี้”

2. งบกำไรขาดทุน

งบกำไรขาดทุน

งบกำไรขาดทุนเป็นงบที่เจ้าของธุรกิจมักสนใจมากที่สุด เพราะเป็นตัวบอกตรง ๆ ว่าธุรกิจ “กำไรหรือขาดทุน”  งบนี้แสดงโครงสร้างสำคัญ คือ 

2.1) รายได้

  • รายได้จากการขายสินค้าหรือบริการหลัก 
  •  รายได้อื่นๆ เช่น ดอกเบี้ย

2.2) ค่าใช้จ่าย

  • ต้นทุนการขาย
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  • ดอกเบี้ยและภาษี

2.3) กำไร

  • กำไรขั้นต้น (Gross Profit): วัดประสิทธิภาพการผลิตเบื้องต้น
  • กำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit หรือ EBIT): แสดงความสามารถในการบริหารธุรกิจหลัก
  • กำไรก่อนภาษี (Earnings Before Tax – EBT): แสดงกำไรที่หักดอกเบี้ยแล้วแต่ยังไม่ได้หักภาษี
  • กำไรสุทธิ (Net Profit): บรรทัดสุดท้ายที่บอกว่าธุรกิจเหลือกำไรเท่าไหร่

ถ้ารายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่กำไรไม่เพิ่ม อาจหมายความว่าต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ซึ่งเป็นจุดที่ต้องกลับมาทบทวนทันที 

3. งบกระแสเงินสด

งบกระแสเงินสด

งบกระแสเงินสดเป็นตัวบอกว่าเงินสดเข้า-ออกจริงเท่าไร โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน

3.1) เงินสดจากการดำเนินงาน – เงินที่เกิดจากการทำธุรกิจปกติ เช่น 

  • เงินที่ลูกค้าจ่ายค่าสินค้า/บริการ
  • เงินที่่จ่ายค่าวัตถุดิบหรือค่าใช้จ่ายต่างๆ 
  • เงินเดือนพนักงาน

3.2) เงินสดจากการลงทุน – เงินที่ใช้ไปกับการซื้อเพื่อการลงทุน เช่น

  • ซื้อเครื่องจักร
  • ซื้ออุปกรณ์
  • ลงทุนในกิจการอื่น

3.3) เงินสดจากการจัดหาเงิน – เงินที่เกี่ยวกับการหาหรือจ่าย และแสดงความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเงินทุนในบริษัท เช่น 

  • กู้เงินจากธนาคาร
  • รับเงินลงทุนจากผู้ถือหุ้น
  • จ่ายเงินปันผล

เจ้าของธุรกิจควรดูงบการเงินหรือไม่

ไม่ใช่แค่นักบัญชีเท่านั้นที่ต้องเข้าใจงบการเงิน แต่งบการเงิน คือ รายงานสุขภาพของธุรกิจ ที่เจ้าของต้องอ่านและทำความเข้าใจด้วย เพราะเกี่ยวข้องกับทุกการตัดสินใจสำคัญ เช่น ขยายกิจการ ขอกู้เงิน เพิ่ม/ลดพนักงาน หรือการวางแผนควบคุมต้นทุน

หากไม่ดูงบการเงิน ธุรกิจอาจดูมีกำไรบนกระดาษแต่ขาดเงินสด หรืออาจจะเติบโตแบบมีความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว 

ปัญหาที่ธุรกิจมักเจอเกี่ยวกับงบการเงิน

หลายธุรกิจไม่ได้มีปัญหาเรื่องยอดขาย แต่สะดุดเพราะข้อมูลบัญชีไม่เป็นระบบ ซึ่งมักเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้

  • บันทึกรายรับ-รายจ่ายไม่ครบถ้วน
    บางรายการตกหล่น หรือบันทึกย้อนหลัง ทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อน
  • เอกสารกระจัดกระจาย ไม่เป็นระบบเดียวกัน
    ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานการโอนเงินถูกเก็บแยกหลายที่ ทำให้ตรวจสอบยาก
  • ใช้ไฟล์ Excel หลายไฟล์ ไม่มีข้อมูลศูนย์กลาง
    เมื่อมีหลายเวอร์ชัน ข้อมูลอาจไม่ตรงกัน และเกิดความสับสนได้ง่าย
  • แก้ไขข้อมูลย้อนหลังบ่อยครั้ง
    การปรับตัวเลขย้อนหลังทำให้งบการเงินขาดความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบยาก

เมื่อข้อมูลต้นทางไม่ถูกต้อง งบการเงินที่จัดทำขึ้นก็อาจไม่สะท้อนความเป็นจริงของธุรกิจ และส่งผลให้เจ้าของกิจการตัดสินใจผิดทิศทางได้โดยไม่รู้ตัว

ทำให้งบการเงินเป็นเรื่องง่ายขึ้นด้วย PEAK

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ “เพื่อนคู่คิด” เคียงข้างธุรกิจคุณ ช่วยผู้ประกอบการบันทึกธุรกรรมประจำวัน และสรุปรายงานทางการเงินได้แบบเรียลไทม์ สามารถดูการใช้งานโปรแกรม PEAK เพื่อดูงบการเงินเพิ่มเติม ทำให้การจัดทำงบการเงินไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป และเจ้าของธุรกิจสามารถดูภาพรวมได้เองตลอดเวลา

ใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา
สามารถเข้าถึงข้อมูลทางการเงิน บัญชี เอกสาร และรายงานได้จากทุกอุปกรณ์ ช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญแบบ Real-Time 

ครบทุกฟังก์ชันที่ธุรกิจต้องการ
ครอบคลุมตั้งแต่การออกเอกสารธุรกิจ ไปจนถึงการจัดทำงบการเงินและรายงานต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยให้ข้อมูลทางบัญชีถูกต้อง แม่นยำ และสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจได้ทันที

ลดงานซ้ำซ้อน ด้วยระบบอัตโนมัติ
ไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำหลายครั้ง ช่วยลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาด และลดเวลาการทำงานลงอย่างเห็นได้ชัด 

เก็บเอกสารอย่างปลอดภัย ไม่หาย ไม่สับสน
ด้วยระบบที่ช่วยจัดเก็บเอกสารต่าง ๆ แบบออนไลน์ ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารตกหล่นหรือหาย และสามารถค้นหาเอกสารย้อนหลังได้อย่างรวดเร็ว

ปลอดภัยด้วยมาตรฐาน Cloud ระดับสากล
ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บไว้บนระบบ Cloud ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง พร้อมการสำรองข้อมูลอัตโนมัติและระบบยืนยันตัวตนแบบ Two-Factor Authentication ช่วยให้คุณอุ่นใจว่าข้อมูลธุรกิจจะปลอดภัยและพร้อมใช้งานเสมอ 

งบการเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือเข็มทิศสำคัญของธุรกิจ

งบการเงินคือเครื่องมือที่บอกว่าธุรกิจของคุณกำลังเดินไปในทิศทางไหน กำไรจริงไหม เงินสดพอหรือเปล่า และฐานะการเงินแข็งแรงแค่ไหน ยิ่งคุณเข้าใจตัวเลขเหล่านี้ คุณก็ยิ่งตัดสินใจได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น และหากมีระบบบัญชีที่ดีตั้งแต่ต้น การทำงบการเงินก็จะไม่ใช่เรื่องเครียดอีกต่อไป


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK