แจ้งเข้าประกันสังคม
Table of Contents

รับพนักงานใหม่เข้าทำงานแล้ว สิ่งที่ต้องทำทันทีคือแจ้งเข้าประกันสังคมให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด ไม่อย่างนั้นอาจเจอค่าปรับสูงถึง 20,000 บาท (ถ้าเพิ่งเปิดบริษัทใหม่ อ่านคู่มือจดทะเบียนบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนประกอบด้วย)

ประกันสังคม คืออะไร ทำไมนายจ้างต้องแจ้งเข้า

ประกันสังคม คือระบบสวัสดิการที่รัฐจัดขึ้น ให้นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองเมื่อเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ ว่างงาน และกรณีสงเคราะห์บุตร (ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม)

ตามกฎหมายประกันสังคม นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและแจ้งลูกจ้างเข้าประกันสังคมทุกคน หากไม่ทำอาจมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

ประกันสังคมมาตรา 33 สำหรับพนักงาน

พนักงานบริษัทที่ทำงานประจำจัดอยู่ในมาตรา 33 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความคุ้มครองมากที่สุด ครอบคลุม 7 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน

ส่วนมาตรา 39 คือผู้เคยเป็นพนักงานแล้วลาออกแต่สมัครใจจ่ายต่อเอง และมาตรา 40 สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ แต่ทั้งสองมาตรานี้ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของนายจ้างโดยตรง

สิทธิประโยชน์ที่พนักงานจะได้รับจากประกันสังคม มาตรา 33

การแจ้งเข้าประกันสังคมให้พนักงานไม่ใช่แค่หน้าที่ตามกฎหมาย แต่ยังเป็นสวัสดิการสำคัญที่ช่วยดึงดูดคนเก่งเข้ามาทำงานด้วย สิทธิประโยชน์หลักมีดังนี้

  • เจ็บป่วย รักษาพยาบาลฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิ รับเงินทดแทนกรณีหยุดงานสูงสุด 8,750 บาท/เดือน
  • คลอดบุตร เบิกค่าคลอดเหมาจ่าย 26,250 บาทต่อครั้ง พร้อมเงินชดเชยรายได้ 50% เป็นเวลา 90 วัน
  • สงเคราะห์บุตร รับเงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 800 บาทต่อบุตร 1 คน สูงสุด 3 คน จนถึงอายุ 6 ปี
  • ชราภาพ รับเงินบำนาญเริ่มต้น 3,500 บาท/เดือน เมื่อครบเกษียณ (ส่งครบ 15 ปี)
  • ว่างงาน รับเงินทดแทน 30-50% ของเงินเดือน เป็นเวลาสูงสุด 90-180 วัน

นายจ้างต้องแจ้งเข้าประกันสังคมเมื่อไร? กำหนดเวลาและเดดไลน์

ตามกฎหมายประกันสังคมที่กำหนดไว้ นายจ้างต้องแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างเข้าประกันสังคมภายใน 30 วันนับจากวันที่รับลูกจ้างเข้าทำงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานใหม่คนแรกหรือพนักงานเพิ่มเติม

สถานการณ์กำหนดเวลาหมายเหตุ
เปิดบริษัทใหม่ มีลูกจ้างคนแรกภายใน 30 วันนับจากวันที่มีลูกจ้างต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง + แจ้งลูกจ้าง พร้อมกัน
รับพนักงานเพิ่ม (ขึ้นทะเบียนนายจ้างแล้ว)ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มงานแจ้งเฉพาะลูกจ้างเข้าใหม่
พนักงานลาออกภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลาออกใช้แบบ สปส. 6-09

หากไม่แจ้งภายในกำหนด นายจ้างมีความผิดตามกฎหมาย อาจถูกปรับไม่เกิน 20,000 บาท และต้องจ่ายเงินสมทบย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่มอีก 2% ต่อเดือน

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับแจ้งเข้าประกันสังคม

เอกสารที่ต้องใช้จะต่างกันตามสถานะของนายจ้างและลูกจ้าง ตรวจสอบให้ครบก่อนยื่นเพื่อไม่ต้องแก้ไขซ้ำ

เอกสารสำหรับบริษัทเปิดใหม่ (ขึ้นทะเบียนนายจ้างครั้งแรก)

นายจ้างที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม ต้องเตรียมเอกสารเหล่านี้

