Table of Contents

หนังสือบริคณห์สนธิ คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

หนังสือบริคณห์สนธิ (Memorandum of Association) คือ เอกสารที่ผู้เริ่มก่อการจัดทำเพื่อแสดงเจตนาตั้งบริษัทจำกัด ระบุชื่อบริษัท จังหวัดที่ตั้งสำนักงาน วัตถุประสงค์ ทุน และรายชื่อผู้เริ่มก่อการ แล้วยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ด้วยแบบ บอจ.2 ก่อนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

บางคนเรียกสั้น ๆ ว่า “บริคณห์สนธิ” หรือ “ใบบริคณห์สนธิ” ซึ่งหมายถึงเอกสารเดียวกัน ข้อกำหนดหลักอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1097–1099

สำหรับผู้ที่กำลังจะตั้งบริษัท เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน

  • เป็นด่านแรกของการตั้งบริษัท ยังไม่มีบริษัทจนกว่าจะจดเอกสารนี้แล้วจดจัดตั้งต่อ และถ้าไม่จดจัดตั้งภายใน 3 ปี เอกสารจะสิ้นผล
  • กำหนดกรอบที่แก้ภายหลังต้องเสียเวลาและค่าธรรมเนียม ชื่อ จังหวัดที่ตั้ง วัตถุประสงค์ และทุน ถ้าเขียนแคบเกินไปจะต้องประชุมผู้ถือหุ้นและจดทะเบียนแก้ไข
  • ลูกค้าธุรกิจขอดูบ่อย โรงงานและบริษัทใหญ่มักขอสำเนาเอกสารนี้พร้อมหนังสือรับรองบริษัท ก่อนรับเราเป็นผู้ขายหรือผู้รับเหมา

ตลอดบทความนี้จะใช้ตัวอย่างของคุณนนท์และคุณมิว วิศวกรไฟฟ้า 2 คนที่ลาออกจากบริษัทเดิมมาตั้ง “บริษัท นนท์มิว เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด” (ชื่อสมมติ) รับติดตั้งและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าให้โรงงานในจังหวัดชลบุรี ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท

หนังสือบริคณห์สนธิ

หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับบริษัท และหนังสือรับรองบริษัท ต่างกันอย่างไร?

ทั้ง 3 เอกสารเกี่ยวกับบริษัทจำกัดเหมือนกัน แต่เกิดคนละช่วงและใช้คนละงาน

เอกสารเกิดเมื่อไรใช้ทำอะไร
หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2)ก่อนจัดตั้งบริษัทแสดงโครงสร้างพื้นฐาน ชื่อ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน ผู้เริ่มก่อการ
ข้อบังคับบริษัทตอนจัดตั้งหรือภายหลัง (จะมีหรือไม่ก็ได้)กติกาภายใน เช่น การประชุม การจ่ายเงินปันผล อำนาจกรรมการ
หนังสือรับรองบริษัทออกโดย DBD หลังจัดตั้งแล้วยืนยันข้อมูลปัจจุบัน เช่น กรรมการ อำนาจลงนาม ทุน ที่ตั้ง

ลูกค้าที่ขอเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนผู้ขายส่วนใหญ่ขอหนังสือรับรองบริษัทเป็นหลัก บางรายขอสำเนา บอจ.2 เพิ่ม เพื่อดูว่าวัตถุประสงค์ของบริษัทครอบคลุมงานที่จะจ้างหรือไม่ กติกาภายในของบริษัทอ่านต่อได้ที่บทความ ข้อบังคับบริษัท

หนังสือบริคณห์สนธิต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง?

ป.พ.พ. มาตรา 1098 กำหนดรายการไว้ 6 ข้อ และคู่มือการจดทะเบียนของ DBD เพิ่มรายละเอียดที่ต้องกรอกจริงในแบบ บอจ.2

ข้อข้อมูลเงื่อนไขที่ต้องรู้
1ชื่อบริษัทต้องตรงกับชื่อที่จองไว้ และลงท้ายด้วย “จำกัด”
2จังหวัดที่ตั้งสำนักงานใหญ่ระบุระดับจังหวัด ไม่ต้องใส่บ้านเลขที่
3วัตถุประสงค์กรอกในแบบ ว. แนบท้าย
4ถ้อยคำว่าความรับผิดของผู้ถือหุ้นมีจำกัดเป็นข้อความที่พิมพ์ไว้ในแบบแล้ว
5ทุนจดทะเบียนแบ่งเป็นหุ้นมูลค่าเท่ากัน หุ้นละไม่ต่ำกว่า 5 บาท
6ผู้เริ่มก่อการชื่อ ที่อยู่ อาชีพ อายุ เลขบัตร และจำนวนหุ้นที่จอง พร้อมลายมือชื่อ
–พยาน 2 คนชื่อ ที่อยู่ อายุ เลขบัตร และลายมือชื่อ

ผู้เริ่มก่อการต้องมีอย่างน้อย 2 คน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1097 ที่แก้ไขให้ลดจากเดิม 3 คน และคู่มือ DBD กำหนดว่าต้องเป็นบุคคลธรรมดา อายุไม่ต่ำกว่า 12 ปี และจองหุ้นคนละอย่างน้อย 1 หุ้น นิติบุคคลจึงเป็นผู้เริ่มก่อการไม่ได้ แต่เข้ามาถือหุ้นภายหลังได้

วัตถุประสงค์ของบริษัทควรเขียนอย่างไร?

วัตถุประสงค์ควรเขียนให้ครอบคลุมงานที่จะทำจริงใน 2–3 ปีข้างหน้า โดยเลือกข้อความจากแบบ ว. ที่ DBD จัดไว้เป็นหลัก แล้วเพิ่มข้อที่ธุรกิจเฉพาะทางต้องใช้ เพราะข้อความมาตรฐานผ่านการตรวจของนายทะเบียนง่ายกว่าข้อความที่เขียนเอง

บริษัทของคุณนนท์เลือกวัตถุประสงค์ 4 กลุ่ม คือ รับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้า รับซ่อมบำรุงและตรวจสอบระบบไฟฟ้า ซื้อขายอุปกรณ์ไฟฟ้า และให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรม กลุ่มสุดท้ายยังไม่มีงานในปีแรก แต่ใส่ไว้เพราะลูกค้าโรงงานบางรายจ้างออกแบบระบบก่อนติดตั้ง

ธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับ เช่น งานที่ต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานอื่น ต้องเตรียมหนังสืออนุญาตแนบตอนยื่นด้วยตามคู่มือ DBD การเขียนวัตถุประสงค์กว้างไว้ไม่ได้ทำให้ทำธุรกิจที่ต้องขออนุญาตได้ทันที

จุดที่ทำให้ถูกตีกลับบ่อยคือชื่อบริษัทในแบบไม่ตรงกับชื่อที่จองไว้แม้ต่างกันเพียงวรรคเดียว และวัตถุประสงค์ที่เขียนเองจนนายทะเบียนอ่านแล้วตีความไม่ได้

ตัวอย่างหนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) กรอกอย่างไร?

ตัวอย่างนี้เป็นข้อมูลที่บริษัทของคุณนนท์กรอกลงแบบ บอจ.2 ทุกข้อ ใช้เทียบกับแบบ บอจ.2 ของ DBD ได้ทันที

ข้อในแบบข้อมูลที่กรอก
ข้อ 1 ชื่อบริษัทบริษัท นนท์มิว เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
ข้อ 2 สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่จังหวัดชลบุรี
ข้อ 3 วัตถุประสงค์ตามแบบ ว. แนบท้าย (รับเหมาติดตั้ง ซ่อมบำรุง และตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงานและอาคาร จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า)
ข้อ 4 ความรับผิดผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้น
ข้อ 5 ทุนจดทะเบียน2,000,000 บาท แบ่งเป็น 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท
ข้อ 6 ผู้เริ่มก่อการ คนที่ 1นายนนท์ (สมมติ) อายุ 34 ปี อาชีพวิศวกร จอง 12,000 หุ้น
ข้อ 6 ผู้เริ่มก่อการ คนที่ 2นางสาวมิว (สมมติ) อายุ 32 ปี อาชีพวิศวกร จอง 8,000 หุ้น
พยาน 2 คนเพื่อนร่วมงานเดิม 2 คน พร้อมเลขบัตรและลายมือชื่อ

ยอดหุ้นที่ผู้เริ่มก่อการจองรวมกันคือ 12,000 + 8,000 = 20,000 หุ้น เท่ากับจำนวนหุ้นทั้งหมดพอดี สัดส่วนถือหุ้นจึงเป็นคุณนนท์ร้อยละ 60 และคุณมิวร้อยละ 40

ก่อนยื่นจริง ควรตรวจ 3 จุดที่ทำให้แบบถูกส่งกลับบ่อยที่สุด

  • ยอดหุ้นที่ผู้เริ่มก่อการจองรวมกันต้องไม่เกินจำนวนหุ้นทั้งหมด และทุกคนต้องจองอย่างน้อย 1 หุ้น
  • มูลค่าหุ้นคูณจำนวนหุ้นต้องเท่ากับทุนจดทะเบียนพอดี เช่น 20,000 × 100 = 2,000,000 บาท
  • สำเนาบัตรของผู้เริ่มก่อการและพยานต้องมีลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องครบทุกใบ

ทั้ง 2 คนเขียนวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมทั้งงานติดตั้ง ซ่อมบำรุง และขายอุปกรณ์ตั้งแต่แรก เพราะลูกค้าโรงงานบางรายเปิดประมูลงานซ่อมบำรุงรายปี และขอดูวัตถุประสงค์ก่อนรับเข้าระบบผู้ขาย


จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิมีขั้นตอนอย่างไร?

ขั้นตอนหลักมี 4 ขั้น ทำได้ทั้งที่สำนักงาน DBD และออนไลน์ผ่านระบบ DBD Biz Regist

  1. จองชื่อบริษัท ผ่านระบบของ DBD แล้วรอหนังสือแจ้งผลการจองชื่อ
  2. ยื่นแบบ บอจ.2 พร้อมแบบ ว. ภายในวันที่ระบุในหนังสือแจ้งผลการจองชื่อ ซึ่งคู่มือ DBD กำหนดไว้ 30 วันนับแต่นายทะเบียนอนุมัติชื่อ
  3. ประชุมจัดตั้งบริษัท ผู้เริ่มก่อการเรียกประชุมผู้จองซื้อหุ้น เลือกกรรมการ และเรียกชำระค่าหุ้น
  4. ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ด้วยแบบ บอจ.1 เมื่อเสร็จขั้นนี้บริษัทจึงมีฐานะเป็นนิติบุคคล

ถ้าจด บอจ.2 ไว้แล้วแต่ไม่จดจัดตั้งบริษัทภายใน 3 ปีนับแต่วันจด เอกสารจะสิ้นผล และผู้เริ่มก่อการไม่ผูกพันตามเอกสารนั้นอีก สถานะของบริษัทหลังจดจัดตั้งอ่านต่อได้ที่บทความ นิติบุคคลคืออะไร

ประชุมจัดตั้งบริษัทต้องตกลงอะไรบ้าง?

การประชุมจัดตั้งเป็นขั้นที่เปลี่ยนผู้เริ่มก่อการให้กลายเป็นบริษัทจริง ที่ประชุมต้องตกลงอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ ข้อบังคับบริษัท (ถ้ามี) สัญญาที่ผู้เริ่มก่อการทำไว้แทนบริษัท การแต่งตั้งกรรมการและผู้สอบบัญชี และการเรียกชำระค่าหุ้น

ค่าหุ้นต้องเรียกชำระครั้งแรกไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น (มาตรา 1110) บริษัทของคุณนนท์ตกลงเรียกชำระร้อยละ 25 ก่อน คิดเป็น 2,000,000 × 25% = 500,000 บาท

คุณนนท์จ่าย 12,000 × 25 = 300,000 บาท และคุณมิวจ่าย 8,000 × 25 = 200,000 บาท ส่วนที่เหลือเรียกชำระเมื่อบริษัทต้องใช้เงินทุนเพิ่ม

หลังประชุมแล้ว กรรมการต้องยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายใน 3 เดือน ถ้าเกินกำหนดกฎหมายถือว่าบริษัทไม่ได้ตั้งขึ้น และต้องคืนเงินค่าหุ้นที่รับไว้ให้ผู้จองซื้อหุ้น (มาตรา 1112) ซึ่งเป็นเหตุผลอีกข้อที่ SME นิยมจดทุกขั้นตอนให้จบในวันเดียว

จดแยกกับจดพร้อมจัดตั้งบริษัทในวันเดียวต่างกันอย่างไร?

SME ส่วนใหญ่จดพร้อมกันในวันเดียว เพราะมีผู้ถือหุ้นไม่กี่คนและตกลงทุกเรื่องไว้แล้ว ซึ่งหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ให้บริการจดทั้ง 2 อย่างภายในวันเดียว

ประเด็นจดแยกจดพร้อมกันในวันเดียว
เหมาะกับยังหาผู้ถือหุ้นไม่ครบ หรือยังไม่พร้อมชำระค่าหุ้นผู้ถือหุ้นครบ ตกลงกรรมการและทุนแล้ว
ความเสี่ยงลืมจดจัดตั้งจนครบ 3 ปี เอกสารสิ้นผลต้องเตรียมเอกสารครบทุกชุดในครั้งเดียว
ค่าธรรมเนียมเท่ากันเท่ากัน

คุณนนท์และคุณมิวเลือกจดพร้อมกัน เพราะมีลูกค้าโรงงานรอออกใบสั่งซื้อในนามบริษัทตั้งแต่เดือนแรก

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิเท่าไร?

ค่าธรรมเนียมจด บอจ.2 คิด 50 บาทต่อทุนทุก 100,000 บาท ขั้นต่ำ 500 บาท สูงสุด 25,000 บาท เศษของ 100,000 บาทนับเป็น 100,000 บาท ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม… พ.ศ. 2549 ข้อ 1(3) และมีอากรแสตมป์ติดแบบ บอจ.2 อีก 200 บาท

ค่าจดจัดตั้งบริษัทคิดแยกอีกรายการ คือ 500 บาทต่อทุนทุก 100,000 บาท ขั้นต่ำ 5,000 บาท สูงสุด 250,000 บาท ตามข้อ 1(8)

ทุนจดทะเบียนจด บอจ.2จดจัดตั้งบริษัทรวม 2 รายการ
1,000,000 บาท10 × 50 = 50010 × 500 = 5,0005,500
2,000,000 บาท (บริษัทคุณนนท์)20 × 50 = 1,00020 × 500 = 10,00011,000
60,000,000 บาท600 × 50 = 30,000 → ชนเพดาน 25,000600 × 500 = 300,000 → ชนเพดาน 250,000275,000

บริษัทของคุณนนท์จ่ายค่าธรรมเนียม 2 รายการรวม 11,000 บาท บวกอากรแสตมป์ บอจ.2 อีก 200 บาท ยังไม่รวมค่าหนังสือรับรองและค่ารับรองสำเนาที่ขอเพิ่มหลังจัดตั้ง

ทุนจดทะเบียนส่งผลต่อค่าธรรมเนียมโดยตรง แต่ทุนต่ำเกินไปก็ทำให้ลูกค้าโรงงานบางรายไม่รับเข้าระบบผู้ขาย จึงควรตั้งทุนให้สมดุลกับขนาดงานที่จะรับ


แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิต้องทำอย่างไร?

ทุกการแก้ไขต้องผ่านมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น คือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง (มาตรา 1194) แล้วยื่นจดทะเบียนแก้ไขกับ DBD ด้วยแบบ บอจ.4 ภายใน 14 วันนับแต่วันที่ลงมติพิเศษ (มาตรา 1146)

เอกสารฉบับที่แก้แล้วเรียกว่าหนังสือบริคณห์สนธิ (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) ยื่นพร้อมรายงานการประชุมที่ลงมติ

เรื่องที่เปลี่ยนแก้ข้อไหนค่าธรรมเนียม (กฎกระทรวง พ.ศ. 2549)
เปลี่ยนชื่อบริษัทข้อ 1 (ต้องจองชื่อใหม่ก่อน)ค่าแก้ไข 400 บาทต่อครั้ง ข้อ 1(5)
ย้ายสำนักงานใหญ่ไปต่างจังหวัดข้อ 2400 บาท
เพิ่มหรือเปลี่ยนวัตถุประสงค์ข้อ 3400 บาท
เพิ่มทุนทุนตามข้อ 5จดทะเบียนเพิ่มทุน 500 บาทต่อทุนที่เพิ่มทุก 100,000 บาท สูงสุด 250,000 บาท ข้อ 1(9)

ย้ายสำนักงานภายในจังหวัดเดิมไม่ต้องแก้เอกสารนี้ เพราะเอกสารระบุแค่จังหวัด แต่ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงานเป็นรายการอื่น ซึ่งมีค่าธรรมเนียมรายการละ 400 บาท ตามข้อ 1(13)

ตัวอย่างบริษัทคุณนนท์ปีที่ 2: ได้สัญญาซ่อมบำรุงกับโรงงานใหญ่ในจังหวัดระยอง จึงย้ายสำนักงานใหญ่ไประยองและเพิ่มทุนจาก 2,000,000 เป็น 5,000,000 บาท

  • ย้ายจังหวัด แก้ข้อ 2 ค่าธรรมเนียม 400 บาท
  • เพิ่มทุน 3,000,000 บาท คิด 30 × 500 = 15,000 บาท
  • รวม 15,400 บาท และต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษให้ครบทั้ง 2 เรื่องก่อนยื่น
  • ประชุมลงมติวันที่ 1 ของเดือน ต้องยื่นจดทะเบียนไม่เกินวันที่ 15 ของเดือนเดียวกัน

จากที่เห็นในทางปฏิบัติ บริษัทที่ตั้งวัตถุประสงค์กว้างพอตั้งแต่แรกแทบไม่ต้องกลับมาแก้ข้อ 3 อีก ต่างจากชื่อและที่ตั้งที่เปลี่ยนตามธุรกิจซึ่งวางแผนล่วงหน้าได้ยาก

ขอสำเนาหนังสือบริคณห์สนธิได้ที่ไหน?

ขอได้ 2 ช่องทาง คือ ระบบ DBD e-Service บนเว็บไซต์ DBD และบริการ e-Certificate ที่ยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์หรือที่สาขาธนาคารพันธมิตร ตามคู่มือบริการหนังสือรับรองและรับรองสำเนาเอกสารนิติบุคคลของ DBD

ช่องทางค่าธรรมเนียมราชการค่าบริการเพิ่มรับเอกสาร
DBD e-Serviceรับรองสำเนาเอกสารจดทะเบียน 50 บาทต่อหน้า–รับเอง ไปรษณีย์ EMS หรือไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
e-Certificate (ธนาคาร)50 บาทต่อหน้าหน้า 1–5 รวม 100 บาท หน้าต่อไปหน้าละ 20 บาทรับที่สาขาธนาคาร

ลูกค้าโรงงานขอสำเนา บอจ.2 ของบริษัทคุณนนท์พร้อมหนังสือรับรองบริษัท สมมติเอกสารมี 2 หน้า ถ้าขอผ่านธนาคารจะจ่ายค่ารับรองสำเนา 2 × 50 = 100 บาท บวกค่าบริการธนาคาร 100 บาท รวม 200 บาท

ใครก็ขอสำเนาเอกสารจดทะเบียนของบริษัทอื่นได้ ฝ่ายจัดซื้อจึงใช้ช่องทางเดียวกันนี้ตรวจคู่ค้ารายใหม่ได้ด้วย ก่อนยื่นควรเช็กชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักให้ถูก เพื่อไม่ให้ได้เอกสารของบริษัทที่ชื่อคล้ายกัน

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือบริคณห์สนธิ

เอกสารที่จดครั้งเดียวตอนตั้งบริษัทนี้ส่งผลยาวตลอดอายุบริษัท จึงมีรายละเอียดที่ควรรู้ก่อนยื่น

  • จด บอจ.2 แล้วยังไม่ถือว่าเป็นบริษัท จึงยังทำสัญญาหรือออกใบกำกับภาษีในนามบริษัทไม่ได้จนกว่าจะจดจัดตั้งเสร็จ
  • วัตถุประสงค์ควรครอบคลุมงานที่จะทำใน 2–3 ปีข้างหน้า เพราะแก้ภายหลังต้องประชุมผู้ถือหุ้นและเสียค่าธรรมเนียมทุกครั้ง
  • ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 DBD ใช้คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ที่ 2/2569 ตรวจหลักฐานการลงทุนของผู้ถือหุ้นไทยเพิ่ม เมื่อบริษัทมีชาวต่างชาติร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม ทั้งตอนจัดตั้งและตอนจดแก้ไข
  • เก็บต้นฉบับ บอจ.2 แบบ ว. และรายงานการประชุมไว้ด้วยกัน เพราะเป็นชุดเอกสารที่ผู้สอบบัญชีและธนาคารขอดูเวลาเปิดบัญชีหรือขอสินเชื่อ

สรุป – หนังสือบริคณห์สนธิต้องจำอะไรบ้าง?

เอกสารก่อตั้งฉบับนี้กำหนดกรอบของบริษัทตั้งแต่วันแรก ยิ่งเขียนชัดและวางแผนล่วงหน้า ยิ่งไม่ต้องกลับมาแก้และเสียค่าธรรมเนียมซ้ำ

  • เป็นเอกสารก่อตั้งบริษัทจำกัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 1097–1099 ยื่นด้วยแบบ บอจ.2 ผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน
  • ต้องมีชื่อ จังหวัดที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ความรับผิดจำกัด ทุน (หุ้นละไม่ต่ำกว่า 5 บาท) ผู้เริ่มก่อการ และพยาน 2 คน
  • ค่าธรรมเนียมจด 50 บาทต่อทุนทุก 100,000 บาท (500–25,000 บาท) และต้องจดจัดตั้งบริษัทภายใน 3 ปี
  • แก้ไขด้วยมติพิเศษและแบบ บอจ.4 ส่วนสำเนาขอได้ทาง DBD e-Service หรือ e-Certificate หน้าละ 50 บาท

ถ้ากำลังจะตั้งบริษัท ลองร่างวัตถุประสงค์โดยไล่งานที่จะรับใน 3 ปีข้างหน้า แล้วคำนวณค่าธรรมเนียมจากทุนที่ตั้งใจจะจดแบบตารางของคุณนนท์ก่อนยื่น

วันที่จดจัดตั้งเสร็จ งานต่อไปคือออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ และใบกำกับภาษีให้ลูกค้าในนามบริษัท ซึ่งถ้าเริ่มจาก Excel จะต้องย้ายระบบอีกครั้งเมื่องานเยอะขึ้น

โปรแกรมบัญชี PEAK ออกเอกสารขายตั้งแต่ใบเสนอราคาจนถึงใบกำกับภาษี และบันทึกบัญชีจากเอกสารเหล่านั้นให้ตั้งแต่บริษัทเปิดวันแรก ขั้นตอนเตรียมตัวจดบริษัททั้งหมดอ่านต่อได้ที่บทความ เตรียมตัวจดทะเบียนบริษัท

ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่บทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี และบทความด้านธุรกิจ ของ PEAK

แหล่งอ้างอิง:


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนังสือบริคณห์สนธิ

หนังสือบริคณห์สนธิภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร?

เรียกว่า Memorandum of Association หรือย่อว่า MOA เวลาแปลเอกสารบริษัทเพื่อใช้กับคู่ค้าต่างประเทศ มักแปลคู่กับหนังสือรับรองบริษัท (Company Affidavit หรือ Company Certificate)

หนังสือบริคณห์สนธิมีอายุกี่ปี?

ไม่มีวันหมดอายุหลังจัดตั้งบริษัทแล้ว แต่ถ้าจดเอกสารนี้แล้วไม่จดจัดตั้งบริษัทภายใน 3 ปีนับแต่วันจด เอกสารจะสิ้นผล และต้องเริ่มจองชื่อและจดใหม่ทั้งหมด

ชาวต่างชาติเป็นผู้เริ่มก่อการได้ไหม?

ได้ คู่มือ DBD กำหนดเพียงว่าผู้เริ่มก่อการต้องเป็นบุคคลธรรมดาอายุไม่ต่ำกว่า 12 ปี แต่บริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นต้องดูเพิ่มว่าธุรกิจนั้นต้องขออนุญาตตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ และต้องเตรียมหลักฐานการลงทุนตามคำสั่ง DBD ที่ 2/2569

ขอเอกสารบริคณห์สนธิออนไลน์ได้ไหม?

ได้ทั้ง 2 แบบ ถ้าจะยื่นจดใหม่ให้ใช้ระบบ DBD Biz Regist ถ้าจะขอสำเนาของบริษัทที่จดแล้ว ให้ใช้ DBD e-Service หรือ e-Certificate ค่ารับรองสำเนาหน้าละ 50 บาท

ห้างหุ้นส่วนต้องมีหนังสือบริคณห์สนธิไหม?

ไม่ต้อง เอกสารนี้ใช้กับบริษัทจำกัดเท่านั้น ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนด้วยแบบคำขอของห้างหุ้นส่วนโดยตรง

กรอก บอจ.2 ผิดหลังยื่นไปแล้วต้องทำอย่างไร?

ถ้านายทะเบียนยังไม่รับจด ให้แก้ตามที่นายทะเบียนแจ้งแล้วยื่นใหม่ ถ้ารับจดและจัดตั้งบริษัทแล้ว ต้องแก้ด้วยมติพิเศษของผู้ถือหุ้นและจดทะเบียนแก้ไขด้วยแบบ บอจ.4 เสียค่าธรรมเนียมตามรายการที่แก้


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

สมัครใช้งานโปรแกรมบัญชี peak ฟรี