
คิดจะเปิดกิจการแต่ยังไม่เข้าใจว่าควรจดทะเบียนแบบไหน แต่ละแบบมีสิทธิด้านภาษี ต้นทุน และความรับผิดชอบที่แตกต่างกันยังไง โดยในบทความนี้ จะพาเปรียบเทียบทุกรูปแบบธุรกิจในไทย พร้อมแนวทางเลือกที่เหมาะกับธุรกิจคุณ
บริษัท ตามกฎหมายคืออะไร
ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย บริษัทคือองค์กรที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตกลงร่วมเป็นผู้ถือหุ้น เพื่อการลงทุน ทำกิจการค้า แล้วแบ่งกำไรที่ได้กัน โดยต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
นิติบุคคล vs บุคคลธรรมดา ต่างกันตรงไหน
ก่อนดูรายละเอียดแต่ละรูปแบบ สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ “สถานะทางกฎหมาย” ของกิจการ
| เรื่อง | บุคคลธรรมดา | นิติบุคคล (หจก. / บจก.) |
|---|---|---|
| จดทะเบียน | ไม่ต้องจดที่ DBD | ต้องจดทะเบียนที่ DBD |
| ความรับผิด | รับผิดไม่จำกัด ด้วยทรัพย์สินส่วนตัว | จำกัดตามเงินลงทุน (บจก.) |
| ภาษีเงินได้ | อัตราก้าวหน้า 0-35% | อัตราคงที่ 20% (SME มีขั้นบันได) |
| ความน่าเชื่อถือ | ต่ำกว่า | สูงกว่า ง่ายต่อการกู้เงินและหาคู่ค้า |
รูปแบบธุรกิจในไทย มีกี่ประเภท
ธุรกิจในไทยแบ่งได้ 6 รูปแบบหลัก เรียงจากง่ายไปซับซ้อน – อ่านเปรียบเทียบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หจก. vs บจก. เลือกแบบไหนดีกว่ากัน?
1. กิจการเจ้าของคนเดียว (Sole Proprietorship)
เจ้าของลงทุนคนเดียว ตัดสินใจเองทุกเรื่อง ไม่ต้องจดทะเบียนนิติบุคคล แค่ขอทะเบียนพาณิชย์ที่เทศบาลหรืออำเภอก็เริ่มได้
ข้อเสียคือเจ้าของต้องรับผิดชอบหนี้ทั้งหมดด้วยทรัพย์สินส่วนตัว รูปแบบธุรกิจนี้เหมาะกับฟรีแลนซ์ ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก หรือกิจการที่เพิ่งเริ่มต้น
2. ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership)
หุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมลงทุนและแบ่งกำไร ทุกคนต้องรับภาระหนี้สินของกิจการด้วยทรัพย์สินส่วนตัว
ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน แต่ถ้าจดก็จะกลายเป็น “ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล” และเสียภาษีในอัตรานิติบุคคลแทน
3. ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership)
รูปแบบธุรกิจที่แบ่งหุ้นส่วนเป็น 2 ประเภท ได้แก่ หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด (รับผิดไม่เกินเงินลงทุน แต่ห้ามมีอำนาจจัดการ)
อีกประเภทคือหุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งมีอำนาจบริหารแต่รับผิดไม่จำกัด
ต้องจดทะเบียนที่ DBD และเสียภาษีนิติบุคคล ค่าจดถูกกว่าบริษัทจำกัด เหมาะกับธุรกิจที่มีหุ้นส่วนไม่เกิน 3-5 คน
4. บริษัทจำกัด (Company Limited)
รูปแบบยอดนิยมที่สุดสำหรับ SME ไทย ต้องมีผู้ร่วมลงทุนอย่างน้อย 2 คน
ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำไม่มีกำหนดตามกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่จดที่ 1-5 ล้านบาทเพื่อความน่าเชื่อถือ
ทุกคนรับผิดจำกัดเฉพาะค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ ต้องจัดทำบัญชีและส่งงบการเงินทุกปี
5. บริษัทมหาชนจำกัด (Public Company Limited)
บริษัทที่เปิดขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไป ต้องมีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 15 คน ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท (ข้อมูลจาก พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535)
อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. และมีข้อกำหนดเปิดเผยข้อมูลเข้มงวด เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์
6. กิจการร่วมค้าและสาขาบริษัทต่างประเทศ
กิจการร่วมค้า (Joint Venture) คือการที่บริษัท 2 แห่งขึ้นไปร่วมทำโครงการเฉพาะ พบบ่อยในงานรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่
ส่วนบริษัทต่างประเทศที่ต้องการทำธุรกิจในไทย สามารถเปิดสาขาหรือสำนักงานตัวแทนได้ภายใต้ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542
เปรียบเทียบรูปแบบธุรกิจทุกประเภทในตารางเดียว
| เรื่อง | เจ้าของคนเดียว | หุ้นส่วนสามัญ | หจก. | บจก. | มหาชน |
|---|---|---|---|---|---|
| จำนวนผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ | 1 คน | 2 คน | 2 คน | 2 คน | 15 คน |
| จดทะเบียนนิติบุคคล | ไม่ต้อง | ไม่บังคับ | ต้อง | ต้อง | ต้อง |
| ความรับผิด | ไม่จำกัด | ไม่จำกัด | จำกัด + ไม่จำกัด | จำกัดตามค่าหุ้น | จำกัดตามค่าหุ้น |
| ภาษีเงินได้ | บุคคลธรรมดา 0-35% | บุคคลธรรมดา (ถ้าไม่จดนิติฯ) | นิติบุคคล 20% | นิติบุคคล 20% | นิติบุคคล 20% |
| ค่าจดทะเบียนโดยประมาณ | ไม่เกิน 100 บาท | ไม่มี (ถ้าไม่จด) | 1,000-5,000 บาท | 5,000-15,000 บาท | 50,000+ บาท |
| เหมาะกับ | ฟรีแลนซ์ ร้านเล็ก | ธุรกิจเล็ก 2 คน | SME 2-5 คน | SME ทั่วไป | ธุรกิจใหญ่ ระดมทุน |
(ค่าจดทะเบียนเป็นค่าธรรมเนียมราชการโดยประมาณ ยังไม่รวมค่าทนายและค่าบริการอื่น — ข้อมูลจาก DBD)
ภาษีที่ต้องเสียตามรูปแบบธุรกิจ
ภาษีเป็นเหตุผลหลักที่หลายคนเลือกจดนิติบุคคล เพราะกิจการเจ้าของคนเดียวที่กำไรสูงอาจเสียภาษีแพงกว่าบริษัทจำกัดอย่างมาก
นอกจากนี้ กิจการที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่ว่าจะเลือกรูปแบบธุรกิจแบบใดก็ตาม
| รูปแบบ | ภาษีเงินได้ | VAT | หัก ณ ที่จ่าย |
|---|---|---|---|
| เจ้าของคนเดียว | อัตราก้าวหน้า 5-35% ของเงินได้สุทธิ | จด VAT ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี | ถูกหักตามประเภทรายได้ |
| หจก. / บจก. (SME) | กำไร 0-300,000 บาท ยกเว้น, ส่วนที่เกินเสีย 15-20% | เหมือนกัน | หักและนำส่งทุกเดือน |
| บจก. ทั่วไป | อัตราคงที่ 20% ของกำไรสุทธิ | เหมือนกัน | หักและนำส่งทุกเดือน |
| มหาชน | 20% ของกำไรสุทธิ + ข้อกำหนด ก.ล.ต. | เหมือนกัน | เหมือนกัน |
(อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME: กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท ยกเว้นภาษี, 300,001-3,000,000 บาท เสีย 15% — ข้อมูลจาก กรมสรรพากร)
ตัวอย่าง การคำนวณภาษีร้านค้าออนไลน์
| กรณี | วิธีคำนวณ | ภาษีที่ต้องจ่าย |
|---|---|---|
| เจ้าของคนเดียว (บุคคลธรรมดา) | คำนวณตามขั้นบันได 5-35% | ประมาณ 131,000 บาท |
| บจก. (SME) | 300,000 แรกยกเว้น + ส่วนที่เกินเสีย 15% | ประมาณ 135,000 บาท |
ภาษีอาจใกล้กันในตัวอย่างนี้ แต่นิติบุคคลมีข้อได้เปรียบเรื่องค่าใช้จ่ายที่หักได้มากกว่า ลดหย่อนได้หลายรายการ และน่าเชื่อถือกว่าสำหรับคู่ค้า
เลือกรูปแบบธุรกิจแบบไหนดี
การเลือกรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ จำนวนหุ้นส่วน ระดับกำไรต่อปี และความต้องการความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ ลองตอบคำถาม 3 ข้อนี้เพื่อหาคำตอบ
ทำธุรกิจคนเดียวหรือมีหุ้นส่วน
- คนเดียว รายได้ไม่สูง เสี่ยงน้อย จดทะเบียนพาณิชย์ก็พอ
- มีหุ้นส่วน 2-5 คน พิจารณา หจก. หรือ บจก.
กำไรต่อปีเท่าไร
- กำไรไม่ถึง 750,000 บาท/ปี อยู่ในฐานะบุคคลธรรมดาอาจประหยัดกว่า
- กำไรเกิน 750,000 บาท/ปี จดนิติบุคคลมักได้เปรียบด้านภาษี
ต้องการกู้เงินหรือหาคู่ค้ารายใหญ่ไหม
- บจก. มีความน่าเชื่อถือสูงสุดสำหรับ SME
- เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นมาก และต้องการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ต้องพิจารณากลายเป็นมหาชน
ขั้นตอนเปิดบริษัทในไทยฉบับย่อ
การจดทะเบียนบริษัทจำกัดในไทยทำได้ผ่านระบบ e-Registration ของ DBD ใช้เวลาประมาณ 1-3 วันทำการ มีค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 5,000 บาท
สำหรับบริษัทจำกัดซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่นิยมที่สุด ขั้นตอนหลักมีดังนี้
- จองชื่อบริษัทผ่านเว็บไซต์ DBD e-Registration
- จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ และยื่นต่อนายทะเบียน
- จัดประชุมตั้งบริษัท อนุมัติข้อบังคับ เลือกกรรมการ
- ชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้น
- ยื่นจดทะเบียนบริษัทที่ DBD พร้อมเอกสารครบ
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัทจำกัดอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,500 บาท (ค่าธรรมเนียมราชการ)
ถ้าใช้บริการสำนักงานบัญชีหรือทนายช่วยจัดการให้ มีค่าบริการเพิ่มเติมประมาณ 10,000-25,000 บาท
สรุป: เลือกรูปแบบธุรกิจที่ใช่ แล้วเริ่มอย่างมั่นใจ
- กิจการเล็ก เสี่ยงน้อย เริ่มจากทะเบียนพาณิชย์ได้เลย
- กำไรเริ่มสูง มีหุ้นส่วน พิจารณา หจก. หรือ บจก.
- บจก. คือตัวเลือกที่รองรับการเติบโตได้ดีที่สุดสำหรับ SME
จัดการบัญชีธุรกิจทุกรูปแบบให้เป็นระบบด้วย PEAK
ไม่ว่าจะจด หจก. หรือ บจก. สิ่งที่ตามมาคือการจัดทำบัญชี ยื่นภาษี และส่งงบการเงินให้ถูกต้อง PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยออกใบแจ้งหนี้ บันทึกรายรับ-รายจ่าย คำนวณภาษี และส่งงบให้ DBD ได้จากที่เดียว พร้อมระบบ AI ช่วยจับคู่ธุรกรรมอัตโนมัติ ลดงานซ้ำให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาโฟกัสกับการขาย – ทดลองใช้ PEAK ฟรี
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจในไทย
จดบริษัทจำกัดต้องมีทุนขั้นต่ำเท่าไร
กฎหมายไม่ได้กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ แต่ในทางปฏิบัติ ธนาคารและคู่ค้ามักต้องการเห็นทุนอย่างน้อย 1 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน หากทุนจดทะเบียนสูงเกินจริง อาจมีภาระค่าอากรแสตมป์มากขึ้น ควรตั้งตามแผนธุรกิจจริง
เปลี่ยนจากเจ้าของคนเดียวเป็นบริษัทจำกัดภายหลังได้ไหม
ได้ แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนประเภทโดยตรง ต้องจดทะเบียนบริษัทใหม่แยกต่างหาก จากนั้นจึงโอนทรัพย์สินและสัญญาจากกิจการเดิม
เจ้าของกิจการควรปรึกษานักบัญชีเรื่องผลกระทบทางภาษีก่อนเริ่มดำเนินการ
หจก. กับ บจก. แตกต่างกันตรงไหนมากที่สุด
ความรับผิดของผู้บริหาร หจก. มีหุ้นส่วนผู้จัดการที่รับผิดไม่จำกัด ขณะที่กรรมการ บจก. รับผิดจำกัดตามค่าหุ้น นอกจากนี้ บจก. มีโครงสร้างที่เป็นระบบกว่า มีการประชุมผู้ถือหุ้น และโอนหุ้นได้ง่ายกว่า – หากยังไม่แน่ใจว่าอยากจดประเภทไหน อ่านเปรียบเทียบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หจก. vs บจก. เลือกแบบไหนดีกว่ากัน
ธุรกิจออนไลน์ต้องจดบริษัทไหม
การจดบริษัทจำกัดช่วยแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากธุรกิจ แม้จะไม่บังคับ แต่ถ้ายอดขายเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ต้องจด VAT ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
