Table of Contents

เจ้าของบริษัทหลายคนกำลังจะออกรถใหม่ แล้วได้ยินมาว่าซื้อในชื่อบริษัทช่วยประหยัดภาษี แต่จะจริงหรือไม่จริง ขึ้นอยู่กับ 3 เรื่อง คือรถเป็นประเภทไหน ราคาเท่าไร และใช้ทำงานจริงแค่ไหน

บทความนี้รวมผลทาง VAT ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายรถบริษัท พร้อมตัวอย่างตัวเลข ให้ตัดสินใจได้ก่อนซื้อรถในนามบริษัท

ซื้อรถในนามบริษัท ดีไหม

ซื้อรถในนามบริษัทคุ้มเมื่อรถใช้ในกิจการจริง เพราะบริษัทหักค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายรถเป็นรายจ่ายได้ รถกระบะหรือรถตู้เกิน 10 ที่นั่งยังเครดิต VAT ได้ แต่รถเก๋งราคาสูงได้ประโยชน์น้อยลง เพราะ VAT เครดิตไม่ได้ และค่าเสื่อมหักได้จากราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท

ข้อดีข้อควรระวัง
หักค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายรถเป็นรายจ่ายได้รถยนต์นั่งเครดิต VAT ไม่ได้
รถกระบะ รถตู้เกิน 10 ที่นั่ง เครดิต VAT ได้ค่าเสื่อมรถยนต์นั่งมีเพดาน 1 ล้านบาท
ใช้เป็นหลักประกันหรือแสดงสินทรัพย์ของกิจการใช้ส่วนตัวไม่ได้ หักรายจ่ายส่วนนั้นไม่ได้
ค่าน้ำมัน ซ่อม ประกัน ออกในนามบริษัทได้ขายรถภายหลังต้องเรียกเก็บ VAT ถ้าจด VAT

ซื้อรถในนามบริษัท กับซื้อในนามส่วนตัว ต่างกันอย่างไร

ถ้าซื้อในนามส่วนตัว ค่ารถ ค่าน้ำมัน และค่าซ่อม เป็นเงินส่วนตัวทั้งหมด นำมาหักภาษีไม่ได้

ถ้าซื้อรถในนามบริษัท ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นรายจ่ายของบริษัท แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าใช้ทำงาน

เรื่องซื้อในนามส่วนตัวซื้อในนามบริษัท
เจ้าของรถตามทะเบียนกรรมการหรือเจ้าของบริษัท
ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายรถหักไม่ได้ ยกเว้นทำสัญญาให้บริษัทเช่าหักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้
การใช้ส่วนตัวใช้ได้เต็มที่ทำไม่ได้ หรือต้องแยกค่าใช้จ่าย
ขายรถภายหลังเงินเข้าเจ้าของ ปกติไม่มี VATเงินเข้าบริษัท เสีย VAT ถ้าจด VAT

รถแบบไหนที่ใช้ในกิจการได้ตามมุมมองสรรพากร

ก่อนซื้อรถในนามบริษัท ควรรู้ว่าสรรพากรแยกรถเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่ง ซึ่งมีข้อจำกัดทั้ง VAT และค่าเสื่อม กลุ่มที่สองคือรถกระบะ รถตู้เกิน 10 ที่นั่ง รถบรรทุก และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเครดิต VAT ได้และหักค่าเสื่อมได้เต็มราคาทุน

ประเภทรถผลทางภาษีโดยสรุป
รถเก๋ง SUV รถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่งVAT ต้องห้าม · ค่าเสื่อมจากราคาไม่เกิน 1 ล้าน
รถกระบะตอนเดียว แค็บ และ 4 ประตูที่เป็นกระบะตามกฎหมายสรรพสามิตเครดิต VAT ได้ · ค่าเสื่อมเต็มราคาทุน
รถตู้หรือรถโดยสารเกิน 10 ที่นั่งเครดิต VAT ได้ · ค่าเสื่อมเต็มราคาทุน
รถบรรทุก รถจักรยานยนต์เครดิต VAT ได้ · ค่าเสื่อมเต็มราคาทุน

กิจการให้เช่ารถโดยตรงได้รับยกเว้น เครดิต VAT และหักค่าเสื่อมรถยนต์นั่งได้เต็ม

รถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง คือรถแบบไหน

สรรพากรอ้างการจัดประเภทตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งแยกรถยนต์นั่ง รถยนต์โดยสารไม่เกิน 10 คน และรถยนต์กระบะออกจากกัน

รถกระบะ 4 ประตู (Double Cab) เป็นจุดที่คนสงสัยมากที่สุด – ตามข้อหารือ กค 0702/2833 ถ้ารถคันนั้นจัดเป็นรถยนต์กระบะตามกฎหมายสรรพสามิต ภาษีซื้อไม่ต้องห้าม ให้ดูประเภทรถในใบคู่มือจดทะเบียนก่อนซื้อ

ภาษีซื้อรถยนต์ เครดิต VAT ได้ไหม

ภาษีซื้อรถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง เครดิตไม่ได้ เพราะเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 42 ครอบคลุมทั้งซื้อ เช่าซื้อ และเช่า

ส่วนรถกระบะ รถตู้เกิน 10 ที่นั่ง และรถบรรทุกที่ใช้ในกิจการ เครดิตได้ตามปกติ ถ้ามีใบกำกับภาษีเต็มรูปในนามบริษัท

รายการรถยนต์นั่งรถกระบะ รถตู้เกิน 10 ที่นั่ง
VAT ตอนซื้อหรือผ่อนเครดิตไม่ได้เครดิตได้
VAT ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมเครดิตไม่ได้ ตามประกาศฉบับเดียวกันเครดิตได้

ภาษีซื้อที่เครดิตไม่ได้ ไม่ได้หายไปเฉยๆ เมื่อซื้อรถในนามบริษัท ภาษีนี้รวมเข้าเป็นต้นทุนรถ หรือเป็นค่าใช้จ่ายของค่าน้ำมันและค่าซ่อมได้ หลักนี้อยู่ในประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ)

ค่าเสื่อมราคารถยนต์ในนามบริษัท หักได้เท่าไร

ค่าเสื่อมราคารถยนต์ทางภาษีหักได้ไม่เกินปีละ 20% ของราคาทุน แต่รถยนต์นั่งหักจากราคาทุนส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ตามหลักเกณฑ์ค่าเสื่อมราคาของกรมสรรพากร ส่วนที่เกิน 1 ล้านหักไม่ได้ตลอดอายุ ยกเว้นกิจการให้เช่ารถ ส่วนรถกระบะและรถตู้เกิน 10 ที่นั่งหักได้เต็มราคาทุน

เรื่องหลักเกณฑ์
อัตราสูงสุด20% ต่อปี (อายุอย่างน้อย 5 ปี)
ฐานรถยนต์นั่งราคาทุนส่วนที่ไม่เกิน 1,000,000 บาท
ฐานรถกระบะ รถตู้เกิน 10 ที่นั่งราคาทุนเต็มจำนวน
ปีแรกและปีสุดท้ายเฉลี่ยตามจำนวนวันที่ถือครอง

ดูวิธีเลือกวิธีคิดค่าเสื่อมแบบอื่นได้ที่ค่าเสื่อมราคาคืออะไร

ตัวอย่างคำนวณค่าเสื่อมรถยนต์ราคาเกิน 1 ล้าน

ตัวอย่าง: บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) จด VAT แล้ว ซื้อรถในนามบริษัทเป็นรถเก๋งราคา 1,500,000 บาท บวก VAT 105,000 บาท จ่ายรวม 1,605,000 บาท ใช้งานทั้งปีและคิดค่าเสื่อม 5 ปี

VAT เครดิตไม่ได้ จึงรวมเป็นต้นทุนรถ 1,605,000 บาท

รายการต่อปี
ค่าเสื่อมทางบัญชี (1,605,000 ÷ 5)321,000 บาท
ค่าเสื่อมทางภาษี (1,000,000 × 20%)200,000 บาท
ส่วนที่ต้องบวกกลับใน ภ.ง.ด.50121,000 บาท

ถ้าบริษัท ก ซื้อรถกระบะ 700,000 บาท บวก VAT 49,000 บาทแทน

รายการผล
VAT 49,000 บาทเครดิตเป็นภาษีซื้อได้
ค่าเสื่อมทางภาษีต่อปี (700,000 × 20%)140,000 บาท หักได้เต็ม

สรุปคือซื้อรถในนามบริษัทเป็นรถเก๋งราคา 1.5 ล้าน บริษัทหักรายจ่ายรวมได้แค่ 1 ล้าน ส่วนอีก 605,000 บาทเป็นต้นทุนที่หักภาษีไม่ได้เลย


ค่าใช้จ่ายรถบริษัทที่หักเป็นรายจ่ายได้

ค่าใช้จ่ายรถบริษัทหักเป็นรายจ่ายได้เมื่อใช้ในกิจการและมีหลักฐานในนามบริษัท เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อม ค่าประกันภัย ภาษีรถประจำปี และค่าทางด่วน ส่วน VAT ของค่าใช้จ่ายรถยนต์นั่งเครดิตไม่ได้ แต่รวมเป็นค่าใช้จ่ายได้

สิ่งที่สรรพากรตรวจคือรถถูกใช้ทำงานจริงหรือไม่

ค่าใช้จ่ายหลักฐานที่ควรมี
ค่าน้ำมันใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จระบุชื่อบริษัทและทะเบียนรถ
ค่าซ่อม ค่าบำรุงรักษาใบกำกับภาษีในนามบริษัท
ค่าประกันภัย ภาษีรถ พ.ร.บ.กรมธรรม์และใบเสร็จในนามบริษัท
ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถใบเสร็จ และบันทึกการเดินทาง

ถ้าบริษัทจ่ายค่าน้ำมันให้พนักงานที่ใช้รถส่วนตัว ข้อหารือ กค 0702/88 ระบุว่าหักได้เฉพาะส่วนที่จ่ายจริงเพื่องาน ส่วนที่จ่ายเกินเป็นรายจ่ายต้องห้าม


ซื้อสด เช่าซื้อ หรือลีสซิ่ง แบบไหนคุ้มกว่า

ซื้อสดและเช่าซื้อ บริษัทเป็นเจ้าของรถและหักค่าเสื่อมราคา โดยเช่าซื้อใช้ยอดผ่อนรวมดอกเบี้ยเป็นราคาทุน ลีสซิ่งบริษัทหักค่าเช่าเป็นรายจ่าย แต่รถยนต์นั่งมีเพดาน 36,000 บาทต่อเดือนต่อคัน ถ้าเป็นรถยนต์นั่ง ทั้งสามแบบเครดิต VAT ไม่ได้เหมือนกัน การเลือกจึงขึ้นกับกระแสเงินสดมากกว่าภาษี

วิธีได้รถรายจ่ายที่หักได้
ซื้อสดค่าเสื่อมราคา (รถยนต์นั่งฐานไม่เกิน 1 ล้าน)
เช่าซื้อค่าเสื่อมจากยอดตามสัญญารวมดอกเบี้ย (รถยนต์นั่งฐานไม่เกิน 1 ล้าน)
ลีสซิ่งค่าเช่า (รถยนต์นั่งไม่เกิน 36,000 บาทต่อเดือน)

ตัวอย่าง: บริษัท ก ลีสซิ่งรถเก๋งค่าเช่าเดือนละ 45,000 บาท (ไม่รวม VAT) บริษัทหักรายจ่ายได้แค่ 36,000 บาท อีก 9,000 บาทต่อเดือน หรือ 108,000 บาทต่อปี ต้องบวกกลับตอนยื่น ภ.ง.ด.50

เช่าซื้อรถ ดอกเบี้ยหักแยกได้ไหม

ทางภาษี ราคาทุนของรถเช่าซื้อคือยอดที่ต้องผ่อนทั้งหมดตามสัญญา รวมดอกเบี้ยแล้ว

ค่าเสื่อมที่หักสะสมในแต่ละปีต้องไม่เกินค่างวดที่ถึงกำหนดชำระ ตามข้อหารือ กค 0706/5750 และข้อหารือ กค 0706/3103

ถ้าเป็นรถยนต์นั่ง ยอดรวมดอกเบี้ยนี้ทั้งก้อนอยู่ในเพดาน 1 ล้านบาท บริษัทจึงหักดอกเบี้ยแยกเพิ่มไม่ได้

ทางบัญชียังบันทึกดอกเบี้ยจ่ายแยกตามงวดได้ตามปกติ ตัวเลขบัญชีกับภาษีจึงต่างกัน นักบัญชีต้องปรับตอนยื่น ภ.ง.ด.50

เพดานค่าเช่า 36,000 บาทมาจากข้อหารือ กค 0706/11508 ดูวิธีบันทึกบัญชีเช่าซื้อได้ที่คู่มือ PEAK บันทึกเช่าซื้อรถยนต์


ซื้อรถมือสองในนามบริษัท คิดภาษีอย่างไร

ซื้อรถมือสองในนามบริษัทได้เหมือนรถใหม่ ราคาทุนคือราคาที่จ่ายจริง บวกค่าโอนและค่าใช้จ่ายที่ทำให้รถพร้อมใช้งาน แล้วหักค่าเสื่อมได้ไม่เกินปีละ 20% ตั้งแต่วันที่ได้รถมา จุดที่ต่างคือ VAT ขึ้นกับผู้ขาย ถ้าซื้อจากบุคคลธรรมดา จะไม่มีภาษีซื้อให้เครดิต

ซื้อจากใครVAT และหลักฐาน
เต็นท์รถหรือบริษัทที่จด VATได้ใบกำกับภาษี รถบรรทุก กระบะ เครดิตได้ · รถยนต์นั่งเครดิตไม่ได้
บุคคลธรรมดาหรือผู้ไม่จด VATไม่มี VAT · ใช้สัญญาซื้อขายและหลักฐานรับเงิน
ลานประมูลรถตรวจว่าใบเสร็จเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปในนามบริษัทหรือไม่

การซื้อรถเป็นการซื้อสินค้า บริษัทไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้ขาย

รถสิบล้อ รถบรรทุก รถกระบะมือสอง

รถสิบล้อ รถบรรทุก และรถกระบะมือสองไม่ใช่รถยนต์นั่ง จึงไม่มีเพดาน 1 ล้านบาท บริษัทหักค่าเสื่อมได้จากราคาทุนเต็มจำนวน

ตัวอย่าง: บริษัท ก ซื้อรถสิบล้อมือสองจากบุคคลธรรมดา ราคา 1,800,000 บาท จ่ายค่าโอนและค่าซ่อมให้พร้อมใช้งานอีก 50,000 บาท

รายการจำนวนเงิน
ราคาทุนรถ (1,800,000 + 50,000)1,850,000 บาท
ค่าเสื่อมทางภาษีสูงสุดต่อปี (1,850,000 × 20%)370,000 บาท
ภาษีซื้อที่เครดิตได้ไม่มี เพราะผู้ขายไม่ได้จด VAT

ถ้าซื้อคันเดียวกันจากเต็นท์รถที่จด VAT ราคา 1,800,000 บาท บวก VAT 126,000 บาท บริษัทเครดิต VAT 126,000 บาทได้ ราคาทุนยังเป็น 1,850,000 บาทเท่าเดิม

ส่วนรถเก๋งมือสอง ยังใช้เพดาน 1 ล้านบาทเหมือนรถใหม่ ซื้อมา 1,200,000 บาท หักค่าเสื่อมได้จากฐาน 1,000,000 บาทเท่านั้น

ทางบัญชีอาจประมาณอายุใช้งานที่เหลือของรถมือสองสั้นกว่า 5 ปีได้ แต่ทางภาษีหักได้ไม่เกิน 20% ต่อปี ส่วนที่เกินต้องบวกกลับ

เอกสารที่ต้องเก็บเมื่อซื้อรถมือสองจากบุคคลธรรมดา

ผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดาออกใบกำกับภาษีไม่ได้ บริษัทจึงต้องเก็บหลักฐานอื่นให้ครบ เพื่อยืนยันราคาทุนเวลาสรรพากรตรวจ

  • สัญญาซื้อขายรถ ระบุราคา วันที่ และเลขทะเบียน
  • ใบรับเงินที่ผู้ขายลงชื่อ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้ขาย
  • หลักฐานโอนเงินจากบัญชีบริษัทไปบัญชีผู้ขาย
  • เล่มทะเบียนที่โอนเป็นชื่อบริษัทแล้ว
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียมโอนจากกรมการขนส่งทางบก

กรรมการใช้รถบริษัทส่วนตัว ต้องระวังอะไร

รถที่ซื้อในนามบริษัทต้องใช้เพื่อกิจการ ค่าใช้จ่ายส่วนที่เป็นการใช้ส่วนตัวของกรรมการหรือครอบครัว เป็นรายจ่ายส่วนตัวที่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (3) หักเป็นรายจ่ายของบริษัทไม่ได้

ถ้าบริษัทให้กรรมการใช้รถส่วนตัวเป็นประจำ อาจถือเป็นประโยชน์เพิ่มที่กรรมการต้องนำไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

วิธีลดความเสี่ยง

  • ทำระเบียบการใช้รถของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร
  • บันทึกการใช้รถทุกครั้ง ระบุงานและสถานที่
  • ไม่นำรถไปใช้ในวันหยุดหรือธุระส่วนตัว
  • ถ้าใช้ทั้งงานและส่วนตัว ให้แยกค่าใช้จ่ายส่วนตัวออก

ใช้รถส่วนตัวของกรรมการทำงานให้บริษัท

อีกทางคือกรรมการซื้อรถในชื่อตัวเอง แล้วทำสัญญาให้บริษัทเช่าในราคาที่สมเหตุสมผล แทนการซื้อรถในนามบริษัท โดยบริษัทสามารถหักค่าเช่าเป็นรายจ่ายได้ (รถยนต์นั่งไม่เกิน 36,000 บาทต่อเดือน) และต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ทุกครั้งที่จ่าย

ส่วนกรรมการต้องนำค่าเช่าไปรวมเป็นเงินได้ประเภทที่ 5 อ่านได้จาก วิธีบันทึกบัญชีค่าเช่ารถและภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ออกรถในนามบริษัท ใช้เอกสารอะไรบ้าง

ออกรถหรือซื้อรถในนามบริษัทใช้เอกสารของนิติบุคคลเป็นหลัก ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท บัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และ ภ.พ.20 ถ้าจด VAT ส่วนไฟแนนซ์มักขอเอกสารการเงินเพิ่ม เช่น งบการเงินย้อนหลังและรายการเดินบัญชี เพราะพิจารณาสินเชื่อจากผลประกอบการของบริษัท

เอกสารใช้ทำอะไร
หนังสือรับรองบริษัท (อายุไม่เกิน 1-3 เดือน ตามที่ไฟแนนซ์กำหนด)ยืนยันตัวตนนิติบุคคลและผู้มีอำนาจ
บัตรประชาชนกรรมการผู้มีอำนาจลงนามสัญญา
ภ.พ.20ออกใบกำกับภาษีในนามบริษัท
งบการเงินย้อนหลังไฟแนนซ์พิจารณาวงเงิน
รายการเดินบัญชีธนาคารของบริษัทไฟแนนซ์พิจารณาความสามารถผ่อน

ก่อนรับรถที่ซื้อในนามบริษัท ให้ตรวจว่าใบกำกับภาษี ใบเสร็จ และสมุดคู่มือจดทะเบียน ระบุชื่อและที่อยู่บริษัทถูกต้อง เอกสารเหล่านี้สำคัญ เพราะเป็นหลักฐานบันทึกสินทรัพย์และขอคืน VAT

สรุป – ซื้อรถในนามบริษัท ได้ประโยชน์ทางภาษีจริง

การจะได้ประโยชน์ทางภาษีสูงสุด บริษัทต้องใช้รถคันนั้น เพื่อการทำงานจริง โดยเฉพาะรถกระบะและรถตู้ที่เครดิต VAT ได้และหักค่าเสื่อมเต็มราคา ส่วนรถเก๋งราคาสูงได้ประโยชน์จำกัด เพราะ VAT ต้องห้ามและค่าเสื่อมหักได้แค่ฐาน 1 ล้านบาท

  • เช็กประเภทรถในใบคู่มือจดทะเบียนก่อนซื้อรถในนามบริษัท
  • ทำระเบียบและบันทึกการใช้รถ
  • เอกสารค่าใช้จ่ายรถทุกใบต้องออกในนามบริษัท
  • รถยนต์นั่งราคาเกิน 1 ล้าน ให้คำนวณส่วนที่หักไม่ได้ก่อนตัดสินใจ
  • ซื้อรถมือสองจากบุคคลธรรมดา เก็บสัญญาซื้อขายและหลักฐานโอนเงินให้ครบ

บันทึกซื้อรถ ค่าเสื่อม และค่าใช้จ่ายรถในระบบเดียว

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME จัดการเอกสาร รายรับรายจ่าย และรายงานการเงินได้ครบในที่เดียว พร้อมบันทึกรถเป็นสินทรัพย์ ให้ระบบคิดค่าเสื่อมของรถที่ซื้อในนามบริษัททุกเดือน และแยกส่วนที่เกิน 1 ล้านตามคู่มือ PEAK บันทึกซื้อรถยนต์เกิน 1 ล้าน – ทดลองใช้ PEAK ฟรี


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซื้อรถในนามบริษัท

ซื้อรถในนามบริษัท ใช้ส่วนตัวได้ไหม

ไม่ควร ซื้อรถในนามบริษัทแล้วนำไปใช้ส่วนตัว ค่าใช้จ่ายส่วนนั้นหักเป็นรายจ่ายของบริษัทไม่ได้ และอาจถือเป็นประโยชน์เพิ่มของกรรมการ

ขายรถบริษัท ต้องเสีย VAT ไหม

ถ้าบริษัทจด VAT ต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากราคาขาย แม้รถคันนั้นเป็นรถที่ซื้อในนามบริษัทโดยเครดิต VAT ไม่ได้ และต้องรับรู้กำไรหรือขาดทุนจากการขายสินทรัพย์

ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในนามบริษัท ใช้หลักเดียวกันไหม

รถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง ใช้หลักเดียวกัน คือ VAT ต้องห้ามและค่าเสื่อมฐานไม่เกิน 1 ล้านบาท ควรตรวจมาตรการส่งเสริมรถไฟฟ้าล่าสุดก่อนซื้อ

ค่าน้ำมันรถเก๋งของบริษัท เครดิต VAT ได้ไหม

ไม่ได้ VAT ของสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับรถยนต์นั่งเป็นภาษีซื้อต้องห้าม แต่ค่าน้ำมันรวม VAT หักเป็นรายจ่ายได้ ถ้าใช้ในกิจการ

ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซื้อรถได้เหมือนบริษัทไหม

ได้ ซื้อรถในนามห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใช้หลักภาษีเงินได้นิติบุคคลและ VAT เดียวกับบริษัทจำกัด

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ณ วันที่เผยแพร่ อ้างอิงประมวลรัษฎากร ประกาศและข้อหารือของกรมสรรพากร กรณีจริงควรตรวจประเภทรถและปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญภาษี


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เปลี่ยนงานบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย