ค่าจ้างพนักงาน
Table of Contents

จ้างพนักงานเงินเดือน 20,000 บาท แต่ต้นทุนจริงอาจสูงถึง 25,000-30,000 บาทต่อคน นอกจากตัวเลขบนสลิปเงินเดือนแล้ว ยังมีเงินสมทบกองทุนต่างๆ สวัสดิการ และค่าล่วงเวลาที่เจ้าของกิจการหลายคนมองข้าม

ค่าจ้างคืออะไร ความหมายตามกฎหมายแรงงาน

ค่าจ้าง คือเงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงาน โดยคำนวณตามระยะเวลาหรือผลงาน นิยามนี้ใช้เป็นฐานคำนวณสิทธิต่างๆ ของลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นค่าล่วงเวลา ค่าชดเชย หรือเงินสมทบประกันสังคม อ้างอิง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

ไม่ใช่ทุกเงินที่จ่ายให้พนักงานจะนับเป็นค่าจ้าง เงินที่นับต้องเป็นเงินตอบแทนการทำงานเท่านั้น

นับเป็นค่าจ้างไม่นับเป็นค่าจ้าง
เงินเดือนประจำโบนัส
ค่าครองชีพที่จ่ายประจำค่าล่วงเวลา (OT)
ค่าคอมมิชชันที่จ่ายเป็นประจำค่าเดินทาง
ค่าตำแหน่งที่จ่ายทุกเดือนเบี้ยขยัน
เซอร์วิสชาร์จที่แบ่งให้พนักงานค่าเช่าบ้าน

ค่าจ้าง เงินเดือน ค่าตอบแทน ต่างกันอย่างไร

คำสามคำนี้ใช้ปนกันบ่อย แต่ความหมายตามกฎหมายต่างกัน

คำความหมายตัวอย่าง
ค่าจ้างเงินที่จ่ายตอบแทนการทำงาน ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเงินเดือน + ค่าตำแหน่ง + ค่าคอมมิชชัน
เงินเดือนค่าจ้างประจำที่จ่ายเป็นรายเดือน เป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง20,000 บาท/เดือน
ค่าตอบแทนคำกว้างกว่า ครอบคลุมทั้งค่าจ้างและผลประโยชน์อื่นเงินเดือน + โบนัส + สวัสดิการ + ประกันสุขภาพ

เจ้าของธุรกิจต้องแยกให้ชัด เพราะสิทธิตามกฎหมาย เช่น ค่าชดเชยเลิกจ้าง คำนวณจาก ค่าจ้าง เท่านั้น ไม่รวมโบนัสหรือสวัสดิการ

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 2569

ค่าจ้างขั้นต่ำ คืออัตราต่ำสุดที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างต่อวัน กำหนดโดยคณะกรรมการค่าจ้าง กระทรวงแรงงาน อัตราแตกต่างตามพื้นที่ อัตราล่าสุดมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 อ้างอิง กระทรวงแรงงาน

พื้นที่ค่าจ้างขั้นต่ำ (บาท/วัน)
กรุงเทพฯ และปริมณฑล400
ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง370-400
จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ337-380

ต้นทุนจ้างจริง ไม่ใช่แค่เงินเดือน

เจ้าของธุรกิจหลายคนคิดแค่เงินเดือนตอนวางแผนจ้างพนักงาน แต่ต้นทุนจ้างจริงมีมากกว่านั้น

ประเภทรายการอัตรา/จำนวน
กฎหมายบังคับประกันสังคมส่วนนายจ้าง5% ของเงินเดือน สูงสุด 750 บาท/เดือน อ้างอิง ประกันสังคม
กฎหมายบังคับกองทุนเงินทดแทน0.2-1.0% ของเงินเดือนรวมทั้งปี อ้างอิง ประกันสังคม
ธุรกิจจ่ายเพิ่มสวัสดิการ (ค่ารักษาพยาบาล ประกันกลุ่ม ค่าอาหาร)ขึ้นกับนโยบายบริษัท
ธุรกิจจ่ายเพิ่มโบนัสประจำปี1-3 เดือน
ธุรกิจจ่ายเพิ่มค่าล่วงเวลา (OT)1.5-3 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมง
ธุรกิจจ่ายเพิ่มต้นทุนสรรหาและอบรมค่าลงประกาศงาน ค่าฝึกอบรม ค่าอุปกรณ์

ตัวอย่างคำนวณ: จ้างพนักงาน 1 คน จ่ายจริงเท่าไร

สมมุติจ้างพนักงานเงินเดือน 20,000 บาท ทำงานที่สำนักงานทั่วไป ต้นทุนจ้างจริงต่อเดือนคำนวณได้ดังนี้

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
เงินเดือน20,000 บาท
ประกันสังคม (นายจ้าง 5%)15,000 × 5% (ฐานสูงสุด)750 บาท
กองทุนเงินทดแทน (0.2%)20,000 × 0.2%40 บาท
สวัสดิการ (ประกันกลุ่ม)ประมาณ500 บาท
ต้นทุนจ้างต่อเดือน21,290 บาท

ถ้ารวมต้นทุนรายปี ยังต้องบวกโบนัส (สมมุติ 1 เดือน = 20,000 บาท) และค่าอุปกรณ์ ค่าอบรม อีกประมาณ 10,000-20,000 บาท

รายการจำนวนเงิน
ต้นทุนจ้างต่อเดือน × 12255,480 บาท
โบนัส 1 เดือน20,000 บาท
ค่าอุปกรณ์ + อบรม15,000 บาท
ต้นทุนจ้างจริงต่อปี290,480 บาท

จะเห็นว่าจากเงินเดือน 20,000 บาท ต้นทุนจริงรายปีสูงกว่าที่คิดประมาณ 20-25%

วิธีคำนวณค่าจ้างรายวันและรายชั่วโมง

เจ้าของธุรกิจต้องรู้วิธีคำนวณค่าจ้างรายวันเพื่อใช้คำนวณค่าล่วงเวลาและค่าชดเชย ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน สูตรคำนวณมีดังนี้

พนักงานรายเดือน

ค่าจ้างรายวัน = เงินเดือน ÷ 30

ตัวอย่าง เงินเดือน 20,000 บาท

ค่าจ้างรายวัน = 20,000 ÷ 30 = 666.67 บาท

ค่าจ้างรายชั่วโมง = ค่าจ้างรายวัน ÷ 8 ชั่วโมง = 666.67 ÷ 8 = 83.33 บาท

ตัวเลขนี้ใช้คำนวณค่าล่วงเวลา เช่น OT วันปกติ จ่าย 1.5 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมง = 83.33 × 1.5 = 125 บาท/ชั่วโมง

ค่าจ้างออกจากงาน ต้นทุนที่ต้องรู้ก่อนเลิกจ้าง

นอกจากต้นทุนระหว่างทำงาน เจ้าของธุรกิจยังต้องเตรียมค่าใช้จ่ายกรณีเลิกจ้างพนักงาน ซึ่งเป็นต้นทุนที่หลายคนลืมวางแผนไว้

ค่าชดเชยตามอายุงาน

กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด อ้างอิง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

อายุงานค่าชดเชย
120 วัน – 1 ปี30 วัน
1 – 3 ปี90 วัน
3 – 6 ปี180 วัน
6 – 10 ปี240 วัน
10 – 20 ปี300 วัน
20 ปีขึ้นไป400 วัน

ตัวอย่าง พนักงานเงินเดือน 20,000 บาท ทำงานมา 5 ปี ค่าชดเชยเลิกจ้าง = 6 เดือน = 120,000 บาท

สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ถ้านายจ้างเลิกจ้างทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้า ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวอีกอย่างน้อย 1 งวดเงินเดือน

ดังนั้นเลิกจ้างพนักงานเงินเดือน 20,000 บาทที่ทำงาน 5 ปี อาจต้องจ่ายรวม 140,000 บาท

ค่าชดเชย 120,000 บาท + สินจ้างแทนการบอกกล่าว 20,000 บาท ยังไม่รวมค่าจ้างสำหรับวันลาพักร้อนที่เหลืออยู่ ซึ่งนายจ้างต้องจ่ายคืนด้วย

อ่านเพิ่มเติมเรื่องสิทธิของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง ได้ที่ PEAK Blog

ค่าจ้าง หัก ณ ที่จ่าย นายจ้างต้องหักอย่างไร

เมื่อจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน นายจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือน แล้วนำส่งกรมสรรพากร

ใช้แบบ ภ.ง.ด.1 ยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

วิธีคำนวณคือ ประมาณเงินได้ทั้งปีของพนักงาน หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แล้วคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า จากนั้นหารด้วย 12 เพื่อหักเป็นรายเดือน

อ่านเพิ่มเติมเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย ฉบับเข้าใจง่าย ได้ที่ PEAK Blog

เคล็ดลับบริหารค่าจ้างให้คุ้มค่าสำหรับ SME

การบริหารเงินเดือนและผลตอบแทนที่ดีช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง เคล็ดลับที่ทำได้ทันทีมีดังนี้

  1. วางแผนงบประมาณล่วงหน้า ประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตัวเลขเงินเดือน ก่อนตัดสินใจรับคนเพิ่ม
  2. แยกหมวดค่าใช้จ่ายให้ชัด บันทึกเงินเดือน เงินสมทบกองทุน สวัสดิการ แยกกัน เพื่อรู้ต้นทุนรายแผนกได้แม่นยำ
  3. ยื่นภาษีและนำส่งเงินสมทบตรงเวลา หลีกเลี่ยงค่าปรับและเงินเพิ่ม
  4. ใช้ระบบบัญชีช่วยคำนวณ ลดข้อผิดพลาดจากการทำงานมือ เหมาะกับธุรกิจที่มีพนักงานหลายคน

สรุป: ค่าจ้างพนักงาน ต้นทุนจริงที่ต้องวางแผน

เงินเดือนเป็นแค่ส่วนหนึ่งของต้นทุนการจ้างพนักงาน เจ้าของกิจการควรประเมินค่าใช้จ่ายจริงทั้งหมดของทีม รวมเงินสมทบกองทุน สวัสดิการ โบนัส และเผื่อค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง แล้ววางงบประมาณรายปีให้ครอบคลุม เพื่อไม่ให้ต้นทุนแฝงกลายเป็นปัญหากระแสเงินสด

อ่านเพิ่มเติมเรื่องประกันสังคมนายจ้างจ่ายเท่าไร ได้ที่ PEAK Blog

จัดการบัญชีและเงินเดือนให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK ช่วยเจ้าของกิจการจัดการเงินเดือน ประกันสังคม และภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้จากระบบ

ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับค่าจ้างพนักงาน

ค่าคอมมิชชันนับเป็นค่าจ้างหรือไม่

ถ้าจ่ายเป็นประจำทุกเดือนตามผลงาน กฎหมายนับเป็นค่าจ้าง ต้องนำไปคำนวณค่าล่วงเวลาและค่าชดเชยด้วย แต่ถ้าจ่ายเป็นครั้งคราวตามดุลยพินิจของนายจ้าง ไม่นับ

ธุรกิจขนาดเล็ก 1-5 คน ต้องจ่ายประกันสังคมไหม

ต้องจ่าย กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วัน และจ่ายเงินสมทบทุกเดือน

เลิกจ้างพนักงานช่วงทดลองงาน ต้องจ่ายค่าชดเชยไหม

ถ้าพนักงานทำงานไม่ครบ 120 วัน ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

แต่ถ้าครบ 120 วันแล้ว ต้องจ่าย 30 วัน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงทดลองงานหรือไม่ เพราะกฎหมายไม่ได้ยกเว้นช่วงทดลองงาน

ค่าจ้างต่างจากค่าจ้างเหมาบริการอย่างไร

ค่าจ้างจ่ายให้ “ลูกจ้าง” ตามสัญญาจ้างแรงงาน มีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานทุกข้อ

ส่วนจ้างเหมาบริการจ่ายให้ “ผู้รับจ้าง” ตามสัญญาจ้างทำของ ไม่มีสิทธิค่าชดเชยหรือประกันสังคมจากผู้ว่าจ้าง


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine