คลังความรู้บัญชี ภาษี และโปรแกรมบัญชีออนไลน์

ติดตามข้อมูลข่าวสาร บทความน่ารู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน และธุรกิจที่เป็นประโยชน์ สำหรับผู้ประกอบการและนักบัญชี

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

ล่าสุด

10 Jul 2026

PEAK Account

12 min

ภ.ง.ด.94 คืออะไร ใครต้องยื่น ยื่นเมื่อไหร่ พร้อมวิธีคำนวณภาษีครึ่งปี

ช่วง ก.ค.-ก.ย. ของทุกปี ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีครึ่งปี หลายคนไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์หรือเปล่า คำนวณอย่างไร ลดหย่อนอะไรได้บ้าง บทความนี้ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ ภ.ง.ด.94 พร้อมตัวอย่างคำนวณจากกรณีจริงของ SME ภ.ง.ด.94 คือแบบภาษีอะไร ภ.ง.ด.94 คือแบบฟอร์มที่ใช้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี โดยนำรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรก (1 ม.ค. ถึง 30 มิ.ย.) มาคำนวณและชำระภาษีล่วงหน้า ภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีถือเป็นการจ่ายล่วงหน้า ไม่ได้เป็นภาษีเพิ่ม เมื่อถึงปลายปีให้นำยอดนี้ไปหักออกจากภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90) ได้ ช่วยกระจายภาระให้ไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ทีเดียว นอกจากนี้ การยื่นภาษีครึ่งปียังเป็นจุดเช็คพอยต์ที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ ได้ทบทวนตัวเลขรายรับและค่าใช้จ่ายที่ผ่านมา เห็นภาพรวมก่อนวางแผนภาษีสิ้นปี ใครต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 บ้าง ผู้ที่ต้องยื่นคือบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ตามมาตรา 40(5) ถึง 40(8) ในช่วงครึ่งปีแรก รวมกันตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป (กรณีคนโสด) หรือ 120,000 บาท กรณีสมรส ส่วนคนที่มีเงินเดือนอย่างเดียว ซึ่งเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 เงินได้ 4 ประเภทที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 เงินได้ที่เข้าข่ายต้องยื่น ภ.ง.ด.94 มีเฉพาะ 4 ประเภทนี้เท่านั้น ภ.ง.ด.94 ยื่นเมื่อไหร่ กำหนดยื่นปี 2569 ยื่นแบบกระดาษได้ตั้งแต่ 1 ก.ค. ถึง 30 ก.ย. 2569 ถ้ายื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing กรมสรรพากร จะได้ขยายเวลาถึงวันที่ 8 ต.ค. 2569 ช่องทางกำหนดสุดท้ายยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากร30 ก.ย. 2569ยื่นออนไลน์ (e-Filing)8 ต.ค. 2569 ช่วงรายได้ที่นำมายื่นคือ 1 ม.ค. ถึง 30 มิ.ย. 2569 เท่านั้น ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.94 ต่างกันอย่างไร ภ.ง.ด.94 ยื่นภาษีครึ่งปีแรก ส่วน ภ.ง.ด.90 ยื่นภาษีประจำปีทั้งปี ทั้งสองเป็นคนละรอบกัน ไม่ได้ซ้ำซ้อน รายการภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี)ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี)ช่วงรายได้ม.ค. – มิ.ย.ม.ค. – ธ.ค.กำหนดยื่นก.ค. – ก.ย.ม.ค. – มี.ค. ปีถัดไปเงินได้ที่ยื่นเฉพาะ 40(5)-40(8)ทุกประเภท 40(1)-40(8)ค่าลดหย่อนใช้ได้เพียงกึ่งหนึ่งใช้ได้เต็มจำนวนภาษีที่จ่ายนำไปเครดิตตอนยื่น ภ.ง.ด.90ภาษีประจำปี วิธีคำนวณภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94 คำนวณภาษีครึ่งปีโดยนำรายได้ช่วง ม.ค.-มิ.ย. มาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แล้วคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันไดเหมือนภาษีสิ้นปี เงินได้สุทธิ = เงินได้ครึ่งปี − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน จากนั้นนำเงินได้สุทธิมาคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได เงินได้สุทธิ (บาท)อัตราภาษี0 – 150,000ยกเว้น150,001 – 300,0005%300,001 – 500,00010%500,001 – 750,00015%750,001 – 1,000,00020% ตัวอย่างคำนวณภาษีครึ่งปี สมมุติ นายสมชาย (ชื่อสมมุติ) เป็นที่ปรึกษาธุรกิจอิสระ มีรายได้ครึ่งปีแรก 480,000 บาท เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง 180,000 บาท เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย = 480,000 – 180,000 = 300,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว = 30,000 บาท (กึ่งหนึ่งของ 60,000) เงินได้สุทธิ = 300,000 – 30,000 = 270,000 บาท คำนวณภาษี 150,000 แรก = ยกเว้น 120,000 ถัดไป (ส่วนที่เกิน 150,000) = 120,000 × 5% = 6,000 บาท ภาษีที่ต้องจ่ายครึ่งปี = 6,000 บาท เมื่อสิ้นปี นายสมชายนำยอด 6,000 บาทนี้ไปหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายทั้งปีใน ภ.ง.ด.90 ค่าลดหย่อนที่ใช้กับ ภ.ง.ด.94 มีอะไรบ้าง ค่าลดหย่อนส่วนใหญ่ที่ใช้ได้ใน ภ.ง.ด.94 จะเหลือเพียงกึ่งหนึ่งของจำนวนเต็มปี ตัวอย่างเช่น ค่าลดหย่อนเต็มปี (ภ.ง.ด.90)ครึ่งปี (ภ.ง.ด.94)ส่วนตัว60,000 บาท30,000 บาทคู่สมรส (ไม่มีรายได้)60,000 บาท30,000 บาทบุตร (คนละ)30,000 บาท15,000 บาทบิดามารดา (คนละ)30,000 บาท15,000 บาทประกันชีวิต10,000 แรก กึ่งหนึ่ง ส่วนเกินตามจริงไม่เกิน 90,000ตามที่จ่ายจริง ม.ค.-มิ.ย.ดอกเบี้ยบ้าน10,000 แรก กึ่งหนึ่ง ส่วนเกินตามจริงไม่เกิน 90,000ตามที่จ่ายจริง ม.ค.-มิ.ย. สำหรับมาตรการลดหย่อนพิเศษอื่น เช่น Easy E-Receipt ที่เคยมีในปีก่อน ให้ตรวจสอบประกาศจากกรมสรรพากรว่าปีภาษี 2569 มีมาตรการใดที่ใช้ได้บ้าง ข้อควรระวัง: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. และกองทุนครู ไม่สามารถนำมาลดหย่อนใน ภ.ง.ด.94 ได้ ต้องใช้ตอนยื่นภาษีสิ้นปีเท่านั้น ยื่น ภ.ง.ด.94 ช่องทางไหนได้บ้าง ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing กรมสรรพากร ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าระบบ เลือกแบบภาษีครึ่งปี กรอกข้อมูลเงินได้และค่าลดหย่อน แล้วยืนยันการส่งแบบ ถ้าต้องการยื่นกระดาษ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเว็บไซต์กรมสรรพากร กรอกข้อมูลแล้วนำไปยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หลังจากยื่นแบบแล้ว สามารถเลือกช่องทางชำระภาษีได้หลายทาง เช่น Internet Banking, บัตรเครดิต, QR Code หรือชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ไม่ยื่น ภ.ง.ด.94 มีโทษอะไร ถ้าเข้าเกณฑ์ต้องยื่นแล้วไม่ยื่น จะเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และถูกคิดเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดยื่น ตัวอย่างเช่น นายสมชายมีภาษีครึ่งปีที่ต้องจ่าย 6,000 บาท แต่ไม่ได้ยื่น เมื่อยื่นภาษีสิ้นปีจะถูกคิดเงินเพิ่มจากยอด 6,000 บาท ในอัตรา 1.5% ต่อเดือน นับตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป ยิ่งปล่อยนานยิ่งจ่ายเพิ่มมาก แม้จะยื่นภาษีปลายปีทีเดียวก็ได้ แต่ภาษีที่ควรจ่ายตอนครึ่งปีจะถูกคิดเงินเพิ่มย้อนหลัง การยื่นตรงเวลาจึงช่วยประหยัดค่าปรับและกระจายภาระภาษีได้ดีกว่า สรุป ภ.ง.ด.94 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีครึ่งปี สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนยื่นมีเพียง 3 อย่าง คือ ข้อมูลรายรับครึ่งปีแรก หลักฐานค่าใช้จ่าย และรายการค่าลดหย่อนที่ใช้ได้ (จำไว้ว่าใช้ได้เพียงกึ่งหนึ่ง) เมื่อเตรียมครบแล้ว คำนวณตามขั้นบันได แล้วยื่นแบบให้ทันกำหนด 30 ก.ย. หรือ 8 ต.ค. ถ้ายื่นออนไลน์ จัดการรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระบบด้วย PEAK ผู้ประกอบการที่ต้องยื่นภาษีครึ่งปี จำเป็นต้องมีข้อมูลรายรับ-รายจ่ายที่ถูกต้องครบถ้วน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายรับ-รายจ่ายอัตโนมัติ ดูสรุปยอดได้ทุกเมื่อ HR สามารถดึงข้อมูลไปออกเอกสารได้ทันที ทำให้เตรียมตัวยื่นภาษีได้ง่ายขึ้น ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ ภ.ง.ด.94 มีเงินเดือนอย่างเดียว ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ไหม ไม่ต้อง เงินเดือนเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ไม่อยู่ในเกณฑ์ แต่ถ้ามีรายได้เสริมจากงานที่ปรึกษาหรือรับเหมาด้วย ส่วนรายได้เสริมนั้นต้องนำมาพิจารณา ยื่น ภ.ง.ด.94 แล้ว ต้องยื่นภาษีปลายปีอีกไหม ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 อีกครั้งตอนต้นปีถัดไป โดยนำรายได้ทั้ง 12 เดือนมาคำนวณใหม่ แล้วหักภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีออก ถ้าจ่ายเกินก็ขอคืนได้ จ่ายภาษีครึ่งปีไปแล้ว แต่สิ้นปีคำนวณใหม่แล้วจ่ายเกิน ขอคืนได้ไหม ได้ เมื่อยื่น ภ.ง.ด.90 ตอนสิ้นปี ระบบจะนำภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีมาหักออกอัตโนมัติ ถ้ารายได้ครึ่งปีหลังน้อยกว่าครึ่งปีแรกจนภาษีทั้งปีต่ำกว่ายอดที่จ่ายไปแล้ว สามารถยื่นขอคืนเงินภาษีส่วนต่างจากกรมสรรพากรได้ คำนวณภาษีครึ่งปีแล้วไม่ถึงเกณฑ์ต้องจ่าย จำเป็นต้องยื่นไหม ถ้ามีเงินได้ถึงเกณฑ์ 60,000 บาท ยังคงมีหน้าที่ยื่นแบบ แม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องจ่าย เพราะหน้าที่ยื่นแบบกับการมีภาษีต้องชำระเป็นคนละเรื่องกันถูกต้อง ที่สำคัญคือใช้งานง่าย ใช้เวลาศึกษาไม่นานก็สามารถจัดการระบบบัญชีของธุรกิจให้เป็นระเบียบมากขึ้น เตรียมความพร้อมสู่การเติบโตในอนาคต! ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

10 Jul 2026

Main ASC Team

13 min

สินทรัพย์ คืออะไร มีกี่ประเภท สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

เปิดงบการเงินมาเจอคำว่า “สินทรัพย์” อยู่แทบทุกหน้า แต่เจ้าของกิจการหลายคนยังแยกไม่ออกว่าอะไรนับเป็นสินทรัพย์ อะไรเป็นแค่ค่าใช้จ่าย ซื้อโน้ตบุ๊กมาทำงานบันทึกบัญชีอย่างไร แล้วต่างจาก “ทรัพย์สิน” ตรงไหน บทความนี้จะตอบทุกคำถามเรื่องสินทรัพย์ที่ SME ต้องรู้ ตั้งแต่ความหมาย ประเภท ไปจนถึงตัวอย่างจริงที่ใช้ได้ทันที สินทรัพย์คืออะไร สินทรัพย์ หรือ Asset ในภาษาอังกฤษ คือสิ่งที่ธุรกิจมีอยู่ในมือและสามารถสร้างรายได้หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ ตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน NPAEs ของสภาวิชาชีพบัญชี สิ่งที่จะนับเป็นสินทรัพย์ทางบัญชีได้ต้องเข้าเงื่อนไข 3 ข้อพร้อมกัน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เงินฝากธนาคาร สินค้าที่รอขาย คอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำงาน หรือแม้แต่ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ล้วนเข้าเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อ จึงบันทึกเป็นสินทรัพย์ในงบการเงินได้ทั้งหมด สินทรัพย์กับทรัพย์สิน ต่างกันตรงไหน หลายคนใช้คำว่า “สินทรัพย์” กับ “ทรัพย์สิน” สลับกัน แต่ทั้งสองคำมีที่มาต่างกัน ทรัพย์สิน (Property) เป็นคำทางกฎหมาย หมายถึงวัตถุทั้งที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่ถือครองได้และมีมูลค่าเป็นเงิน เน้นที่ “กรรมสิทธิ์” คือต้องเป็นเจ้าของ สินทรัพย์ (Asset) เป็นคำทางบัญชี มีความหมายกว้างกว่า เพราะเน้นที่ “การควบคุม” ตัวอย่างเช่น เครื่องจักรที่เช่าการเงินระยะยาว บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่บันทึกในงบการเงินได้เพราะใช้ประโยชน์ตลอดสัญญา จำง่ายๆ ว่าทรัพย์สินเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ สินทรัพย์มีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง ในทางบัญชี สินทรัพย์แบ่งได้หลายมุม มุมแรกที่ใช้บ่อยที่สุดคือแบ่งตามระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ประโยชน์ ได้แก่ หมุนเวียนกับไม่หมุนเวียน สินทรัพย์หมุนเวียน สินทรัพย์หมุนเวียนคือสินทรัพย์ที่คาดว่าจะเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือใช้หมดไปภายใน 1 ปี เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงเหลือ สินทรัพย์กลุ่มนี้บอกถึงสภาพคล่องของธุรกิจว่ามีเงินหมุนเวียนเพียงพอหรือไม่ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความสินทรัพย์หมุนเวียน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนคือสินทรัพย์ที่กิจการถือไว้ใช้งานนานกว่า 1 ปี เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และยานพาหนะ สินทรัพย์กลุ่มนี้ต้องคำนวณค่าเสื่อมราคาทุกปี (ยกเว้นที่ดิน) เพื่อกระจายต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน มีอะไรบ้าง สินทรัพย์มีตัวตนกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน อีกมุมหนึ่งที่ใช้แบ่งคือดูว่าจับต้องได้หรือไม่ สินทรัพย์มีตัวตน (Tangible Assets) คือของที่จับต้องได้ เช่น อาคาร เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ รถขนส่ง สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) คือของที่มองไม่เห็นแต่มีมูลค่า เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ทั้งสองชนิดอยู่ในกลุ่มไม่หมุนเวียน และต้องทยอยตัดมูลค่าตามอายุการให้ประโยชน์ ซื้อของมาเมื่อไรถือเป็นสินทรัพย์ เมื่อไรเป็นค่าใช้จ่าย นี่เป็นคำถามที่เจ้าของ SME สับสนบ่อยที่สุด หลักง่ายๆ คือดูที่ “อายุการใช้งาน” และ “มูลค่า” ถ้าของที่ซื้อมาใช้ได้นานกว่า 1 ปี และมีมูลค่าสูงพอ ให้บันทึกเป็นสินทรัพย์ แล้วทยอยตัดค่าเสื่อมราคาทุกปี แต่ถ้าของที่ซื้อมาใช้หมดเร็วหรือมูลค่าต่ำ ให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันที ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซื้อโน้ตบุ๊กราคา 35,000 บาท คาดว่าจะใช้งาน 3 ปี กรณีนี้บันทึกเป็นสินทรัพย์ แล้วตัดค่าเสื่อมราคาปีละประมาณ 11,667 บาท แต่ถ้าซื้อหมึกพิมพ์ราคา 500 บาท ใช้หมดภายในเดือน ก็บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้เลย ในทางปฏิบัติ หลายกิจการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ เช่น ของที่มีราคาต่ำกว่า 2,000 บาท ให้ตัดเป็นค่าใช้จ่ายทันทีแม้ว่าจะใช้ได้นานกว่า 1 ปี สินทรัพย์แสดงในงบการเงินอย่างไร สินทรัพย์แสดงอยู่ฝั่งซ้ายของงบแสดงฐานะการเงิน (เดิมเรียกว่างบดุล) โดยเรียงจากสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงสุดไปต่ำสุด เริ่มจากเงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ ไปจนถึงที่ดินและอาคาร สมการบัญชีพื้นฐานคือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ สมการนี้บอกว่า ทุกอย่างที่ธุรกิจมีต้องมาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง คือกู้ยืมมา (หนี้สิน) หรือเจ้าของลงทุนเอง (ส่วนของเจ้าของ) สมการนี้ต้องสมดุลเสมอ ถ้าไม่สมดุลแสดงว่ามีรายการบันทึกผิดพลาด ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ตัวอย่าง จำกัด มีเงินสดในมือ 500,000 บาท สินค้าคงเหลือ 300,000 บาท และอุปกรณ์สำนักงาน 200,000 บาท รวมเท่ากับ 1,000,000 บาท ฝั่งขวาของงบจะแสดงว่าเงิน 1 ล้านบาทนี้มาจากเงินกู้ธนาคาร 400,000 บาท (หนี้สิน) กับเจ้าของลงทุนเอง 600,000 บาท (ส่วนของเจ้าของ) รวมเท่ากับ 1,000,000 บาทเช่นกัน ตัวอย่างสินทรัพย์ของธุรกิจ SME ประเภทธุรกิจ ตัวอย่างสินทรัพย์หมุนเวียน ตัวอย่างสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ร้านค้าส่ง เงินสด ลูกหนี้ สินค้าในคลัง คลังสินค้า รถขนส่ง ชั้นวาง สำนักงานบัญชี เงินฝากธนาคาร ลูกหนี้ค่าบริการ คอมพิวเตอร์ โปรแกรมบัญชี เฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจบริการซ่อมบำรุง เงินสด วัสดุสิ้นเปลืองที่สต็อก เครื่องมือช่าง รถบริการ อุปกรณ์ จะเห็นว่าธุรกิจแต่ละประเภทมีองค์ประกอบแตกต่างกัน ร้านค้าส่งจะมีสินค้าคงเหลือเป็นตัวหลักในฝั่งหมุนเวียน ขณะที่สำนักงานบัญชีจะมีลูกหนี้ค่าบริการเป็นหลักแทน การจัดหมวดให้ถูกต้องช่วยให้งบการเงินสะท้อนสถานะธุรกิจได้จริง นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการคำนวณภาษี เพราะรายการที่บันทึกเป็นของใช้ระยะยาวจะตัดค่าเสื่อมราคาได้ทุกปี ต่างจากรายการที่ตัดเป็นค่าใช้จ่ายทีเดียว หากจัดหมวดผิดอาจทำให้เสียภาษีเกินหรือขาดได้ สรุป: สินทรัพย์คือพื้นฐานที่เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจ จัดการสินทรัพย์ให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK ช่วยให้คุณบันทึกทะเบียนสินทรัพย์ได้ง่าย คำนวณค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติ และแสดงข้อมูลสินทรัพย์ในงบการเงินได้ทันที ไม่ต้องคำนวณเอง คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับสินทรัพย์ สินทรัพย์มีตัวตนกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ต่างกันอย่างไร สินทรัพย์มีตัวตนคือสิ่งที่จับต้องได้ เช่น อาคาร รถยนต์ เครื่องจักร ส่วนสินทรัพย์ไม่มีตัวตนคือสิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีมูลค่าทางธุรกิจ เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ทั้งสองชนิดอยู่ในกลุ่มไม่หมุนเวียนเหมือนกัน แต่วิธีวัดมูลค่าและการตรวจนับทางบัญชีแตกต่างกัน เพราะของที่จับต้องไม่ได้จะตรวจสอบความมีอยู่จริงได้ยากกว่า ซื้อคอมพิวเตอร์ถือเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกิจการ บางบริษัทกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ที่ 2,000 บาท บางแห่งกำหนดที่ 5,000 บาท หากราคาซื้อสูงกว่าเกณฑ์ก็บันทึกเป็นอุปกรณ์สำนักงาน (สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน) ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อกำหนดเกณฑ์ที่เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ สินทรัพย์ ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร สินทรัพย์ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Asset (เอียดเซ็ท) เมื่อพูดถึงสินทรัพย์รวมของกิจการจะใช้คำว่า Assets (พหูพจน์) ส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนคือ Current Assets และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนคือ Non-Current Assets ที่ดินเป็นสินทรัพย์ประเภทใด ที่ดินจัดเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนประเภทมีตัวตน อยู่ในหมวด ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ข้อพิเศษของที่ดินคือไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา เพราะที่ดินไม่เสื่อมสภาพจากการใช้งานตามกาลเวลา สินทรัพย์สำคัญต่อการขอสินเชื่อธุรกิจอย่างไร ธนาคารดูมูลค่าสินทรัพย์ในงบการเงินเพื่อประเมินความมั่นคงของธุรกิจ กิจการที่มีสินทรัพย์สูงกว่าหนี้สินมากจะได้รับการพิจารณาสินเชื่อง่ายกว่า นอกจากนี้สินทรัพย์ถาวร เช่น ที่ดินหรืออาคาร ยังใช้เป็นหลักค้ำประกันสินเชื่อได้อีกด้วย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

10 Jul 2026

Main ASC Team

14 min

หนังสือรับรองบริษัทคืออะไร ใช้เมื่อไร พร้อมวิธีคัดออนไลน์

เจ้าของกิจการหลายคนเพิ่งรู้ว่าต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทก็ตอนที่ธนาคารหรือคู่ค้าร้องขอ พอถึงเวลาจริงกลับไม่แน่ใจว่าต้องขอจากไหน เอกสารมีอายุกี่เดือน หรือต่างจาก บอจ.5 ตรงไหน บทความนี้ตอบครบทุกคำถามเรื่องหนังสือรับรองบริษัท ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงวิธีคัดออนไลน์ด้วยตัวเอง พร้อมค่าธรรมเนียมและข้อควรระวัง หนังสือรับรองบริษัทคืออะไร มีข้อมูลอะไรบ้าง หนังสือรับรองบริษัท คือเอกสารที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ออกให้ เพื่อยืนยันว่าบริษัทจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและมีตัวตนจริง เปรียบเหมือนบัตรประชาชนของบริษัท ที่คู่ค้าและธนาคารใช้ตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานได้ทันที เอกสารนี้เรียกเป็นทางการว่า “หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล” ข้อมูลที่ระบุมี 5 รายการหลัก ได้แก่ ตัวอย่างเช่น บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท มีกรรมการ 2 คน ลงนามร่วมกัน ข้อมูลทั้งหมดจะแสดงในหนังสือรับรองฉบับเดียว ธุรกิจต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทเมื่อไร กิจการมักต้องใช้หนังสือรับรองในหลายสถานการณ์ โดยแต่ละหน่วยงานกำหนดอายุเอกสารที่ยอมรับต่างกัน (ดูรายละเอียดอายุในหัวข้อ “ใช้ได้กี่เดือน”) เปิดบัญชีธนาคาร ธนาคารทุกแห่งกำหนดให้ใช้หนังสือรับรองคู่กับ บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น) เพื่อตรวจสอบอำนาจลงนาม ควรคัดหนังสือรับรองออนไลน์ล่วงหน้า 1 ถึง 2 วันก่อนนัดเปิดบัญชี ยื่นประมูลงานราชการ เอกสารประกอบซองประมูลต้องมีหนังสือรับรองเสมอ ควรเผื่อเวลาคัดเอกสารก่อนวันยื่นซองอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ข้อดีของการคัดหนังสือรับรองออนไลน์คือทำได้ทุกวันรวมวันหยุด ขอสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารและสถาบันการเงินใช้หนังสือรับรองยืนยันสถานะกิจการก่อนอนุมัติวงเงิน บางแห่งขอหนังสือรับรองพร้อมงบการเงินและ บอจ.5 ด้วย ซึ่งขอพร้อมกันได้ในระบบ e-Service ยืนยันตัวตนกิจการใน PEAK การ Verify กิจการบน PEAK ต้องใช้หนังสือรับรองเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและป้องกันการถูกแอบอ้าง กิจการที่ Verify แล้วจะแสดงเครื่องหมายยืนยันบนระบบ วิธีคัดหนังสือรับรองบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD e-Service ระบบ DBD e-Service เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06:00 ถึง 21:00 น. รวมวันหยุดราชการ บุคคลทั่วไปสามารถคัดหนังสือรับรองของบริษัทใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของหรือผู้เกี่ยวข้อง (ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบ e-Service เข้าเว็บไซต์ ebiz.dbd.go.th แล้วกดลงทะเบียน กรอกข้อมูล Username, Password และข้อมูลติดต่อ เมื่อลงทะเบียนเสร็จให้เข้าสู่ระบบด้วย Username ที่สร้างไว้ หากเคยลงทะเบียนแล้วให้ล็อกอินได้ทันที เลือกเอกสารและค้นหาบริษัท เลือก “หนังสือรับรอง” เป็นประเภทเอกสารที่ต้องการ หากต้องการ บอจ.5 หรืองบการเงินด้วย สามารถเลือกเพิ่มในขั้นตอนเดียวกัน จากนั้นกรอกเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ระบบรองรับการขอเอกสารหลายบริษัทพร้อมกัน ตรวจสอบรายการและชำระเงิน ระบบจะแสดงค่าธรรมเนียมรวมให้ตรวจสอบก่อนยืนยัน เลือกรูปแบบใบเสร็จได้ทั้งในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล จากนั้นกดพิมพ์ใบนำชำระเงิน ชำระได้หลายช่องทาง ทั้งสแกน QR Code, Internet Banking หรือที่เคาน์เตอร์ธนาคาร รับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อชำระเงินเสร็จ กลับมาที่หน้า “ติดตามสถานะ” ในระบบ e-Service เอกสารจะพร้อมดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF ที่มีลายเซ็นดิจิทัลของ DBD หากเลือกรับเอกสารตัวจริง DBD จะจัดส่งทางไปรษณีย์ ค่าธรรมเนียมคัดหนังสือรับรอง ออนไลน์ vs ไปสำนักงาน ค่าธรรมเนียมแตกต่างตามช่องทางและประเภทเอกสาร (ข้อมูลจาก เอกสารแนะนำ DBD e-Certificate) เอกสาร ออนไลน์ (e-Service) ที่สำนักงาน DBD หนังสือรับรองนิติบุคคล 200 บาท รายการละ 40 บาท (ปกติ 5 รายการ รวม 200 บาท) ค่าบริการธนาคาร 150 บาท ไม่มี รวมหนังสือรับรอง 350 บาท 200 บาท รับรองสำเนา บอจ.5 150 บาท หน้าละ 50 บาท ตัวอย่างเช่น คัดหนังสือรับรองออนไลน์พร้อม บอจ.5 จะเสียค่าธรรมเนียมรวม 200 + 150 + ค่าบริการธนาคาร 150 = 500 บาท การขอออนไลน์มีค่าบริการธนาคารเพิ่ม 150 บาท แต่ประหยัดเวลาเดินทางและรอคิว นิติบุคคลใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ลดค่าธรรมเนียมครึ่งราคา หนังสือรับรองบริษัทใช้ได้กี่เดือน กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุการใช้งานของหนังสือรับรอง แต่หน่วยงานที่รับเอกสารจะกำหนดเอง ดังนี้ หน่วยงานปลายทาง อายุที่ยอมรับ ตัวอย่างการใช้งาน ธนาคาร ไม่เกิน 1 เดือน เปิดบัญชี ขอสินเชื่อ หน่วยงานราชการ ไม่เกิน 3 เดือน ประมูลงาน ขอใบอนุญาต คู่ค้าเอกชน 3 ถึง 6 เดือน ทำสัญญา ยื่นเป็นคู่ค้า PEAK Verify กิจการ ไม่เกิน 3 เดือน ยืนยันตัวตนกิจการบน PEAK ควรคัดหนังสือรับรองออนไลน์ใกล้วันที่ใช้งานมากที่สุด เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุก่อนยื่น หนังสือรับรองบริษัทกับ บอจ.5 ต่างกันอย่างไร หลายกิจการสับสนว่าต้องขอเอกสารไหน เพราะธนาคารมักขอทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน รายการ หนังสือรับรองบริษัท บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น) ออกโดย DBD รับรอง DBD รับรองสำเนา ข้อมูลหลัก ชื่อ ที่ตั้ง ทุน กรรมการ วัตถุประสงค์ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น สัดส่วนการถือหุ้น ใช้เมื่อ ยืนยันตัวตนบริษัท ตรวจสอบอำนาจกรรมการ ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น สรุปง่าย ๆ คือ หนังสือรับรองบอกว่า “บริษัทนี้คือใคร” ส่วน บอจ.5 บอกว่า “ใครเป็นเจ้าของ” หากต้องเปิดบัญชีธนาคาร ควรขอทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน ข้อควรระวังเมื่อคัดหนังสือรับรองออนไลน์ สรุป: คัดหนังสือรับรองออนไลน์ง่ายกว่าที่คิด การคัดหนังสือรับรองบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD e-Service ทำได้ 4 ขั้นตอน คือลงทะเบียน เลือกเอกสาร ชำระเงิน แล้วดาวน์โหลด ใช้เวลาไม่เกิน 1 วันทำการ สิ่งสำคัญที่สุดคือคัดเอกสารให้ใกล้วันใช้งาน และเลือกอายุให้ตรงกับที่หน่วยงานปลายทางกำหนด จัดการเอกสารธุรกิจให้เป็นระบบด้วย PEAK เมื่อมีหนังสือรับรองพร้อมแล้ว กิจการสามารถใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ จัดการเอกสารทางการเงินได้ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน จนถึงใบกำกับภาษี คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนังสือรับรองบริษัท คัดหนังสือรับรองบริษัทออนไลน์ใช้เวลากี่วัน การขอแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์จะได้รับเอกสารภายในวันทำการเดียวกัน หลังระบบตรวจสอบการชำระเงินเรียบร้อย หากเลือกรับเอกสารตัวจริงทางไปรษณีย์จะใช้เวลาเพิ่มอีก 3 ถึง 5 วันทำการ ขอหนังสือรับรองบริษัทของบริษัทอื่นได้ไหม ได้ เพราะข้อมูลนิติบุคคลเป็นข้อมูลสาธารณะ ไม่ต้องแนบหนังสือมอบอำนาจหรือแสดงเหตุผล เพียงชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด (ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) หนังสือรับรองอิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนฉบับจริงได้หรือไม่ ได้ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์จาก DBD มีลายเซ็นดิจิทัลรับรอง ถือเป็นเอกสารต้นฉบับทางราชการ ธนาคารและหน่วยงานราชการส่วนใหญ่ยอมรับ (ข้อมูลจาก เอกสารแนะนำ DBD e-Certificate) สามารถตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารได้ที่หน้า “ตรวจสอบเอกสาร” บนเว็บ DBD e-Service ขอหนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนออนไลน์ได้ไหม ได้ ระบบ DBD e-Service รองรับทั้งบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน และบริษัทมหาชนจำกัด ขั้นตอนและค่าธรรมเนียมเหมือนกันทุกประเภทนิติบุคคล เพียงกรอกเลขทะเบียน 13 หลัก ขอหนังสือรับรองบริษัทผ่านธนาคารทำอย่างไร นอกจาก e-Service แล้ว กิจการยังขอผ่านสาขาธนาคารที่ร่วมโครงการ DBD e-Certificate ได้ ปัจจุบันมี 10 ธนาคาร เช่น กสิกรไทย กรุงไทย กรุงเทพ ไทยพาณิชย์ รวมกว่า 4,000 สาขาทั่วประเทศ ค่าธรรมเนียมเท่ากับการขอผ่าน e-Service แจ้งเลขทะเบียนนิติบุคคลที่สาขาได้ทันที ขอหนังสือรับรองบริษัทภาษาอังกฤษออนไลน์ได้ไหม ได้ DBD มีระบบแยกต่างหากที่ encert.dbd.go.th สำหรับขอหนังสือรับรองฉบับภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 1,200 บาท (ค่ากฎกระทรวง 200 + ค่าดำเนินการแปล 1,000 บาท) เหมาะสำหรับกิจการที่ต้องใช้เอกสารทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ระบบนี้แยกจาก e-Service ที่ออกฉบับภาษาไทย หากต้องนำไปใช้ต่างประเทศอาจต้องรับรองเอกสารเพิ่มที่กระทรวงการต่างประเทศ (Legalization) ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

บัญชี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี

อ่านบทความเพิ่มเติม

10 Jul 2026

Main ASC Team

13 min

สินทรัพย์ คืออะไร มีกี่ประเภท สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

เปิดงบการเงินมาเจอคำว่า “สินทรัพย์” อยู่แทบทุกหน้า แต่เจ้าของกิจการหลายคนยังแยกไม่ออกว่าอะไรนับเป็นสินทรัพย์ อะไรเป็นแค่ค่าใช้จ่าย ซื้อโน้ตบุ๊กมาทำงานบันทึกบัญชีอย่างไร แล้วต่างจาก “ทรัพย์สิน” ตรงไหน บทความนี้จะตอบทุกคำถามเรื่องสินทรัพย์ที่ SME ต้องรู้ ตั้งแต่ความหมาย ประเภท ไปจนถึงตัวอย่างจริงที่ใช้ได้ทันที สินทรัพย์คืออะไร สินทรัพย์ หรือ Asset ในภาษาอังกฤษ คือสิ่งที่ธุรกิจมีอยู่ในมือและสามารถสร้างรายได้หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ ตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน NPAEs ของสภาวิชาชีพบัญชี สิ่งที่จะนับเป็นสินทรัพย์ทางบัญชีได้ต้องเข้าเงื่อนไข 3 ข้อพร้อมกัน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เงินฝากธนาคาร สินค้าที่รอขาย คอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำงาน หรือแม้แต่ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ล้วนเข้าเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อ จึงบันทึกเป็นสินทรัพย์ในงบการเงินได้ทั้งหมด สินทรัพย์กับทรัพย์สิน ต่างกันตรงไหน หลายคนใช้คำว่า “สินทรัพย์” กับ “ทรัพย์สิน” สลับกัน แต่ทั้งสองคำมีที่มาต่างกัน ทรัพย์สิน (Property) เป็นคำทางกฎหมาย หมายถึงวัตถุทั้งที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่ถือครองได้และมีมูลค่าเป็นเงิน เน้นที่ “กรรมสิทธิ์” คือต้องเป็นเจ้าของ สินทรัพย์ (Asset) เป็นคำทางบัญชี มีความหมายกว้างกว่า เพราะเน้นที่ “การควบคุม” ตัวอย่างเช่น เครื่องจักรที่เช่าการเงินระยะยาว บริษัทไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่บันทึกในงบการเงินได้เพราะใช้ประโยชน์ตลอดสัญญา จำง่ายๆ ว่าทรัพย์สินเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ สินทรัพย์มีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง ในทางบัญชี สินทรัพย์แบ่งได้หลายมุม มุมแรกที่ใช้บ่อยที่สุดคือแบ่งตามระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้ประโยชน์ ได้แก่ หมุนเวียนกับไม่หมุนเวียน สินทรัพย์หมุนเวียน สินทรัพย์หมุนเวียนคือสินทรัพย์ที่คาดว่าจะเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือใช้หมดไปภายใน 1 ปี เช่น เงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงเหลือ สินทรัพย์กลุ่มนี้บอกถึงสภาพคล่องของธุรกิจว่ามีเงินหมุนเวียนเพียงพอหรือไม่ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความสินทรัพย์หมุนเวียน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนคือสินทรัพย์ที่กิจการถือไว้ใช้งานนานกว่า 1 ปี เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร และยานพาหนะ สินทรัพย์กลุ่มนี้ต้องคำนวณค่าเสื่อมราคาทุกปี (ยกเว้นที่ดิน) เพื่อกระจายต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน มีอะไรบ้าง สินทรัพย์มีตัวตนกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน อีกมุมหนึ่งที่ใช้แบ่งคือดูว่าจับต้องได้หรือไม่ สินทรัพย์มีตัวตน (Tangible Assets) คือของที่จับต้องได้ เช่น อาคาร เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ รถขนส่ง สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) คือของที่มองไม่เห็นแต่มีมูลค่า เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ทั้งสองชนิดอยู่ในกลุ่มไม่หมุนเวียน และต้องทยอยตัดมูลค่าตามอายุการให้ประโยชน์ ซื้อของมาเมื่อไรถือเป็นสินทรัพย์ เมื่อไรเป็นค่าใช้จ่าย นี่เป็นคำถามที่เจ้าของ SME สับสนบ่อยที่สุด หลักง่ายๆ คือดูที่ “อายุการใช้งาน” และ “มูลค่า” ถ้าของที่ซื้อมาใช้ได้นานกว่า 1 ปี และมีมูลค่าสูงพอ ให้บันทึกเป็นสินทรัพย์ แล้วทยอยตัดค่าเสื่อมราคาทุกปี แต่ถ้าของที่ซื้อมาใช้หมดเร็วหรือมูลค่าต่ำ ให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันที ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซื้อโน้ตบุ๊กราคา 35,000 บาท คาดว่าจะใช้งาน 3 ปี กรณีนี้บันทึกเป็นสินทรัพย์ แล้วตัดค่าเสื่อมราคาปีละประมาณ 11,667 บาท แต่ถ้าซื้อหมึกพิมพ์ราคา 500 บาท ใช้หมดภายในเดือน ก็บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้เลย ในทางปฏิบัติ หลายกิจการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ เช่น ของที่มีราคาต่ำกว่า 2,000 บาท ให้ตัดเป็นค่าใช้จ่ายทันทีแม้ว่าจะใช้ได้นานกว่า 1 ปี สินทรัพย์แสดงในงบการเงินอย่างไร สินทรัพย์แสดงอยู่ฝั่งซ้ายของงบแสดงฐานะการเงิน (เดิมเรียกว่างบดุล) โดยเรียงจากสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงสุดไปต่ำสุด เริ่มจากเงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ ไปจนถึงที่ดินและอาคาร สมการบัญชีพื้นฐานคือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ สมการนี้บอกว่า ทุกอย่างที่ธุรกิจมีต้องมาจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง คือกู้ยืมมา (หนี้สิน) หรือเจ้าของลงทุนเอง (ส่วนของเจ้าของ) สมการนี้ต้องสมดุลเสมอ ถ้าไม่สมดุลแสดงว่ามีรายการบันทึกผิดพลาด ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ตัวอย่าง จำกัด มีเงินสดในมือ 500,000 บาท สินค้าคงเหลือ 300,000 บาท และอุปกรณ์สำนักงาน 200,000 บาท รวมเท่ากับ 1,000,000 บาท ฝั่งขวาของงบจะแสดงว่าเงิน 1 ล้านบาทนี้มาจากเงินกู้ธนาคาร 400,000 บาท (หนี้สิน) กับเจ้าของลงทุนเอง 600,000 บาท (ส่วนของเจ้าของ) รวมเท่ากับ 1,000,000 บาทเช่นกัน ตัวอย่างสินทรัพย์ของธุรกิจ SME ประเภทธุรกิจ ตัวอย่างสินทรัพย์หมุนเวียน ตัวอย่างสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ร้านค้าส่ง เงินสด ลูกหนี้ สินค้าในคลัง คลังสินค้า รถขนส่ง ชั้นวาง สำนักงานบัญชี เงินฝากธนาคาร ลูกหนี้ค่าบริการ คอมพิวเตอร์ โปรแกรมบัญชี เฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจบริการซ่อมบำรุง เงินสด วัสดุสิ้นเปลืองที่สต็อก เครื่องมือช่าง รถบริการ อุปกรณ์ จะเห็นว่าธุรกิจแต่ละประเภทมีองค์ประกอบแตกต่างกัน ร้านค้าส่งจะมีสินค้าคงเหลือเป็นตัวหลักในฝั่งหมุนเวียน ขณะที่สำนักงานบัญชีจะมีลูกหนี้ค่าบริการเป็นหลักแทน การจัดหมวดให้ถูกต้องช่วยให้งบการเงินสะท้อนสถานะธุรกิจได้จริง นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการคำนวณภาษี เพราะรายการที่บันทึกเป็นของใช้ระยะยาวจะตัดค่าเสื่อมราคาได้ทุกปี ต่างจากรายการที่ตัดเป็นค่าใช้จ่ายทีเดียว หากจัดหมวดผิดอาจทำให้เสียภาษีเกินหรือขาดได้ สรุป: สินทรัพย์คือพื้นฐานที่เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจ จัดการสินทรัพย์ให้เป็นระบบด้วย PEAK PEAK ช่วยให้คุณบันทึกทะเบียนสินทรัพย์ได้ง่าย คำนวณค่าเสื่อมราคาให้อัตโนมัติ และแสดงข้อมูลสินทรัพย์ในงบการเงินได้ทันที ไม่ต้องคำนวณเอง คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับสินทรัพย์ สินทรัพย์มีตัวตนกับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ต่างกันอย่างไร สินทรัพย์มีตัวตนคือสิ่งที่จับต้องได้ เช่น อาคาร รถยนต์ เครื่องจักร ส่วนสินทรัพย์ไม่มีตัวตนคือสิ่งที่มองไม่เห็นแต่มีมูลค่าทางธุรกิจ เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ทั้งสองชนิดอยู่ในกลุ่มไม่หมุนเวียนเหมือนกัน แต่วิธีวัดมูลค่าและการตรวจนับทางบัญชีแตกต่างกัน เพราะของที่จับต้องไม่ได้จะตรวจสอบความมีอยู่จริงได้ยากกว่า ซื้อคอมพิวเตอร์ถือเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกิจการ บางบริษัทกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ที่ 2,000 บาท บางแห่งกำหนดที่ 5,000 บาท หากราคาซื้อสูงกว่าเกณฑ์ก็บันทึกเป็นอุปกรณ์สำนักงาน (สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน) ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อกำหนดเกณฑ์ที่เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ สินทรัพย์ ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร สินทรัพย์ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Asset (เอียดเซ็ท) เมื่อพูดถึงสินทรัพย์รวมของกิจการจะใช้คำว่า Assets (พหูพจน์) ส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนคือ Current Assets และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนคือ Non-Current Assets ที่ดินเป็นสินทรัพย์ประเภทใด ที่ดินจัดเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนประเภทมีตัวตน อยู่ในหมวด ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ข้อพิเศษของที่ดินคือไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา เพราะที่ดินไม่เสื่อมสภาพจากการใช้งานตามกาลเวลา สินทรัพย์สำคัญต่อการขอสินเชื่อธุรกิจอย่างไร ธนาคารดูมูลค่าสินทรัพย์ในงบการเงินเพื่อประเมินความมั่นคงของธุรกิจ กิจการที่มีสินทรัพย์สูงกว่าหนี้สินมากจะได้รับการพิจารณาสินเชื่อง่ายกว่า นอกจากนี้สินทรัพย์ถาวร เช่น ที่ดินหรืออาคาร ยังใช้เป็นหลักค้ำประกันสินเชื่อได้อีกด้วย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