  • แบบ สปส. 1-01 (ใบสมัครขึ้นทะเบียนนายจ้าง)
  • สำเนาหนังสือรับรองบริษัทจาก DBD (ไม่เกิน 6 เดือน)
  • สำเนาบัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจ
  • แผนที่ตั้งสถานประกอบการ
  • สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 20) ถ้ามี

เอกสารฝั่งลูกจ้าง: กรณีไม่เคยมีประกันสังคม (สปส. 1-03) และกรณีเคยมีแล้ว (สปส. 1-03/1)

เอกสารฝั่งลูกจ้างต่างกันตามสถานะการเป็นผู้ประกันตน

ประเภทลูกจ้างแบบฟอร์มที่ใช้เอกสารเพิ่มเติม
ไม่เคยมีประกันสังคม (เช่น เด็กจบใหม่)สปส. 1-03 (ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนใหม่)สำเนาบัตรประชาชน + เลือกโรงพยาบาลตามสิทธิ
เคยมีประกันสังคมแล้ว (เคยทำงานที่อื่นมาก่อน)สปส. 1-03/1 (แจ้งการรับผู้ประกันตนเข้าทำงาน)สำเนาบัตรประชาชน + เลขที่บัตรประกันสังคมเดิม

ข้อสำคัญ ถ้าใช้แบบฟอร์มผิดประเภท เอกสารจะถูกตีกลับ ให้ถาม พนักงานตั้งแต่วันแรกว่าเคยมีประกันสังคมมาก่อนหรือไม่

วิธีแจ้งเข้าประกันสังคมออนไลน์ ผ่านระบบ e-Service

ปัจจุบันนายจ้างสามารถยื่นเอกสารประกันสังคมผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคมได้ ไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานเอง ทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง (ระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม)

  1. สมัครใช้งานระบบ e-Service เข้าเว็บไซต์ sso.go.th เลือก “ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ” กรอกข้อมูลบริษัทและรอรับ Username/Password ทางอีเมล ใช้เวลาอนุมัติประมาณ 3-5 วันทำการ
  2. แจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน เข้าสู่ระบบแล้วเลือกเมนู “แจ้งเข้า” กรอกข้อมูลลูกจ้าง เลขบัตรประชาชน วันเริ่มงาน เลือกโรงพยาบาลตามสิทธิ และแนบเอกสารที่ scan ไว้
  3. ตรวจสอบสถานะและพิมพ์ใบรับรอง หลังยื่นแล้ว เข้าไปดูสถานะได้ที่เมนู “ติดตามคำขอ” เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจะสามารถพิมพ์ใบรับรองการขึ้นทะเบียนได้ ระยะเวลาอนุมัติปกติประมาณ 7-10 วันทำการ

อัตราเงินสมทบประกันสังคม 2569 และวิธีคำนวณ

เงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 เรียกเก็บจากทั้งนายจ้างและลูกจ้าง โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนที่กำหนด

รายการอัตราหมายเหตุ
ลูกจ้างจ่าย5% ของเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 875 บาท/เดือน
นายจ้างจ่าย5% ของเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 875 บาท/เดือน
ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณขั้นต่ำ 1,650 บาท สูงสุด 17,500 บาทปรับใหม่ปี 2569-2571 (จากเดิม 15,000 บาท)

(ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม ฐานค่าจ้างสูงสุดปรับเป็น 17,500 บาท มีผลปี 2569-2571 ตรวจสอบอัตราเงินสมทบล่าสุด)

ตัวอย่างการคำนวณเงินสมทบ

สูตรคำนวณเงินสมทบแต่ละฝ่ายต่อเดือน

ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ (สูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท) × 5% = เงินสมทบที่ต้องหักนำส่ง (บาท)

สมมุติบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) รับพนักงานใหม่ 3 คน เงินเดือนต่างกัน

พนักงานเงินเดือนฐานที่ใช้คำนวณเงินสมทบลูกจ้าง (5%)เงินสมทบนายจ้าง (5%)
คนที่ 115,000 บาท15,000 บาท750 บาท750 บาท
คนที่ 217,500 บาท17,500 บาท875 บาท875 บาท
คนที่ 350,000 บาท17,500 บาท875 บาท875 บาท
รวม2,500 บาท/เดือน2,500 บาท/เดือน

จากตัวอย่างจะเห็นว่า ไม่ว่าเงินเดือนจะสูงแค่ไหน เงินสมทบสูงสุดต่อคนคือ 875 บาท/เดือน เพราะเพดานเงินเดือนที่ใช้คำนวณปรับเป็น 17,500 บาทตั้งแต่ปี 2569

นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบ (ทั้งส่วนของตัวเองและส่วนที่หักจากลูกจ้าง) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป นอกจากประกันสังคมแล้ว นายจ้างยังต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนพนักงานทุกเดือนด้วย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อแจ้งเข้าประกันสังคม

หลายบริษัทเจอปัญหาที่แก้ได้ง่ายถ้ารู้ล่วงหน้า

  • ใช้แบบฟอร์มผิด พนักงานเคยมีประกันสังคมแล้วแต่ใช้ สปส. 1-03 แทน สปส. 1-03/1 ทำให้ถูกตีกลับ วิธีแก้คือถามพนักงานทุกคนตั้งแต่วันแรกว่ามีเลขประกันสังคมเดิมหรือไม่
  • แจ้งเข้าเกินกำหนด 30 วัน ลืมหรือไม่รู้ว่าต้องทำภายใน 30 วัน ต้องจ่ายเงินสมทบย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน
  • ไม่อัปเดตข้อมูลเมื่อพนักงานลาออก ต้องแจ้งออกภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลาออก ถ้าไม่แจ้งจะต้องจ่ายเงินสมทบต่อไปเรื่อย ๆ
  • ไม่เก็บหลักฐานการนำส่งเงินสมทบ ควรเก็บใบเสร็จหรือหลักฐานการโอนเงินไว้อย่างน้อย 5 ปี เผื่อถูกตรวจสอบ (เก็บเอกสารใบกำกับภาษีและหลักฐานค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไว้ด้วย)

บทสรุป

การแจ้งเข้าประกันสังคมไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ถ้าเตรียมตัวถูกจะจบได้ภายในไม่กี่นาทีผ่านระบบออนไลน์ สิ่งที่ต้องจำคือ แจ้งภายใน 30 วัน ใช้แบบฟอร์มให้ถูกประเภท (สปส. 1-03 หรือ สปส. 1-03/1) และนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

จัดการเงินเดือนและประกันสังคมให้เป็นระบบด้วย PEAK

PEAK Payroll ช่วยคำนวณเงินสมทบอัตโนมัติ ออกสลิปเงินเดือน และเชื่อมข้อมูลเข้าระบบบัญชีครบจบในที่เดียว ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแจ้งเข้าประกันสังคม

พนักงาน Part-time หรือสัญญาจ้างชั่วคราว ต้องแจ้งเข้าประกันสังคมไหม?

ต้องแจ้ง ถ้าพนักงานทำงานตั้งแต่ 1 วันขึ้นไปและมีนิติสัมพันธ์แบบนายจ้าง-ลูกจ้าง กฎหมายไม่ได้ยกเว้นตามจำนวนชั่วโมงหรือประเภทสัญญา ยกเว้นกรณีจ้างทำของ (freelance) ที่ไม่ถือเป็นลูกจ้าง

ถ้าพนักงานย้ายมาจากบริษัทอื่น สิทธิประกันสังคมจะขาดช่วงไหม?

ไม่ขาดช่วง ถ้านายจ้างใหม่แจ้งเข้าภายใน 30 วัน ระบบจะเชื่อมต่อสิทธิให้อัตโนมัติ แต่ถ้าแจ้งช้ากว่านั้น พนักงานอาจมีช่วงที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง

นายจ้างเปลี่ยนที่อยู่บริษัท ต้องแจ้งประกันสังคมด้วยไหม?

ต้องแจ้ง ภายใน 15 วันนับจากวันที่เปลี่ยนแปลง ยื่นแบบ สปส. 6-15 ผ่านระบบ e-Service หรือไปที่สำนักงานประกันสังคมเขตที่ตั้งใหม่

จ้างลูกจ้างต่างด้าว ต้องแจ้งเข้าประกันสังคมไหม?

ต้องแจ้ง ลูกจ้างต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง มีสิทธิได้รับความคุ้มครองประกันสังคมเช่นเดียวกับลูกจ้างสัญชาติไทย