ฟรีแลนซ์

รายได้จากงานอิสระเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้าเพิ่มขึ้น แต่พอถึงเรื่องภาษีกลับปวดหัวทุกปี จนเริ่มสงสัยว่าถึงเวลาจดบริษัทหรือยัง?

ฟรีแลนซ์ คืออะไร ต่างจากพนักงานประจำอย่างไร

ฟรีแลนซ์ (Freelance) คือคนที่ทำงานอิสระ ไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง รับงานเป็นโปรเจกต์หรือเป็นชิ้น เลือกลูกค้าและเวลาทำงานได้เอง

ข้อแตกต่างหลักคือ คนทำงานอิสระไม่มีสวัสดิการจากนายจ้าง ไม่มีประกันสังคมอัตโนมัติ และต้องจัดการเรื่องภาษีเอง

แต่แลกมาด้วยความยืดหยุ่นและโอกาสสร้างรายได้ไม่จำกัด

ฟรีแลนซ์กับที่ปรึกษาต่างกันตรงไหน

หลายคนสับสนระหว่าง “ฟรีแลนซ์” กับ “ที่ปรึกษา” (Consultant) ทั้งสองเป็นคนทำงานอิสระเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ลักษณะงาน

ฟรีแลนซ์ที่ปรึกษา
ลักษณะงานลงมือทำงานเอง เช่น เขียนโค้ด ออกแบบให้คำแนะนำ วางกลยุทธ์
ค่าตอบแทนคิดเป็นชิ้นงานหรือรายชั่วโมงคิดเป็นโปรเจกต์หรือรายเดือน
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย3% (ค่าจ้างทำของ)3% (ค่าบริการวิชาชีพ)

เรื่องภาษีและการจดบริษัท ทั้งฟรีแลนซ์และที่ปรึกษาเจอโจทย์เดียวกัน จึงใช้แนวทางเดียวกันได้

อาชีพฟรีแลนซ์ยอดนิยมมีอะไรบ้าง

งานฟรีแลนซ์ที่เป็นที่ต้องการสูงในปี 2026 แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก

  • กลุ่มสร้างสรรค์ เช่น กราฟิกดีไซน์ ถ่ายภาพ ตัดต่อวิดีโอ เขียนคอนเทนต์
  • กลุ่มเทคโนโลยี เช่น เขียนโปรแกรม พัฒนาเว็บไซต์ วิเคราะห์ข้อมูล
  • กลุ่มที่ปรึกษา เช่น ที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ปรึกษาบัญชี-ภาษี ที่ปรึกษาการตลาด

กลุ่มที่ปรึกษามักมีรายได้ต่อโปรเจกต์สูงกว่ากลุ่มอื่น และเป็นกลุ่มที่พิจารณาจดบริษัทเร็วที่สุด เพราะลูกค้าองค์กรมักต้องการทำสัญญากับนิติบุคคล

ข้อดีและข้อเสียของการเป็นฟรีแลนซ์

ก่อนตัดสินใจเป็นคนทำงานอิสระ ควรชั่งน้ำหนักให้ดี

ข้อดีข้อเสีย
เลือกงานและเวลาทำงานได้เองรายได้ไม่แน่นอน ช่วงไหนไม่มีงาน ก็ไม่มีเงิน
ไม่จำกัดเพดานรายได้ไม่มีสวัสดิการ ประกันสังคม ลาป่วย
ทำงานจากที่ไหนก็ได้ต้องหาลูกค้าและต่อรองราคาเอง
เลือกโปรเจกต์ที่สนใจต้องจัดการภาษีและบัญชีเอง

ข้อเสียที่มองข้ามมากที่สุดคือ “เรื่องภาษี” หลายคนรู้ตัวอีกทีก็ตอนถูกสรรพากรเรียกพบ หรือตอนที่ลูกค้าขอใบกำกับภาษีแต่ออกให้ไม่ได้

ฟรีแลนซ์กับเรื่องภาษีที่ต้องรู้

ฟรีแลนซ์ที่ทำงานในนามบุคคลธรรมดามีภาษี 2 ตัวหลักที่ต้องจัดการ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

รายได้จากงานอิสระจัดเป็นเงินได้หลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน เช่น ค่าจ้างทำงาน วิชาชีพอิสระอย่างนักบัญชีหรือทนาย หรือรายได้จากการรับเหมา แต่ละประเภทหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน ตรวจสอบรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคิดแบบขั้นบันได ตามตารางนี้

รายได้สุทธิ (บาท/ปี)อัตราภาษี
0 – 150,000ยกเว้น
150,001 – 300,0005%
300,001 – 500,00010%
500,001 – 750,00015%
750,001 – 1,000,00020%
1,000,001 – 2,000,00025%
2,000,001 – 5,000,00030%
5,000,001 ขึ้นไป35%

ผู้มีรายได้อิสระต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรขยายถึงเดือนเมษายน

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

เวลาลูกค้าจ่ายค่าจ้าง ลูกค้าต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ก่อน แล้วออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ เก็บเอกสาร 50 ทวิ นี้ไว้ เพราะนำไปใช้เป็นเครดิตตอนยื่นภาษีปลายปีได้

รายการวิธีคำนวณจำนวนเงิน
ค่าจ้าง50,000 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย50,000 × 3%1,500 บาท
เงินที่ได้รับจริง50,000 – 1,50048,500 บาท

ภาษี 1,500 บาทที่ถูกหักไปนี้ นำไปหักจากภาษีที่ต้องจ่ายตอนสิ้นปีได้ ถ้าถูกหักไปมากกว่าภาษีจริง ก็ขอคืนจากสรรพากรได้

ฟรีแลนซ์ควรจดบริษัทเมื่อไหร่

ไม่ใช่ฟรีแลนซ์ทุกคนต้องจดบริษัท แต่มี 5 สัญญาณที่บอกว่าคุณอาจถึงจุดที่ควรเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล

  1. รายได้เกิน 750,000 บาท/ปี เพราะอัตราภาษีบุคคลธรรมดาจะกระโดดขึ้นเป็น 20% ขณะที่นิติบุคคล SME เสียภาษีเพียง 15-20% แต่หักค่าใช้จ่ายจริงได้มากกว่า
  2. ลูกค้าเป็นองค์กรขนาดกลาง-ใหญ่ ที่ต้องการใบกำกับภาษีหรือต้องการทำสัญญากับนิติบุคคลเท่านั้น
  3. รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี กฎหมายบังคับจด VAT จัดการง่ายกว่าในรูปแบบบริษัท
  4. ต้องการกู้เงินธุรกิจ ธนาคารพิจารณาสินเชื่อให้นิติบุคคลง่ายกว่าบุคคลธรรมดา
  5. มีค่าใช้จ่ายในการทำงานสูง เช่น ค่าอุปกรณ์ ค่าซอฟต์แวร์ ค่าจ้างทีมย่อย นิติบุคคลหักตามจริงได้ทั้งหมด ขณะที่บุคคลธรรมดาหักได้แค่แบบเหมา

เปรียบเทียบบุคคลธรรมดากับจดบริษัท สำหรับฟรีแลนซ์

นี่คือตารางเปรียบเทียบเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

หัวข้อบุคคลธรรมดาจดบริษัท (นิติบุคคล)
อัตราภาษีขั้นบันได 5-35%SME กำไร 300,000 แรกยกเว้น, เกิน 300,000 เสีย 15% ถ้ากำไรไม่เกิน 3 ล้าน หรือ 20%
หักค่าใช้จ่ายเหมา 40-60% หรือตามจริง (แล้วแต่ประเภทเงินได้)หักตามจริงได้ทั้งหมด
ความน่าเชื่อถือทำสัญญาในชื่อบุคคลลูกค้าองค์กรเชื่อมั่นมากกว่า
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นไม่มีค่าจดทะเบียน + ค่าทำบัญชีรายเดือน
ความยุ่งยากยื่นภาษีปีละครั้งทำบัญชี ส่งงบการเงิน ยื่นภาษีทุกเดือน
เหมาะกับรายได้ไม่เกิน 750,000/ปี ค่าใช้จ่ายน้อยรายได้เกิน 750,000/ปี ค่าใช้จ่ายสูง ลูกค้าองค์กร

จุดตัดสำคัญอยู่ที่รายได้ประมาณ 750,000 บาท/ปี ตั้งแต่ขั้นนี้ภาษีบุคคลธรรมดาจะอยู่ที่ 20% ขณะที่นิติบุคคล SME เสียเพียง 15% แถมหักค่าใช้จ่ายตามจริงได้มากกว่า

ตัวอย่างสมมุติ คุณ ก. ทำงานอิสระรับออกแบบเว็บไซต์ มีรายได้ 1 ล้านบาท/ปี ค่าใช้จ่ายจริง 400,000 บาท

เปรียบเทียบบุคคลธรรมดา (หักเหมา 60%)จดเป็นบริษัท (หักจริง)
รายได้1,000,0001,000,000
หักค่าใช้จ่าย600,000 (เหมา)400,000 (จริง)
รายได้สุทธิ/กำไรสุทธิ400,000600,000
ภาษีประมาณ17,50045,000 (15%)

ในกรณีนี้ บุคคลธรรมดาเสียภาษีน้อยกว่าเพราะหักเหมาได้เยอะ แต่ถ้าค่าใช้จ่ายจริงเพิ่มเป็น 700,000 หรือลูกค้าต้องการใบกำกับภาษี สมการก็จะเปลี่ยน

ดังนั้นต้องวิเคราะห์เป็นรายกรณี

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์เฉพาะของคุณ

สรุป: เมื่อไหร่ควรจดบริษัท

  • ถ้ารายได้ยังไม่ถึง 750,000 บาท/ปี ทำงานในนามบุคคลธรรมดาง่ายกว่า
  • ถ้ารายได้เกิน 750,000 ลูกค้าเป็นองค์กร หรือค่าใช้จ่ายสูง ควรเริ่มคิดเรื่องจดบริษัท
  • ถ้ารายได้ใกล้ 1.8 ล้าน เตรียมเรื่อง VAT และพิจารณาจดบริษัทอย่างจริงจัง ดูขั้นตอนจดบริษัทได้เลย

จดบริษัทแล้ว จัดการบัญชีให้เป็นระบบด้วย PEAK

พอจดบริษัทแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการทำบัญชี ออกเอกสาร และยื่นภาษีทุกเดือน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้คนที่เพิ่งจดบริษัทจัดการเรื่องเหล่านี้ได้เอง ตั้งแต่ออกใบแจ้งหนี้ บันทึกรายรับรายจ่าย ไปจนถึงส่งข้อมูลให้นักบัญชี ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับฟรีแลนซ์

ฟรีแลนซ์ต้องจด VAT ไหม

ถ้ารายได้ยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท/ปี ไม่ต้องจด แต่ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์แล้วไม่จด มีโทษปรับตามกฎหมาย คนทำงานอิสระที่รายได้ใกล้เกณฑ์ควรเตรียมระบบบัญชีให้พร้อม

ฟรีแลนซ์หางานจากไหน

แพลตฟอร์มยอดนิยมในไทย เช่น Fastwork, Freelancebay รวมถึงกลุ่ม Facebook สำหรับฟรีแลนซ์ หรือจะสร้าง portfolio ของตัวเองแล้วรับงานจากลูกค้าโดยตรงก็ได้

จดบริษัทคนเดียวได้ไหม

ได้ กฎหมายปัจจุบันอนุญาตให้จดบริษัทจำกัดคนเดียว (Single-Member Company) โดยใช้ผู้ถือหุ้นคนเดียว

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่บทความจดบริษัทคนเดียวของ PEAK

ฟรีแลนซ์ต้องทำบัญชีไหม

ถ้ายังเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ต้องทำบัญชีตามกฎหมาย แต่ควรบันทึกรายรับรายจ่ายไว้ เพราะช่วยยื่นภาษีง่ายขึ้นและวางแผนการเงินได้ดีขึ้น

แต่ถ้าจดบริษัทแล้ว ต้องทำบัญชีตามกฎหมายและส่งงบการเงินให้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทุกปี


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์สำหรับนักบัญชีและ SMEs