3 Jul 2026

PEAK Account

13 min

ใบเสร็จรับเงินคืออะไร ต้องมีอะไรบ้าง ครบทุกเรื่องที่เจ้าของกิจการต้องรู้

ขายสินค้าแล้วลูกค้าขอใบเสร็จ แต่ไม่แน่ใจว่าต้องใส่ข้อมูลอะไรบ้าง ต่างจากบิลเงินสดและใบกำกับภาษีอย่างไร แล้วต้องเก็บไว้กี่ปี ปัญหาเหล่านี้พบบ่อยในผู้ประกอบการ SME ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) คืออะไร ใบเสร็จรับเงิน คือเอกสารทางกฎหมายที่ผู้ขายต้องออกให้ผู้ซื้อทันทีที่ได้รับเงิน ตามที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 105 เป็นเอกสารลำดับสุดท้ายในวงจรการขาย ออกหลังจากใบแจ้งหนี้เมื่อลูกค้าชำระเงินแล้ว ฝั่งผู้ซื้อใช้เป็นหลักฐานเบิกค่าใช้จ่ายและยืนยันกับสรรพากรว่าจ่ายเงินจริง ฝั่งผู้ขายใช้บันทึกรายรับและป้องกันข้อพิพาทเรื่องการชำระเงิน กฎหมายกำหนดให้ออกใบเสร็จเมื่อไหร่ ผู้ประกอบการต้องออกใบเสร็จรับเงินทันทีทุกครั้งที่รับเงินตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป ไม่ว่าผู้ซื้อจะขอหรือไม่ก็ตาม ถ้าไม่ออก มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ ตามมาตรา 127 ทวิ และอาจถูกตรวจสอบรายได้ย้อนหลัง ข้อยกเว้น: กิจการที่จด VAT และออกใบกำกับภาษีที่ระบุว่า “ชำระราคาแล้ว” กฎหมายให้ถือว่าใบกำกับภาษีนั้นทำหน้าที่แทนใบเสร็จรับเงินได้ องค์ประกอบและตัวอย่างใบเสร็จรับเงินที่ถูกต้อง เอกสารที่สมบูรณ์ต้องมีข้อมูลครบถ้วนพอให้สรรพากรตรวจสอบย้อนหลังได้ ตัวอย่างด้านล่างแสดงองค์ประกอบทั้งหมดที่ต้องมี ข้อมูลผู้ขายและผู้ซื้อ ส่วนบนของเอกสารต้องระบุข้อมูลทั้งสองฝ่าย ได้แก่ ชื่อบริษัท ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี บุคคลธรรมดาใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลัก นิติบุคคลใช้เลขผู้เสียภาษี พร้อมระบุว่าเป็นสำนักงานใหญ่หรือสาขา นอกจากนี้ต้องระบุเลขที่เอกสารและวันที่ออกให้ชัดเจน วันที่ต้องตรงกับวันที่รับเงินจริง ไม่ใช่วันที่พิมพ์ รายละเอียดสินค้าหรือบริการ ระบุรายการแยกทีละรายการ ไม่รวมทุกอย่างเป็นยอดเดียว จากตัวอย่าง บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายเก้าอี้สำนักงานให้บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) คำอธิบาย จำนวน ราคา ส่วนลด VAT มูลค่าก่อนภาษี เก้าอี้สำนักงาน (P00006) 10 3,200 0 7% 32,000 มูลค่าก่อนภาษี 32,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จำนวน 2,240 บาท รวมทั้งสิ้น 34,240 บาท จำนวนเงินและวิธีชำระ แสดงจำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร ถ้าจด VAT ต้องแยกแสดง VAT 7% พร้อมระบุวิธีชำระเงิน เช่น โอนผ่านธนาคาร หรือเช็ค ลายเซ็นและการอนุมัติ ควรมีช่องลงนามทั้งฝ่ายผู้ออกเอกสาร (ผู้ขาย) และฝ่ายผู้รับเอกสาร (ลูกค้า) พร้อมวันที่ลงนาม กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมีลายเซ็น แต่การลงนามช่วยยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายรับทราบเงื่อนไขแล้วได้บังคับว่าต้องมีลายเซ็น แต่การลงนามช่วยยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายรับทราบเงื่อนไขแล้วนามช่วยยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายรับทราบเงื่อนไขแล้ว ใบเสร็จรับเงินมีกี่ประเภท ใบเสร็จรับเงินแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ตามรูปแบบและการใช้งาน ใบเสร็จรับเงินเต็มรูปแบบ (ตามตัวอย่างด้านบน) : มีรายละเอียดครบทั้งข้อมูลผู้ขายและผู้ซื้อ ใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายและยื่นภาษีได้ เหมาะกับธุรกิจ B2B และลูกค้าที่ต้องเบิกค่าใช้จ่าย ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอย่างย่อ : รวมกับใบกำกับภาษีในเอกสารเดียว แต่ไม่ระบุชื่อผู้ซื้อ พบเห็นมากในรูปแบบสลิปจากเครื่อง POS ตามร้านค้าปลีกที่จด VAT จุดสังเกตคือมีคำว่า “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ” บนเอกสาร มีเลข VAT ของร้าน และระบุว่า “รวม VAT แล้ว” แต่ไม่มีชื่อผู้ซื้อ ข้อจำกัดคือลูกค้าไม่สามารถนำไปขอคืน VAT ได้ ถ้าต้องการใช้สิทธิ VAT ต้องขอเปลี่ยนเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ บิลเงินสดต่างจากใบเสร็จรับเงินอย่างไร บิลเงินสด (Cash Bill) คือเอกสารยืนยันการรับเงินที่มีรูปแบบง่ายกว่าใบเสร็จ มักเขียนด้วยมือ พบบ่อยในร้านค้าขนาดเล็กหรือร้านที่ยังไม่จด VAT เปรียบเทียบ ใบเสร็จรับเงิน บิลเงินสด ความเป็นทางการ เอกสารทางกฎหมาย ไม่เป็นทางการ ใช้ยื่นภาษีได้ ได้ (ถ้าข้อมูลครบ) ได้บางกรณี ใช้ขอคืน VAT ได้ (ถ้าเป็นแบบเต็ม) ไม่ได้ ถ้าทำธุรกิจจริงจัง ออกใบเสร็จรับเงินดีกว่าบิลเงินสดทุกกรณี วิธีออกใบเสร็จรับเงิน เลือกแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจ กิจการขนาดเล็กที่ออกใบเสร็จเดือนละไม่กี่ใบ เริ่มจากเขียนมือหรือพิมพ์ใน Excel ก็เพียงพอ แต่ต้องระวังเรื่องข้อมูลไม่ครบและต้องคีย์ซ้ำเข้าระบบบัญชีทีหลัง กิจการที่ออกเอกสารบ่อยหรือมีลูกค้าหลายราย โปรแกรมบัญชีออนไลน์จะช่วยลดงานซ้ำได้ เพราะข้อมูลลูกค้าและรายการสินค้าถูกบันทึกไว้ในระบบ ครั้งต่อไปไม่ต้องพิมพ์ใหม่ตั้งแต่ต้น ใบเสร็จรับเงินต่างจากใบกำกับภาษีอย่างไร ใบเสร็จรับเงินยืนยันว่า “รับเงินแล้ว” เท่านั้น ส่วนใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ยืนยันเพิ่มว่า “มีการเก็บ VAT ไปด้วย” เปรียบเทียบ ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี ออกได้เมื่อไหร่ ทุกครั้งที่รับเงิน ≥ 100 บาท เฉพาะกิจการที่จด VAT ต้องแสดง VAT ไหม ไม่ต้อง ต้องแสดง VAT 7% ทุกครั้ง ขอคืน VAT ได้ไหม ไม่ได้ ได้ (เฉพาะแบบเต็ม) ตัวอย่าง: บริษัท ตัวอย่าง จำกัด ยอดขายยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี ออกแค่ใบเสร็จก็พอ แต่เมื่อยอดขายถึง 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT และเปลี่ยนมาออกใบกำกับภาษีแทน ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อออกใบเสร็จรับเงิน หลายกิจการออกใบเสร็จแล้วเจอปัญหาภายหลัง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากข้อมูลไม่ครบ ตัวอย่างสถานการณ์ที่เกิดบ่อย: ออกใบเสร็จไม่ระบุเลขที่เอกสาร พอสรรพากรขอตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปี หาเอกสารไม่เจอ ถูกมองว่าบันทึกบัญชีไม่สมบูรณ์ ต้องเก็บใบเสร็จรับเงินไว้กี่ปี ตามมาตรา 105 ทวิ ผู้ออกใบเสร็จต้องเก็บต้นขั้วหรือสำเนาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ผู้ซื้อแม้กฎหมายไม่บังคับโดยตรง แต่ควรเก็บไว้ 5 ปีเช่นกัน เพื่อประกอบการตรวจสอบบัญชีหรือยื่นภาษีย้อนหลัง กิจการที่มีใบเสร็จมาก แนะนำให้สแกนเก็บใน Cloud เพิ่มจากเอกสารกระดาษ สรุป ใบเสร็จรับเงินเป็นเอกสารที่กฎหมายบังคับให้ออกทุกครั้งที่รับเงิน ระบุองค์ประกอบให้ครบ โดยเฉพาะเลขที่เอกสาร วันที่ รายการสินค้า และจำนวนเงิน เก็บรักษาไว้ 5 ปี และแยก VAT ให้ชัดเจนถ้าจดทะเบียนแล้ว ออกใบเสร็จรับเงินง่ายขึ้นด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยออกใบเสร็จได้ในไม่กี่วินาที มีแบบฟอร์มพร้อมใช้ คำนวณ VAT อัตโนมัติ บันทึกบัญชีให้ทันที รองรับทั้งใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และ e-Tax Invoice & e-Receipt ในระบบเดียว คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงิน ร้านค้าออนไลน์ต้องออกใบเสร็จรับเงินไหม ต้องออก เหมือนร้านหน้าร้าน ไม่ว่าจะรับเงินผ่านโอนเงิน บัตรเครดิต หรือ QR Code ก็ต้องออกทุกครั้ง ถ้าลูกค้าไม่ขอ ยังต้องออกใบเสร็จรับเงินอยู่ไหม ต้องออกทุกกรณี ตามมาตรา 105 กำหนดว่าต้องออกทันทีทุกคราวที่รับเงิน การอ้างว่าลูกค้าไม่ขอ ไม่ใช่เหตุยกเว้นตามกฎหมาย ใบเสร็จรับเงิน ออกย้อนหลังได้ไหม ออกได้ แต่วันที่ต้องตรงกับวันที่รับเงินจริง ไม่ใช่วันที่พิมพ์ ควรเก็บสลิปโอนเงินไว้เป็นหลักฐานประกอบด้วย ใบเสร็จรับเงิน ออกผิดต้องทำอย่างไร ขีดฆ่าใบเสร็จเดิม เขียน “ยกเลิก” พร้อมลงลายเซ็น เก็บต้นฉบับไว้อย่าทำลาย จากนั้นออกเลขที่ใหม่ที่ข้อมูลถูกต้อง แล้วเก็บทั้ง 2 ฉบับไว้ด้วยกัน ใบเสร็จรับเงิน ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร Receipt หรือ Payment Receipt ต่างจาก Invoice (ใบแจ้งหนี้) ที่ออกก่อนการชำระเงินเพื่อแจ้งยอดที่ต้องจ่าย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

อ่านบทความเพิ่มเติม

ภาษี

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับภาษี

อ่านบทความเพิ่มเติม

10 Jul 2026

PEAK Account

12 min

ภ.ง.ด.94 คืออะไร ใครต้องยื่น ยื่นเมื่อไหร่ พร้อมวิธีคำนวณภาษีครึ่งปี

ช่วง ก.ค.-ก.ย. ของทุกปี ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีครึ่งปี หลายคนไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าเกณฑ์หรือเปล่า คำนวณอย่างไร ลดหย่อนอะไรได้บ้าง บทความนี้ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับ ภ.ง.ด.94 พร้อมตัวอย่างคำนวณจากกรณีจริงของ SME ภ.ง.ด.94 คือแบบภาษีอะไร ภ.ง.ด.94 คือแบบฟอร์มที่ใช้ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี โดยนำรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรก (1 ม.ค. ถึง 30 มิ.ย.) มาคำนวณและชำระภาษีล่วงหน้า ภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีถือเป็นการจ่ายล่วงหน้า ไม่ได้เป็นภาษีเพิ่ม เมื่อถึงปลายปีให้นำยอดนี้ไปหักออกจากภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90) ได้ ช่วยกระจายภาระให้ไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ทีเดียว นอกจากนี้ การยื่นภาษีครึ่งปียังเป็นจุดเช็คพอยต์ที่ดีสำหรับผู้ประกอบการ ได้ทบทวนตัวเลขรายรับและค่าใช้จ่ายที่ผ่านมา เห็นภาพรวมก่อนวางแผนภาษีสิ้นปี ใครต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 บ้าง ผู้ที่ต้องยื่นคือบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ตามมาตรา 40(5) ถึง 40(8) ในช่วงครึ่งปีแรก รวมกันตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป (กรณีคนโสด) หรือ 120,000 บาท กรณีสมรส ส่วนคนที่มีเงินเดือนอย่างเดียว ซึ่งเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 เงินได้ 4 ประเภทที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 เงินได้ที่เข้าข่ายต้องยื่น ภ.ง.ด.94 มีเฉพาะ 4 ประเภทนี้เท่านั้น ภ.ง.ด.94 ยื่นเมื่อไหร่ กำหนดยื่นปี 2569 ยื่นแบบกระดาษได้ตั้งแต่ 1 ก.ค. ถึง 30 ก.ย. 2569 ถ้ายื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing กรมสรรพากร จะได้ขยายเวลาถึงวันที่ 8 ต.ค. 2569 ช่องทาง กำหนดสุดท้าย ยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากร 30 ก.ย. 2569 ยื่นออนไลน์ (e-Filing) 8 ต.ค. 2569 ช่วงรายได้ที่นำมายื่นคือ 1 ม.ค. ถึง 30 มิ.ย. 2569 เท่านั้น ภ.ง.ด.90 กับ ภ.ง.ด.94 ต่างกันอย่างไร ภ.ง.ด.94 ยื่นภาษีครึ่งปีแรก ส่วน ภ.ง.ด.90 ยื่นภาษีประจำปีทั้งปี ทั้งสองเป็นคนละรอบกัน ไม่ได้ซ้ำซ้อน รายการ ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี) ภ.ง.ด.90 (ทั้งปี) ช่วงรายได้ ม.ค. – มิ.ย. ม.ค. – ธ.ค. กำหนดยื่น ก.ค. – ก.ย. ม.ค. – มี.ค. ปีถัดไป เงินได้ที่ยื่น เฉพาะ 40(5)-40(8) ทุกประเภท 40(1)-40(8) ค่าลดหย่อน ใช้ได้เพียงกึ่งหนึ่ง ใช้ได้เต็มจำนวน ภาษีที่จ่าย นำไปเครดิตตอนยื่น ภ.ง.ด.90 ภาษีประจำปี วิธีคำนวณภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94 คำนวณภาษีครึ่งปีโดยนำรายได้ช่วง ม.ค.-มิ.ย. มาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แล้วคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันไดเหมือนภาษีสิ้นปี เงินได้สุทธิ = เงินได้ครึ่งปี − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อน จากนั้นนำเงินได้สุทธิมาคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี 0 – 150,000 ยกเว้น 150,001 – 300,000 5% 300,001 – 500,000 10% 500,001 – 750,000 15% 750,001 – 1,000,000 20% ตัวอย่างคำนวณภาษีครึ่งปี สมมุติ นายสมชาย (ชื่อสมมุติ) เป็นที่ปรึกษาธุรกิจอิสระ มีรายได้ครึ่งปีแรก 480,000 บาท เลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง 180,000 บาท เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย = 480,000 – 180,000 = 300,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว = 30,000 บาท (กึ่งหนึ่งของ 60,000) เงินได้สุทธิ = 300,000 – 30,000 = 270,000 บาท คำนวณภาษี 150,000 แรก = ยกเว้น 120,000 ถัดไป (ส่วนที่เกิน 150,000) = 120,000 × 5% = 6,000 บาท ภาษีที่ต้องจ่ายครึ่งปี = 6,000 บาท เมื่อสิ้นปี นายสมชายนำยอด 6,000 บาทนี้ไปหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายทั้งปีใน ภ.ง.ด.90 ค่าลดหย่อนที่ใช้กับ ภ.ง.ด.94 มีอะไรบ้าง ค่าลดหย่อนส่วนใหญ่ที่ใช้ได้ใน ภ.ง.ด.94 จะเหลือเพียงกึ่งหนึ่งของจำนวนเต็มปี ตัวอย่างเช่น ค่าลดหย่อน เต็มปี (ภ.ง.ด.90) ครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ส่วนตัว 60,000 บาท 30,000 บาท คู่สมรส (ไม่มีรายได้) 60,000 บาท 30,000 บาท บุตร (คนละ) 30,000 บาท 15,000 บาท บิดามารดา (คนละ) 30,000 บาท 15,000 บาท ประกันชีวิต 10,000 แรก กึ่งหนึ่ง ส่วนเกินตามจริงไม่เกิน 90,000 ตามที่จ่ายจริง ม.ค.-มิ.ย. ดอกเบี้ยบ้าน 10,000 แรก กึ่งหนึ่ง ส่วนเกินตามจริงไม่เกิน 90,000 ตามที่จ่ายจริง ม.ค.-มิ.ย. สำหรับมาตรการลดหย่อนพิเศษอื่น เช่น Easy E-Receipt ที่เคยมีในปีก่อน ให้ตรวจสอบประกาศจากกรมสรรพากรว่าปีภาษี 2569 มีมาตรการใดที่ใช้ได้บ้าง ข้อควรระวัง: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. และกองทุนครู ไม่สามารถนำมาลดหย่อนใน ภ.ง.ด.94 ได้ ต้องใช้ตอนยื่นภาษีสิ้นปีเท่านั้น ยื่น ภ.ง.ด.94 ช่องทางไหนได้บ้าง ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing กรมสรรพากร ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าระบบ เลือกแบบภาษีครึ่งปี กรอกข้อมูลเงินได้และค่าลดหย่อน แล้วยืนยันการส่งแบบ ถ้าต้องการยื่นกระดาษ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเว็บไซต์กรมสรรพากร กรอกข้อมูลแล้วนำไปยื่นที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หลังจากยื่นแบบแล้ว สามารถเลือกช่องทางชำระภาษีได้หลายทาง เช่น Internet Banking, บัตรเครดิต, QR Code หรือชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคาร ไม่ยื่น ภ.ง.ด.94 มีโทษอะไร ถ้าเข้าเกณฑ์ต้องยื่นแล้วไม่ยื่น จะเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท และถูกคิดเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ นับตั้งแต่วันที่พ้นกำหนดยื่น ตัวอย่างเช่น นายสมชายมีภาษีครึ่งปีที่ต้องจ่าย 6,000 บาท แต่ไม่ได้ยื่น เมื่อยื่นภาษีสิ้นปีจะถูกคิดเงินเพิ่มจากยอด 6,000 บาท ในอัตรา 1.5% ต่อเดือน นับตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป ยิ่งปล่อยนานยิ่งจ่ายเพิ่มมาก แม้จะยื่นภาษีปลายปีทีเดียวก็ได้ แต่ภาษีที่ควรจ่ายตอนครึ่งปีจะถูกคิดเงินเพิ่มย้อนหลัง การยื่นตรงเวลาจึงช่วยประหยัดค่าปรับและกระจายภาระภาษีได้ดีกว่า สรุป ภ.ง.ด.94 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนยื่นภาษีครึ่งปี สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนยื่นมีเพียง 3 อย่าง คือ ข้อมูลรายรับครึ่งปีแรก หลักฐานค่าใช้จ่าย และรายการค่าลดหย่อนที่ใช้ได้ (จำไว้ว่าใช้ได้เพียงกึ่งหนึ่ง) เมื่อเตรียมครบแล้ว คำนวณตามขั้นบันได แล้วยื่นแบบให้ทันกำหนด 30 ก.ย. หรือ 8 ต.ค. ถ้ายื่นออนไลน์ จัดการรายรับ-รายจ่ายให้เป็นระบบด้วย PEAK ผู้ประกอบการที่ต้องยื่นภาษีครึ่งปี จำเป็นต้องมีข้อมูลรายรับ-รายจ่ายที่ถูกต้องครบถ้วน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยบันทึกรายรับ-รายจ่ายอัตโนมัติ ดูสรุปยอดได้ทุกเมื่อ HR สามารถดึงข้อมูลไปออกเอกสารได้ทันที ทำให้เตรียมตัวยื่นภาษีได้ง่ายขึ้น ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ ภ.ง.ด.94 มีเงินเดือนอย่างเดียว ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ไหม ไม่ต้อง เงินเดือนเป็นเงินได้ประเภท 40(1) ไม่อยู่ในเกณฑ์ แต่ถ้ามีรายได้เสริมจากงานที่ปรึกษาหรือรับเหมาด้วย ส่วนรายได้เสริมนั้นต้องนำมาพิจารณา ยื่น ภ.ง.ด.94 แล้ว ต้องยื่นภาษีปลายปีอีกไหม ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 อีกครั้งตอนต้นปีถัดไป โดยนำรายได้ทั้ง 12 เดือนมาคำนวณใหม่ แล้วหักภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีออก ถ้าจ่ายเกินก็ขอคืนได้ จ่ายภาษีครึ่งปีไปแล้ว แต่สิ้นปีคำนวณใหม่แล้วจ่ายเกิน ขอคืนได้ไหม ได้ เมื่อยื่น ภ.ง.ด.90 ตอนสิ้นปี ระบบจะนำภาษีที่จ่ายตอนครึ่งปีมาหักออกอัตโนมัติ ถ้ารายได้ครึ่งปีหลังน้อยกว่าครึ่งปีแรกจนภาษีทั้งปีต่ำกว่ายอดที่จ่ายไปแล้ว สามารถยื่นขอคืนเงินภาษีส่วนต่างจากกรมสรรพากรได้ คำนวณภาษีครึ่งปีแล้วไม่ถึงเกณฑ์ต้องจ่าย จำเป็นต้องยื่นไหม ถ้ามีเงินได้ถึงเกณฑ์ 60,000 บาท ยังคงมีหน้าที่ยื่นแบบ แม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องจ่าย เพราะหน้าที่ยื่นแบบกับการมีภาษีต้องชำระเป็นคนละเรื่องกันถูกต้อง ที่สำคัญคือใช้งานง่าย ใช้เวลาศึกษาไม่นานก็สามารถจัดการระบบบัญชีของธุรกิจให้เป็นระเบียบมากขึ้น เตรียมความพร้อมสู่การเติบโตในอนาคต! ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก

10 Jul 2026

Main ASC Team

12 min

ภ.ง.ด.1 คืออะไร หักกี่เปอร์เซ็นต์ ต่างจาก 1ก ยังไง

ทุกสิ้นปี เจ้าของกิจการ SME หลายคนต้องตัดสินใจว่า จะจ่ายโบนัสให้พนักงานเท่าไร ใช้สูตรอะไร และต้องจัดการเรื่องภาษีกับบัญชีอย่างไรให้ถูกต้อง บทความนี้รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ความหมาย ประเภท สูตรคำนวณ ไปจนถึงเรื่องรายจ่ายทางภาษีที่มักถูกมองข้าม โบนัสคืออะไร เงินโบนัส คือ ค่าตอบแทนพิเศษที่นายจ้างจ่ายให้พนักงาน นอกเหนือจากเงินเดือนที่ได้รับทุกเดือน โดยมักจ่ายปีละครั้ง หรือตามรอบที่กิจการกำหนด เช่น ทุก 6 เดือน หลายกิจการใช้เป็นเครื่องมือดึงดูดและรักษาคนเก่งไว้กับทีม โบนัสกับค่าจ้างต่างกันอย่างไร ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 “ค่าจ้าง” หมายถึง เงินที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาปกติ ส่วนโบนัสไม่ได้จ่ายตอบแทนการทำงานประจำ จึงไม่ถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมาย ความแตกต่างสำคัญคือ ถ้าไม่จ่ายค่าจ้าง ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ถ้าไม่จ่ายโบนัส ไม่ผิด ยกเว้นกรณีที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างหรือข้อบังคับการทำงาน โบนัส ค่าคอมมิชชัน และ Incentive ต่างกันอย่างไร เจ้าของกิจการหลายคนสับสนสามคำนี้ ความจริงแล้วแตกต่างกันทั้งวิธีจ่ายและจังหวะ ในทางภาษี ทั้งสามอย่างเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(1) นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนกันหมด โบนัสมีกี่ประเภท การจ่ายเงินโบนัสแบ่งได้ 3 รูปแบบหลัก ซึ่งส่งผลต่อทั้งแรงจูงใจพนักงานและภาษีของกิจการ รูปแบบที่ 1 แบบการันตี (Guaranteed Bonus) แบบการันตี คือ เงินรางวัลที่กำหนดจ่ายแน่นอนตามสัญญาจ้าง เช่น “ได้เงินพิเศษ 1 เดือนทุกปี” ไม่ว่าผลประกอบการจะเป็นอย่างไร ข้อดีคือพนักงานมีความมั่นคง แต่ข้อเสียคือไม่ได้ผูกกับผลงาน จึงอาจไม่กระตุ้นให้ทำงานมากขึ้น รูปแบบที่ 2 ตามผลงาน (Performance-Based) แบบตามผลงาน คือ การจ่ายโบนัสที่ผูกกับเกณฑ์ที่วัดได้ เช่น KPI ยอดขาย จำนวนชิ้นงาน หรือคะแนนประเมิน ใครทำผลงานดีก็ได้มากกว่า และสามารถนำมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ เพราะไม่ได้คิดจากผลกำไร รูปแบบที่ 3 ตามกำไรสุทธิ (Profit-Sharing) แบบตามกำไรสุทธิ คือ การคำนวณจากกำไรเมื่อสิ้นรอบบัญชี เช่น ปีนี้มีกำไร 2 ล้านบาท จัดสรร 10% เป็นเงินรางวัลให้ทีม เจ้าของกิจการต้องระวังว่า แบบนี้มีผลทางภาษี (รายละเอียดอยู่ใน section “บันทึกบัญชีและภาษี” ด้านล่าง) วิธีคิดโบนัสพร้อมตัวอย่างตัวเลข สูตรคำนวณขึ้นอยู่กับรูปแบบที่กิจการเลือกใช้ ลองดูตัวอย่าง 3 แบบที่ใช้กันบ่อย 1. สูตรคำนวณแบบ X เดือน นี่คือแบบที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด คำนวณง่ายเพราะยึดจากเงินเดือน เงินพิเศษ = เงินเดือน × จำนวนเดือนที่กำหนด ตัวอย่าง พนักงานเงินเดือน 25,000 บาท กิจการจ่ายโบนัส 1.5 เดือน 25,000 × 1.5 = 37,500 บาท 2. สูตรคำนวณตามผลงาน (KPI-Based) เงินพิเศษ = เงินเดือน × อัตราตามผลงาน KPI ตัวอย่าง บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) กำหนดเกณฑ์ไว้ดังนี้ พนักงานเงินเดือน 30,000 บาท ได้ KPI 85% จะได้รับเงินพิเศษ 1 เดือน เท่ากับ 30,000 บาท 3. สูตรคำนวณตามกำไร (Profit-Sharing) เงินรางวัลรวม = ยอดจัดสรร × สัดส่วนของพนักงานแต่ละคน ตัวอย่าง กิจการจัดสรรเงิน 500,000 บาท ให้พนักงาน 10 คน แบ่งตามสัดส่วนเงินเดือน คนที่เงินเดือนสูงกว่าได้มากกว่า แบบนี้ต้องดูเรื่องภาษีให้ดี เพราะอาจเข้าข่ายรายจ่ายต้องห้าม (รายละเอียดใน section ถัดไป) กิจการต้องจ่ายโบนัสให้พนักงานหรือไม่ กฎหมายแรงงานไม่ได้บังคับให้กิจการต้องจ่ายเงินพิเศษนี้ เรื่องนี้เป็นข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง แต่ถ้าสัญญาจ้างหรือข้อบังคับการทำงานระบุไว้ชัดเจน เช่น “จ่ายโบนัสปีละ X เดือน” นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามนั้น ถ้าไม่จ่าย ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องได้ เจ้าของกิจการ SME จึงควรกำหนดเงื่อนไขให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทในอนาคต วิธีตั้งงบโบนัสสำหรับ SME ก่อนจ่ายเงินพิเศษ เจ้าของกิจการควรวางแผนงบล่วงหน้า ไม่ใช่รอดูกำไรปลายปีแล้วค่อยตัดสินใจ เพราะจะทำให้ควบคุมต้นทุนไม่ได้ วิธีง่ายที่สุด คือ ตั้งงบเป็นสัดส่วนของรายได้รวม เช่น กำหนดไว้ 3-5% ของรายได้ทั้งปี แล้วแบ่งให้พนักงานตามเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้วางแผนกระแสเงินสดได้ง่ายขึ้น อีกเรื่องที่สำคัญคือ ควรกำหนดเกณฑ์จ่ายจากผลงาน ไม่ใช่จากกำไร เพราะนอกจากกระตุ้นพนักงานได้ดีกว่าแล้ว ยังนำมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้อีกด้วย โบนัสกับการบันทึกบัญชีและภาษี เรื่องบัญชีและภาษีเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการมักมองข้าม แต่ถ้าจัดการไม่ถูก อาจเสียภาษีเพิ่มโดยไม่จำเป็น เป็นรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การจ่าย ถ้าอยากให้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ต้องกำหนดเกณฑ์จากสิ่งอื่น ที่ไม่ใช่กำไรสุทธิ และทำเป็นระเบียบบริษัทไว้ให้ชัดเจน บันทึกค้างจ่ายอย่างไร ถ้ากิจการจ่ายโบนัสในเดือนมกราคม แต่เป็นของผลงานปีก่อน ต้องบันทึกเป็น “ค้างจ่าย” ในงบของปีก่อน ณ วันสิ้นปี (31 ธ.ค.) — ตั้งค้างจ่าย รายการ เดบิต เครดิต ค่าใช้จ่ายเงินรางวัลพนักงาน xxx เงินรางวัลค้างจ่าย xxx เมื่อจ่ายจริง (ม.ค. ปีถัดไป) — ล้างค้างจ่าย รายการ เดบิต เครดิต เงินรางวัลค้างจ่าย xxx เงินฝากธนาคาร xxx ถ้าใช้ PEAK Payroll สามารถตั้งค่ารายการและเลือกบัญชีที่ผูกไว้ได้ ระบบจะช่วยบันทึกรายการให้อัตโนมัติ ลดโอกาสบันทึกผิด สรุป สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องจำเรื่องโบนัส จัดการเงินเดือนและเงินพิเศษให้เป็นระบบด้วย PEAK ถ้าคุณต้องจัดการเงินเดือนและภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้พนักงาน PEAK Payroll ช่วยคำนวณเงินเดือน ออกสลิป สร้างไฟล์ ภ.ง.ด.1 และบันทึกรายการเงินพิเศษได้ในระบบเดียว HR สามารถดึงข้อมูลไปออกเอกสารได้ทันที คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับโบนัส โบนัส 1.5 เดือน คือเท่าไร เอาเงินเดือนคูณ 1.5 เช่น เงินเดือน 20,000 บาท ได้ 30,000 บาท ส่วนที่หลายคนสงสัยคือ ตัวเลข 1.5 เดือนนี้คิดจากเงินเดือนฐานเท่านั้น ไม่รวมค่าล่วงเวลา ค่าคอมมิชชัน หรือเบี้ยเลี้ยง ยกเว้นกิจการจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในระเบียบ ลาออกก่อนจ่ายโบนัส ได้ไหม ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของแต่ละกิจการ ส่วนใหญ่กำหนดว่าพนักงานต้องมีสถานะอยู่จนถึงวันจ่าย ถ้าลาออกก่อน มักไม่มีสิทธิได้รับ แต่ถ้าสัญญาจ้างไม่ได้ระบุเงื่อนไขนี้ อาจเรียกร้องได้ โบนัสต้องหักประกันสังคมไหม ไม่ต้อง เพราะเงินพิเศษนี้ไม่ใช่ “ค่าจ้าง” ตามนิยามของกฎหมายประกันสังคม ที่หมายถึงค่าตอบแทนการทำงานในเวลาปกติเท่านั้น เงินรางวัลเป็นเงินจูงใจ ไม่ต้องคำนวณเงินสมทบประกันสังคม โบนัสต้องหักภาษีไหม ต้องหัก เพราะเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(1) นายจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายรวมกับเงินเดือนของเดือนที่จ่าย แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 (แบบยื่นรายการภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ธุรกิจ

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

10 Jul 2026

Main ASC Team

14 min

หนังสือรับรองบริษัทคืออะไร ใช้เมื่อไร พร้อมวิธีคัดออนไลน์

เจ้าของกิจการหลายคนเพิ่งรู้ว่าต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทก็ตอนที่ธนาคารหรือคู่ค้าร้องขอ พอถึงเวลาจริงกลับไม่แน่ใจว่าต้องขอจากไหน เอกสารมีอายุกี่เดือน หรือต่างจาก บอจ.5 ตรงไหน บทความนี้ตอบครบทุกคำถามเรื่องหนังสือรับรองบริษัท ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงวิธีคัดออนไลน์ด้วยตัวเอง พร้อมค่าธรรมเนียมและข้อควรระวัง หนังสือรับรองบริษัทคืออะไร มีข้อมูลอะไรบ้าง หนังสือรับรองบริษัท คือเอกสารที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ออกให้ เพื่อยืนยันว่าบริษัทจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและมีตัวตนจริง เปรียบเหมือนบัตรประชาชนของบริษัท ที่คู่ค้าและธนาคารใช้ตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานได้ทันที เอกสารนี้เรียกเป็นทางการว่า “หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล” ข้อมูลที่ระบุมี 5 รายการหลัก ได้แก่ ตัวอย่างเช่น บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท มีกรรมการ 2 คน ลงนามร่วมกัน ข้อมูลทั้งหมดจะแสดงในหนังสือรับรองฉบับเดียว ธุรกิจต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทเมื่อไร กิจการมักต้องใช้หนังสือรับรองในหลายสถานการณ์ โดยแต่ละหน่วยงานกำหนดอายุเอกสารที่ยอมรับต่างกัน (ดูรายละเอียดอายุในหัวข้อ “ใช้ได้กี่เดือน”) เปิดบัญชีธนาคาร ธนาคารทุกแห่งกำหนดให้ใช้หนังสือรับรองคู่กับ บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น) เพื่อตรวจสอบอำนาจลงนาม ควรคัดหนังสือรับรองออนไลน์ล่วงหน้า 1 ถึง 2 วันก่อนนัดเปิดบัญชี ยื่นประมูลงานราชการ เอกสารประกอบซองประมูลต้องมีหนังสือรับรองเสมอ ควรเผื่อเวลาคัดเอกสารก่อนวันยื่นซองอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ข้อดีของการคัดหนังสือรับรองออนไลน์คือทำได้ทุกวันรวมวันหยุด ขอสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารและสถาบันการเงินใช้หนังสือรับรองยืนยันสถานะกิจการก่อนอนุมัติวงเงิน บางแห่งขอหนังสือรับรองพร้อมงบการเงินและ บอจ.5 ด้วย ซึ่งขอพร้อมกันได้ในระบบ e-Service ยืนยันตัวตนกิจการใน PEAK การ Verify กิจการบน PEAK ต้องใช้หนังสือรับรองเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและป้องกันการถูกแอบอ้าง กิจการที่ Verify แล้วจะแสดงเครื่องหมายยืนยันบนระบบ วิธีคัดหนังสือรับรองบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD e-Service ระบบ DBD e-Service เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06:00 ถึง 21:00 น. รวมวันหยุดราชการ บุคคลทั่วไปสามารถคัดหนังสือรับรองของบริษัทใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของหรือผู้เกี่ยวข้อง (ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบ e-Service เข้าเว็บไซต์ ebiz.dbd.go.th แล้วกดลงทะเบียน กรอกข้อมูล Username, Password และข้อมูลติดต่อ เมื่อลงทะเบียนเสร็จให้เข้าสู่ระบบด้วย Username ที่สร้างไว้ หากเคยลงทะเบียนแล้วให้ล็อกอินได้ทันที เลือกเอกสารและค้นหาบริษัท เลือก “หนังสือรับรอง” เป็นประเภทเอกสารที่ต้องการ หากต้องการ บอจ.5 หรืองบการเงินด้วย สามารถเลือกเพิ่มในขั้นตอนเดียวกัน จากนั้นกรอกเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ระบบรองรับการขอเอกสารหลายบริษัทพร้อมกัน ตรวจสอบรายการและชำระเงิน ระบบจะแสดงค่าธรรมเนียมรวมให้ตรวจสอบก่อนยืนยัน เลือกรูปแบบใบเสร็จได้ทั้งในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล จากนั้นกดพิมพ์ใบนำชำระเงิน ชำระได้หลายช่องทาง ทั้งสแกน QR Code, Internet Banking หรือที่เคาน์เตอร์ธนาคาร รับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อชำระเงินเสร็จ กลับมาที่หน้า “ติดตามสถานะ” ในระบบ e-Service เอกสารจะพร้อมดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF ที่มีลายเซ็นดิจิทัลของ DBD หากเลือกรับเอกสารตัวจริง DBD จะจัดส่งทางไปรษณีย์ ค่าธรรมเนียมคัดหนังสือรับรอง ออนไลน์ vs ไปสำนักงาน ค่าธรรมเนียมแตกต่างตามช่องทางและประเภทเอกสาร (ข้อมูลจาก เอกสารแนะนำ DBD e-Certificate) เอกสาร ออนไลน์ (e-Service) ที่สำนักงาน DBD หนังสือรับรองนิติบุคคล 200 บาท รายการละ 40 บาท (ปกติ 5 รายการ รวม 200 บาท) ค่าบริการธนาคาร 150 บาท ไม่มี รวมหนังสือรับรอง 350 บาท 200 บาท รับรองสำเนา บอจ.5 150 บาท หน้าละ 50 บาท ตัวอย่างเช่น คัดหนังสือรับรองออนไลน์พร้อม บอจ.5 จะเสียค่าธรรมเนียมรวม 200 + 150 + ค่าบริการธนาคาร 150 = 500 บาท การขอออนไลน์มีค่าบริการธนาคารเพิ่ม 150 บาท แต่ประหยัดเวลาเดินทางและรอคิว นิติบุคคลใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ลดค่าธรรมเนียมครึ่งราคา หนังสือรับรองบริษัทใช้ได้กี่เดือน กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุการใช้งานของหนังสือรับรอง แต่หน่วยงานที่รับเอกสารจะกำหนดเอง ดังนี้ หน่วยงานปลายทาง อายุที่ยอมรับ ตัวอย่างการใช้งาน ธนาคาร ไม่เกิน 1 เดือน เปิดบัญชี ขอสินเชื่อ หน่วยงานราชการ ไม่เกิน 3 เดือน ประมูลงาน ขอใบอนุญาต คู่ค้าเอกชน 3 ถึง 6 เดือน ทำสัญญา ยื่นเป็นคู่ค้า PEAK Verify กิจการ ไม่เกิน 3 เดือน ยืนยันตัวตนกิจการบน PEAK ควรคัดหนังสือรับรองออนไลน์ใกล้วันที่ใช้งานมากที่สุด เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุก่อนยื่น หนังสือรับรองบริษัทกับ บอจ.5 ต่างกันอย่างไร หลายกิจการสับสนว่าต้องขอเอกสารไหน เพราะธนาคารมักขอทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน รายการ หนังสือรับรองบริษัท บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น) ออกโดย DBD รับรอง DBD รับรองสำเนา ข้อมูลหลัก ชื่อ ที่ตั้ง ทุน กรรมการ วัตถุประสงค์ รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น สัดส่วนการถือหุ้น ใช้เมื่อ ยืนยันตัวตนบริษัท ตรวจสอบอำนาจกรรมการ ตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น สรุปง่าย ๆ คือ หนังสือรับรองบอกว่า “บริษัทนี้คือใคร” ส่วน บอจ.5 บอกว่า “ใครเป็นเจ้าของ” หากต้องเปิดบัญชีธนาคาร ควรขอทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน ข้อควรระวังเมื่อคัดหนังสือรับรองออนไลน์ สรุป: คัดหนังสือรับรองออนไลน์ง่ายกว่าที่คิด การคัดหนังสือรับรองบริษัทออนไลน์ผ่าน DBD e-Service ทำได้ 4 ขั้นตอน คือลงทะเบียน เลือกเอกสาร ชำระเงิน แล้วดาวน์โหลด ใช้เวลาไม่เกิน 1 วันทำการ สิ่งสำคัญที่สุดคือคัดเอกสารให้ใกล้วันใช้งาน และเลือกอายุให้ตรงกับที่หน่วยงานปลายทางกำหนด จัดการเอกสารธุรกิจให้เป็นระบบด้วย PEAK เมื่อมีหนังสือรับรองพร้อมแล้ว กิจการสามารถใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ จัดการเอกสารทางการเงินได้ครบจบในที่เดียว ตั้งแต่ออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน จนถึงใบกำกับภาษี คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนังสือรับรองบริษัท คัดหนังสือรับรองบริษัทออนไลน์ใช้เวลากี่วัน การขอแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์จะได้รับเอกสารภายในวันทำการเดียวกัน หลังระบบตรวจสอบการชำระเงินเรียบร้อย หากเลือกรับเอกสารตัวจริงทางไปรษณีย์จะใช้เวลาเพิ่มอีก 3 ถึง 5 วันทำการ ขอหนังสือรับรองบริษัทของบริษัทอื่นได้ไหม ได้ เพราะข้อมูลนิติบุคคลเป็นข้อมูลสาธารณะ ไม่ต้องแนบหนังสือมอบอำนาจหรือแสดงเหตุผล เพียงชำระค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด (ข้อมูลจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) หนังสือรับรองอิเล็กทรอนิกส์ใช้แทนฉบับจริงได้หรือไม่ ได้ เอกสารอิเล็กทรอนิกส์จาก DBD มีลายเซ็นดิจิทัลรับรอง ถือเป็นเอกสารต้นฉบับทางราชการ ธนาคารและหน่วยงานราชการส่วนใหญ่ยอมรับ (ข้อมูลจาก เอกสารแนะนำ DBD e-Certificate) สามารถตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารได้ที่หน้า “ตรวจสอบเอกสาร” บนเว็บ DBD e-Service ขอหนังสือรับรองห้างหุ้นส่วนออนไลน์ได้ไหม ได้ ระบบ DBD e-Service รองรับทั้งบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน และบริษัทมหาชนจำกัด ขั้นตอนและค่าธรรมเนียมเหมือนกันทุกประเภทนิติบุคคล เพียงกรอกเลขทะเบียน 13 หลัก ขอหนังสือรับรองบริษัทผ่านธนาคารทำอย่างไร นอกจาก e-Service แล้ว กิจการยังขอผ่านสาขาธนาคารที่ร่วมโครงการ DBD e-Certificate ได้ ปัจจุบันมี 10 ธนาคาร เช่น กสิกรไทย กรุงไทย กรุงเทพ ไทยพาณิชย์ รวมกว่า 4,000 สาขาทั่วประเทศ ค่าธรรมเนียมเท่ากับการขอผ่าน e-Service แจ้งเลขทะเบียนนิติบุคคลที่สาขาได้ทันที ขอหนังสือรับรองบริษัทภาษาอังกฤษออนไลน์ได้ไหม ได้ DBD มีระบบแยกต่างหากที่ encert.dbd.go.th สำหรับขอหนังสือรับรองฉบับภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ค่าธรรมเนียมไม่เกิน 1,200 บาท (ค่ากฎกระทรวง 200 + ค่าดำเนินการแปล 1,000 บาท) เหมาะสำหรับกิจการที่ต้องใช้เอกสารทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ระบบนี้แยกจาก e-Service ที่ออกฉบับภาษาไทย หากต้องนำไปใช้ต่างประเทศอาจต้องรับรองเอกสารเพิ่มที่กระทรวงการต่างประเทศ (Legalization) ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

10 Jul 2026

Main ASC Team

12 min

โบนัสคืออะไร วิธีคิดโบนัสพร้อมตัวอย่าง ฉบับเจ้าของกิจการ

ทุกสิ้นปี เจ้าของกิจการ SME หลายคนต้องตัดสินใจว่า จะจ่ายโบนัสให้พนักงานเท่าไร ใช้สูตรอะไร และต้องจัดการเรื่องภาษีกับบัญชีอย่างไรให้ถูกต้อง บทความนี้รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ความหมาย ประเภท สูตรคำนวณ ไปจนถึงเรื่องรายจ่ายทางภาษีที่มักถูกมองข้าม โบนัสคืออะไร เงินโบนัส คือ ค่าตอบแทนพิเศษที่นายจ้างจ่ายให้พนักงาน นอกเหนือจากเงินเดือนที่ได้รับทุกเดือน โดยมักจ่ายปีละครั้ง หรือตามรอบที่กิจการกำหนด เช่น ทุก 6 เดือน หลายกิจการใช้เป็นเครื่องมือดึงดูดและรักษาคนเก่งไว้กับทีม โบนัสกับค่าจ้างต่างกันอย่างไร ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 “ค่าจ้าง” หมายถึง เงินที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาปกติ ส่วนโบนัสไม่ได้จ่ายตอบแทนการทำงานประจำ จึงไม่ถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมาย ความแตกต่างสำคัญคือ ถ้าไม่จ่ายค่าจ้าง ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ถ้าไม่จ่ายโบนัส ไม่ผิด ยกเว้นกรณีที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างหรือข้อบังคับการทำงาน โบนัส ค่าคอมมิชชัน และ Incentive ต่างกันอย่างไร เจ้าของกิจการหลายคนสับสนสามคำนี้ ความจริงแล้วแตกต่างกันทั้งวิธีจ่ายและจังหวะ ในทางภาษี ทั้งสามอย่างเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(1) นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนกันหมด โบนัสมีกี่ประเภท การจ่ายเงินโบนัสแบ่งได้ 3 รูปแบบหลัก ซึ่งส่งผลต่อทั้งแรงจูงใจพนักงานและภาษีของกิจการ รูปแบบที่ 1 แบบการันตี (Guaranteed Bonus) แบบการันตี คือ เงินรางวัลที่กำหนดจ่ายแน่นอนตามสัญญาจ้าง เช่น “ได้เงินพิเศษ 1 เดือนทุกปี” ไม่ว่าผลประกอบการจะเป็นอย่างไร ข้อดีคือพนักงานมีความมั่นคง แต่ข้อเสียคือไม่ได้ผูกกับผลงาน จึงอาจไม่กระตุ้นให้ทำงานมากขึ้น รูปแบบที่ 2 ตามผลงาน (Performance-Based) แบบตามผลงาน คือ การจ่ายโบนัสที่ผูกกับเกณฑ์ที่วัดได้ เช่น KPI ยอดขาย จำนวนชิ้นงาน หรือคะแนนประเมิน ใครทำผลงานดีก็ได้มากกว่า และสามารถนำมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ เพราะไม่ได้คิดจากผลกำไร รูปแบบที่ 3 ตามกำไรสุทธิ (Profit-Sharing) แบบตามกำไรสุทธิ คือ การคำนวณจากกำไรเมื่อสิ้นรอบบัญชี เช่น ปีนี้มีกำไร 2 ล้านบาท จัดสรร 10% เป็นเงินรางวัลให้ทีม เจ้าของกิจการต้องระวังว่า แบบนี้มีผลทางภาษี (รายละเอียดอยู่ใน section “บันทึกบัญชีและภาษี” ด้านล่าง) วิธีคิดโบนัสพร้อมตัวอย่างตัวเลข สูตรคำนวณขึ้นอยู่กับรูปแบบที่กิจการเลือกใช้ ลองดูตัวอย่าง 3 แบบที่ใช้กันบ่อย 1. สูตรคำนวณแบบ X เดือน นี่คือแบบที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด คำนวณง่ายเพราะยึดจากเงินเดือน เงินพิเศษ = เงินเดือน × จำนวนเดือนที่กำหนด ตัวอย่าง พนักงานเงินเดือน 25,000 บาท กิจการจ่ายโบนัส 1.5 เดือน 25,000 × 1.5 = 37,500 บาท 2. สูตรคำนวณตามผลงาน (KPI-Based) เงินพิเศษ = เงินเดือน × อัตราตามผลงาน KPI ตัวอย่าง บริษัท ตัวอย่าง จำกัด (ชื่อสมมุติ) กำหนดเกณฑ์ไว้ดังนี้ พนักงานเงินเดือน 30,000 บาท ได้ KPI 85% จะได้รับเงินพิเศษ 1 เดือน เท่ากับ 30,000 บาท 3. สูตรคำนวณตามกำไร (Profit-Sharing) เงินรางวัลรวม = ยอดจัดสรร × สัดส่วนของพนักงานแต่ละคน ตัวอย่าง กิจการจัดสรรเงิน 500,000 บาท ให้พนักงาน 10 คน แบ่งตามสัดส่วนเงินเดือน คนที่เงินเดือนสูงกว่าได้มากกว่า แบบนี้ต้องดูเรื่องภาษีให้ดี เพราะอาจเข้าข่ายรายจ่ายต้องห้าม (รายละเอียดใน section ถัดไป) กิจการต้องจ่ายโบนัสให้พนักงานหรือไม่ กฎหมายแรงงานไม่ได้บังคับให้กิจการต้องจ่ายเงินพิเศษนี้ เรื่องนี้เป็นข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง แต่ถ้าสัญญาจ้างหรือข้อบังคับการทำงานระบุไว้ชัดเจน เช่น “จ่ายโบนัสปีละ X เดือน” นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามนั้น ถ้าไม่จ่าย ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องได้ เจ้าของกิจการ SME จึงควรกำหนดเงื่อนไขให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทในอนาคต วิธีตั้งงบโบนัสสำหรับ SME ก่อนจ่ายเงินพิเศษ เจ้าของกิจการควรวางแผนงบล่วงหน้า ไม่ใช่รอดูกำไรปลายปีแล้วค่อยตัดสินใจ เพราะจะทำให้ควบคุมต้นทุนไม่ได้ วิธีง่ายที่สุด คือ ตั้งงบเป็นสัดส่วนของรายได้รวม เช่น กำหนดไว้ 3-5% ของรายได้ทั้งปี แล้วแบ่งให้พนักงานตามเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้วางแผนกระแสเงินสดได้ง่ายขึ้น อีกเรื่องที่สำคัญคือ ควรกำหนดเกณฑ์จ่ายจากผลงาน ไม่ใช่จากกำไร เพราะนอกจากกระตุ้นพนักงานได้ดีกว่าแล้ว ยังนำมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้อีกด้วย โบนัสกับการบันทึกบัญชีและภาษี เรื่องบัญชีและภาษีเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการมักมองข้าม แต่ถ้าจัดการไม่ถูก อาจเสียภาษีเพิ่มโดยไม่จำเป็น เป็นรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การจ่าย ถ้าอยากให้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ต้องกำหนดเกณฑ์จากสิ่งอื่น ที่ไม่ใช่กำไรสุทธิ และทำเป็นระเบียบบริษัทไว้ให้ชัดเจน บันทึกค้างจ่ายอย่างไร ถ้ากิจการจ่ายโบนัสในเดือนมกราคม แต่เป็นของผลงานปีก่อน ต้องบันทึกเป็น “ค้างจ่าย” ในงบของปีก่อน ณ วันสิ้นปี (31 ธ.ค.) — ตั้งค้างจ่าย รายการ เดบิต เครดิต ค่าใช้จ่ายเงินรางวัลพนักงาน xxx เงินรางวัลค้างจ่าย xxx เมื่อจ่ายจริง (ม.ค. ปีถัดไป) — ล้างค้างจ่าย รายการ เดบิต เครดิต เงินรางวัลค้างจ่าย xxx เงินฝากธนาคาร xxx ถ้าใช้ PEAK Payroll สามารถตั้งค่ารายการและเลือกบัญชีที่ผูกไว้ได้ ระบบจะช่วยบันทึกรายการให้อัตโนมัติ ลดโอกาสบันทึกผิด สรุป สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องจำเรื่องโบนัส จัดการเงินเดือนและเงินพิเศษให้เป็นระบบด้วย PEAK ถ้าคุณต้องจัดการเงินเดือนและภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้พนักงาน PEAK Payroll ช่วยคำนวณเงินเดือน ออกสลิป สร้างไฟล์ ภ.ง.ด.1 และบันทึกรายการเงินพิเศษได้ในระบบเดียว HR สามารถดึงข้อมูลไปออกเอกสารได้ทันที คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับโบนัส โบนัส 1.5 เดือน คือเท่าไร เอาเงินเดือนคูณ 1.5 เช่น เงินเดือน 20,000 บาท ได้ 30,000 บาท ส่วนที่หลายคนสงสัยคือ ตัวเลข 1.5 เดือนนี้คิดจากเงินเดือนฐานเท่านั้น ไม่รวมค่าล่วงเวลา ค่าคอมมิชชัน หรือเบี้ยเลี้ยง ยกเว้นกิจการจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในระเบียบ ลาออกก่อนจ่ายโบนัส ได้ไหม ขึ้นอยู่กับข้อบังคับของแต่ละกิจการ ส่วนใหญ่กำหนดว่าพนักงานต้องมีสถานะอยู่จนถึงวันจ่าย ถ้าลาออกก่อน มักไม่มีสิทธิได้รับ แต่ถ้าสัญญาจ้างไม่ได้ระบุเงื่อนไขนี้ อาจเรียกร้องได้ โบนัสต้องหักประกันสังคมไหม ไม่ต้อง เพราะเงินพิเศษนี้ไม่ใช่ “ค่าจ้าง” ตามนิยามของกฎหมายประกันสังคม ที่หมายถึงค่าตอบแทนการทำงานในเวลาปกติเท่านั้น เงินรางวัลเป็นเงินจูงใจ ไม่ต้องคำนวณเงินสมทบประกันสังคม โบนัสต้องหักภาษีไหม ต้องหัก เพราะเป็นเงินได้ตาม มาตรา 40(1) นายจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายรวมกับเงินเดือนของเดือนที่จ่าย แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 (แบบยื่นรายการภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

อ่านบทความเพิ่มเติม

การใช้โปรแกรม

ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน PEAK

อ่านบทความเพิ่มเติม

8 Jul 2026

PEAK Account

3 min

Update Function PEAK 08/07/2026

PEAK with the new function designed to enhance efficiency. 1. Added the “Product Cost Adjustment” function, calculating hidden costs accurately to reflect true profits. Package: PRO Plus and PREMIUM packages (Available for a free trial until the end of 2026!) Suitable for: Import businesses and trading businesses (buy-sell) that have hidden expenses (such as shipping costs, customs duties). System Updates:  Benefits of Use: Reduces redundant work and helps businesses accurately calculate the actual cost of products by including shipping fees, customs duties, and other related expenses. This improves profit and loss accuracy and provides a clearer view of product profitability 2. Added the “Add Popular Contacts” button in the Contacts menu, allowing you to select popular names and create documents in one click immediately. Package: All active packages Suitable for: New users who want to quickly add contacts to the system. System Updates:  Benefits of Use: Helps reduce the steps of manually filling in new contact information from the start of using the system. Just click to select popular names recommended by the system, and essential information will be pulled to create documents immediately. Saves time, easy to search, and reduces errors in data entry. 3. Added “Edit All Items” in the File Vault menu, editing multiple items of data simultaneously in a single click. Package: e-Document package and above Suitable for: Users who use the File Vault menu. System Updates:  Benefits of Use: Reduces working time, manages multiple items of data in a single click, and helps prevent errors in selecting the chart of accounts to each line item. 4. View financial statements more easily with the “Collapse-Expand Account Groups” and “Turn On-Off Account Numbers” systems in a single click. Package: All active packages Suitable for: Accountants and entrepreneurs who want to view the chart of accounts in financial statements. System Updates: The system added buttons to show collapse-expand for the chart of accounts in the Statement of Financial Position, Income Statement, and Statement of Cash Flows to work more flexibly, as follows: Benefits of Use: Helps users view financial statements more easily and helps accountants verify the accuracy of the chart of accounts more easily through the financial statements. 5. Supports importing files from Bangkok Bank in the iCash product format, reconciling faster than before. Package: PRO package and above Suitable for: Accountants who use Bangkok Bank (BBL) accounts and want to import bank statement data. System Updates: The system added support for importing Bangkok Bank iCash statement files (.xls) for bank reconciliation. Benefits of Use: Helps accountants work more conveniently, reducing time and reducing errors in importing data. 

8 Jul 2026

PEAK Account

6 min

อัปเดตฟังก์ชัน PEAK 08/07/2026

1. เพิ่มฟังก์ชัน “ใบปรับต้นทุนสินค้า” คำนวณต้นทุนแฝงแม่นยำ สะท้อนกำไรที่แท้จริง แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ PRO Plus และ PREMIUM (เปิดให้ทดลองใช้ฟรี! จนถึงสิ้นปี 2026 นี้) เหมาะสำหรับ: ธุรกิจนำเข้าสินค้าและธุรกิจซื้อมาขายไป ที่มีค่าใช้จ่ายแฝง (เช่น ค่าขนส่ง, ค่าภาษีอากร) สิ่งที่ระบบอัปเดต:  ประโยชน์ที่จะได้รับ: ลดการทำงานซ้ำซ้อนและช่วยให้ธุรกิจรู้ราคาต้นทุนสินค้าสุทธิหลังจากรวมค่าขนส่งหรือค่าบริการอื่น ๆ หมดกังวลเรื่องการคำนวณกำไรขาดทุนผิดพลาด 2. เพิ่มปุ่ม “เพิ่มผู้ติดต่อยอดนิยม” ที่เมนูผู้ติดต่อ เลือกรายชื่อยอดนิยม คลิกเดียวสร้างเอกสารได้ทันที แพ็กเกจใช้งาน: ทุกแพ็กเกจใช้งาน เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่เพิ่งเริ่มต้นใช้งานและต้องการเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อ สิ่งที่ระบบอัปเดต:  ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลผู้ติดต่อรายใหม่ด้วยตนเองตั้งแต่เริ่มต้นใช้งานระบบ แค่คลิกเลือกรายชื่อยอดนิยมที่ระบบแนะนำ ข้อมูลสำคัญก็จะถูกดึงมาใช้สร้างเอกสารได้ทันที ประหยัดเวลา ค้นหาง่าย และลดความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูล 3. เพิ่มการแก้ไขรายการทั้งหมด ที่เมนูคลังเอกสาร แก้ไขข้อมูลหลายรายการพร้อมกันในคลิกเดียว แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ e-Document ขึ้นไป เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานที่ใช้งานเมนูคลังเอกสาร (File Vault) สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบเพิ่มปุ่มแก้ไขรายการทั้งหมดที่หน้าสร้างเอกสาร บนเมนูคลังเอกสาร กรณีที่ไฟล์เอกสารที่สแกนมีรายการย่อยหลายรายการ แต่ต้องการบันทึกเข้าผังบัญชีเดียวกัน สามารถกดแก้ไขรายการทั้งหมดแล้วระบบจะปรับใช้กับทุกรายการให้ทันที ประโยชน์ที่จะได้รับ: ลดเวลาในการทำงาน จัดการข้อมูลหลายรายการได้ในคลิกเดียว และช่วยป้องกันความผิดพลาดในการเลือกผังบัญชีทีละรายการ 4. ดูงบการเงินง่ายขึ้นด้วยระบบ “ย่อ-ขยายกลุ่มบัญชี” และ “เปิด-ปิดเลขที่บัญชี” ในคลิกเดียว แพ็กเกจใช้งาน: ทุกแพ็กเกจใช้งาน เหมาะสำหรับ: นักบัญชีและผู้ประกอบการ ที่ต้องการดูผังบัญชีในงบการเงิน สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบเพิ่มปุ่มการแสดงย่อ-ขยายผังบัญชีในงบฐานะการเงิน, งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสดให้ทำงานได้ยืดหยุ่นมากขึ้น: ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยให้ผู้ใช้งานดูงบการเงินง่ายขึ้น และช่วยให้นักบัญชีสามารถตรวจสอบความถูกต้องของผังบัญชีง่ายขึ้นผ่านงบการเงิน 5. รองรับการนำเข้าไฟล์ธนาคารกรุงเทพ ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ iCash กระทบยอดไวกว่าเดิม แพ็กเกจใช้งาน: แพ็กเกจ PRO ขึ้นไป เหมาะสำหรับ: นักบัญชีที่ใช้บัญชีธนาคารกรุงเทพ (BBL) และต้องการนำเข้าข้อมูล Statement สิ่งที่ระบบอัปเดต: ระบบเพิ่มการรองรับการนำเข้าไฟล์ Statement จากธนาคารกรุงเทพในรูปแบบผลิตภัณฑ์ iCash (.xls) เพื่อกระทบยอดธนาคาร ประโยชน์ที่จะได้รับ: ช่วยให้นักบัญชีทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ลดเวลาและลดข้อผิดพลาดในนำเข้าข้อมูล

อ่านบทความเพิ่มเติม

ข่าวสาร

อัปเดตข่าวประชาสัมพันธ์ โปรโมชั่น และเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ

อ่านบทความเพิ่มเติม

25 Jun 2026

PEAK Account

13 min

ระเบียบการแข่งขัน PEAK Digital Accounting Championship 2026

ไฟล์ระเบียบการแข่งขัน โครงการค้นหา “สุดยอดว่าที่นักบัญชี” แห่งยุคดิจิทัล ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น.ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ (อาคาร 7) ชั้น 6 ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ 1. วัตถุประสงค์ 1.1 เพื่อสร้างเวทีให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ได้แสดงความสามารถ และทดสอบความรู้การใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์1.2 เพื่อกระตุ้นให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทบทวน และเพิ่มพูนความรู้ด้านการบัญชี1.3 ส่งเสริมการทํางานร่วมกันเป็นทีม และเสริมสร้างความสามัคคีให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา1.4 มอบโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนจากสถาบันอื่น 2. คุณสมบัติผู้เข้าแข่งขัน 2.1 ผู้เข้าแข่งขันต้องเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือระดับปริญญาตรี โดยต้องมีสถานภาพเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ณ วันสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน2.2 สมาชิกทีมละ 2 คน อายุไม่เกิน 25 ปี และศึกษาอยู่สถาบันเดียวกัน 3. ขอบเขตเนื้อหาการแข่งขัน 3.1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับบัญชี และภาษี3.2 การใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์3.3 การวิเคราะห์ และประยุกต์การใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ตามประเภทของธุรกิจ 4. การรับสมัคร 4.1 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 25694.2 ทีมผู้เข้าแข่งขันสามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ เท่านั้น4.3 ปิดรับสมัครการแข่งขันวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ในเวลา 23.59 น.4.4 ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าแข่งขันในรอบคัดเลือกในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ อีเมลผู้เข้าแข่งขัน และเฟสบุ๊คแฟนเพจ PEAK – โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAKaccount.com4.5 ผู้เข้าแข่งขันสามารถทำแบบทดสอบรอบคัดเลือกได้ผ่านระบบออนไลน์ที่ทางบริษัทส่งให้ ในวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 4.5.1 ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำแบบทดสอบผ่านระบบที่กำหนดเท่านั้น4.5.2 ผู้เข้าแข่งขันแต่ละทีมจะต้องทำแบบทดสอบภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น4.5.3 แต่ละทีมสามารถทำแบบทดสอบได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น หากมีการส่งผลทดสอบมากกว่า 1 ครั้ง ทางคณะกรรมการจะพิจารณาจากการส่งผลทดสอบครั้งแรกเท่านั้น 4.6 คณะกรรมการจะประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จํานวน 50 ทีม ภายในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00 น. ผ่านทางเว็บไซต์ อีเมลผู้เข้าแข่งขัน และเฟสบุ๊คแฟนเพจ PEAK – โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAKaccount.com โดย 50 ทีมที่ถูกคัดเลือกเข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแบ่งเป็น 25 ทีมที่มีคะแนนรวมสูงสุดในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และ 25 ทีมที่มีคะแนนรวมสูงสุดในระดับปริญญาตรี ทั้งนี้การคัดเลือกจะไม่จำกัดจำนวนทีมต่อสถาบันการศึกษา เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดียวกัน และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันจากทุกสถาบันสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเท่าเทียม หมายเหตุ: หากทีมใดไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดข้างต้น คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ทั้งนี้คําตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด 5. วัน เวลา และสถานที่จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทีมที่ได้รับคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทั้ง 50 ทีม จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันรอบชิงชนะเลิศวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ (อาคาร 7) ชั้น 6 ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่อยู่เลขที่ 110/1-4 ถนนประชาชื่น แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 เบอร์โทรศัพท์ 02-954-7300 6. กำหนดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 08.00 – 08.30 น. ลงทะเบียนรายงานตัวเข้าแข่งขัน08.30 – 09.00 น. พิธีเปิดการแข่งขัน09.00 – 12.30 น. การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ส่วนที่ 1-312.30 – 13.30 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน13.30 – 15.00 น. กิจกรรมให้ความรู้15.00 – 16.00 น. ประกาศผลการแข่งขัน พิธีมอบรางวัล และกล่าวปิดงาน หมายเหตุ : ไม่มีบริการอาหารกลางวันให้แก่ผู้เข้าแข่งขัน อาจารย์ที่ปรึกษา และผู้ติดตาม ผู้เข้าสอบต้องนั่งประจำที่สอบ ก่อนเวลาสอบ อย่างน้อย 10 นาที กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม 7. รูปแบบและเกณฑ์การพิจารณาในการตัดสินผลการแข่งขัน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ โดยแต่ละรอบมีเกณฑ์ และรายละเอียด ดังนี้ 7.1  รอบคัดเลือก เป็นการตอบคําถามรูปแบบปรนัยผ่านระบบออนไลน์ รวม 20 คะแนน โดยใช้ระยะเวลาในการสอบ 60 นาที โดยมีเกณฑ์การพิจารณารอบคัดเลือกจาก ความถูกต้อง และสอดคล้องกันของข้อมูล เป็นหลัก 7.2  รอบชิงชนะเลิศ รอบชิงชนะเลิศประกอบด้วยการสอบ 3 ส่วน ผลรวม 80 คะแนน โดยแต่ละส่วนมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 การวิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจ (20 คะแนน)เนื้อหาประกอบด้วย วิเคราะห์กิจกรรมหลักของธุรกิจจำลอง ความสัมพันธ์ของโครงสร้างทางการเงิน การสรุปประเด็นสำคัญ ส่วนที่ 2 การใช้งานโปรแกรม PEAK และเครื่องมืออื่นในงานบัญขี (40 คะแนน)เนื้อหาประกอบด้วย การบันทึกรายการบัญชีในระบบ PEAK การใช้เครื่องมือเพื่อช่วยในงานบัญชี เช่น AI, Excel การจัดทำรายงานสรุปข้อมูลบัญชี และภาษี ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์ข้อมูล (20 คะแนน)เนื้อหาประกอบด้วย วิเคราะห์งบการเงิน และอัตราส่วนทางการเงิน วิเคราะห์แนวโน้มจากข้อมูลบัญชี เช่น รายได้เพิ่มขึ้น/ลดลง, ต้นทุนสูงผิดปกติ, ลูกหนี้เกินกำหนด ฯลฯ วิเคราะห์แนวทางแก้ไข หรือพัฒนาธุรกิจ 8. ข้อปฏิบัติในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 8.1 ผู้เข้าแข่งขันต้องนําโน้ตบุ๊กมาจํานวน 1 เครื่อง ต่อ 1 ทีม โดยทางบริษัทจะจัดเตรียมปลั๊กชาร์จไฟสําหรับโน้ตบุ๊ก และ Wifi ให้แก่ผู้เข้าแข่งขัน8.2 ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องแต่งกายด้วยชุดนักเรียน นิสิต นักศึกษา ของสถาบัน8.3 ผู้เข้าแข่งขันทุกคนในทีมต้องรายงานตัวพร้อมกัน และแสดงบัตรประจําตัวนักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ ภายในเวลาลงทะเบียน มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน8.4 ห้ามผู้เข้าแข่งขันนําเครื่องเขียน เครื่องมือสื่อสาร เครื่องคํานวณ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ รวมถึงนาฬิกา Smart Watch เข้าแข่งขัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีการจัดเตรียมเครื่องเขียน และกระดาษทดให้แก่ผู้เข้าแข่งขัน8.5 ห้ามผู้เข้าแข่งขันยืมอุปกรณ์ใด ๆ จากผู้เข้าแข่งขันทีมอื่นขณะแข่งขัน8.6 ห้ามผู้เข้าแข่งขันกระทําการใด ๆ ที่ทุจริต หรือส่อเจตนาทุจริต หมายเหตุ : หากฝ่าฝืนข้อปฏิบัติในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ทั้งนี้คําตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด 9. รางวัลการแข่งขัน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รางวัลชนะเลิศ : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 15,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 1 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 8,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 2 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลชมเชย : เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 2,000 บาท จํานวน 2 รางวัล ระดับปริญญาตรี รางวัลชนะเลิศ : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 15,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 1 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 8,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 2 : โล่รางวัล เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลชมเชย : เกียรติบัตร และเงินรางวัล มูลค่า 2,000 บาท จํานวน 2 รางวัล ทั้งนี้สมาชิกของทีมที่เข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 50 ทีม จะได้รับเกียรติบัตรโดย PEAK 10. ผู้รับผิดชอบโครงการ บริษัท พี ยู ยู เอ็น อินเทลลิเจนท์ จำกัด

12 Mar 2026

Main ASC Team

2 min

PEAK Package ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2

ลูกค้า PEAK เมื่อซื้อ Package Basic, Pro หรือ Pro+ รายปี จำนวน 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 ขั้นตอนการรับโปรโมชั่น ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 จาก PEAK 1.) เลือกแพ็กเกจ PEAK ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ผ่านเว็บไซต์ PEAK เพื่อดูความแตกต่างของแต่ละแพ็กเกจ คลิกดูแพ็กเกจ PEAK ได้ที่นี่2.) ติดต่อทีมงาน Customer Support ทาง Chat ในโปรแกรม หรือกรอกแบบฟอร์มขอใบเสนอราคาเข้ามาที่นี่3.) ชำระค่าแพ็กเกจด้วยยอดตามใบเสนอราคา และส่งหลักฐานการชำระเงินให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแล4.) หลังจากตรวจสอบการชำระเงินเรียบร้อย จะได้รับโค้ดอายุการใช้งาน 2 ปี เพื่อต่ออายุบนหน้าระบบ5.) นำโค้ดมาต่ออายุบนหน้าระบบ ตามคู่มือนี้ เงื่อนไขการรับโปรโมชั่น ต่ออายุ 2 ปี รับส่วนลด 25% ในปีที่ 2 จาก PEAK 1.) สามารถใช้สิทธิ์ทั้งผู้ใช้งานใหม่ และลูกค้าปัจจุบัน 2.) โปรโมชั่นนี้สำหรับการซื้อPackage ต่อ 1 กิจการเท่านั้น 3.) โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้ 4.) โปรโมชั่นนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆได้ สมัครใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี คลิก peakaccount.comหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง inbox ของ Facebook PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติม