วิธีคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ คำนวณยังไง พร้อมตารางอัตราทางภาษี
ซื้อคอมพิวเตอร์มา 30,000 บาท ใช้งาน 3 ปี แล้วจะหักเป็นค่าใช้จ่ายยังไง? คำตอบคือต้อง “คิดค่าเสื่อมราคา” เพื่อทยอยหักมูลค่าสินทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละปี บทความนี้รวมสูตรคำนวณครบ 4 วิธี ตัวอย่างจริงแยกประเภทสินทรัพย์ และตารางอัตราตามสรรพากรที่ใช้ได้ทันที สำหรับความหมายและผลกระทบต่อธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมที่ ค่าเสื่อมราคา มีผลต่อธุรกิจอย่างไร? คิดค่าเสื่อมราคา คืออะไร? คิดค่าเสื่อมราคา คือการกระจายต้นทุนสินทรัพย์ถาวรออกเป็นค่าใช้จ่ายตามระยะเวลาที่ใช้งาน ตัวอย่างสินทรัพย์ที่ต้องคำนวณ เช่น เครื่องจักร รถยนต์ คอมพิวเตอร์ วิธีนี้ช่วยให้ไม่ต้องหักต้นทุนก้อนเดียวตอนซื้อ แต่ทยอยหักทีละปีแทน หลักคิดง่ายๆ คือ ถ้าสินทรัพย์ใช้งานได้หลายปี ก็ควรแบ่งต้นทุนออกเป็นค่าใช้จ่ายทีละปี การคำนวณเป็นไปตาม TAS 16 เรื่อง ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี) สูตรคำนวณค่าเสื่อมราคา 4 วิธี การคิดค่าเสื่อมราคามี 4 วิธีหลัก ได้แก่ วิธีเส้นตรง วิธียอดลดลงทวีคูณ วิธีผลรวมจำนวนปี และวิธีตามจำนวนผลผลิต SME ส่วนใหญ่ใช้วิธีเส้นตรงเพราะคำนวณง่ายที่สุด หักเท่ากันทุกปี ตารางด้านล่างสรุปสูตรและความเหมาะสมของแต่ละวิธี วิธี สูตรหลัก เหมาะกับ เส้นตรง (ต้นทุน – มูลค่าซาก) ÷ อายุใช้งาน สินทรัพย์ทั่วไป ใช้บ่อยที่สุด ยอดลดลงทวีคูณ มูลค่าตามบัญชี × (อัตราเส้นตรง × 2) สินทรัพย์เสื่อมเร็วช่วงแรก ผลรวมจำนวนปี (ต้นทุน – มูลค่าซาก) × จำนวนปีที่เหลือ ÷ ผลรวมปี สินทรัพย์ที่เสื่อมไม่เท่ากันแต่ละปี ตามจำนวนผลผลิต (ต้นทุน – มูลค่าซาก) × ผลผลิตปีนี้ ÷ ผลผลิตรวม เครื่องจักรที่วัดผลผลิตได้ วิธีเส้นตรง (Straight-Line Method) วิธีนี้ใช้บ่อยที่สุดและง่ายที่สุด เพราะหักค่าเสื่อมราคาเท่ากันทุกปีตลอดอายุการใช้งาน ค่าเสื่อมราคาต่อปี = (ต้นทุนสินทรัพย์ – มูลค่าซาก) ÷ อายุการใช้งาน (ปี) ตัวอย่าง: บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซื้อเครื่องพิมพ์ราคา 50,000 บาท มูลค่าซาก 5,000 บาท อายุใช้งาน 5 ปี รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ต้นทุนสินทรัพย์ — 50,000 บาท หักมูลค่าซาก — 5,000 บาท มูลค่าที่ต้องหัก 50,000 – 5,000 45,000 บาท ค่าเสื่อมราคาต่อปี 45,000 ÷ 5 9,000 บาท วิธียอดลดลงทวีคูณ (Double Declining Balance) วิธีนี้หักค่าเสื่อมราคาสูงในปีแรกๆ แล้วลดลงเรื่อยๆ เหมาะกับสินทรัพย์ที่เสื่อมสภาพเร็วช่วงต้น เช่น รถยนต์ คอมพิวเตอร์ ค่าเสื่อมราคาต่อปี = มูลค่าตามบัญชีต้นปี × (อัตราเส้นตรง × 2) ตัวอย่าง: สินทรัพย์ต้นทุน 100,000 บาท อายุ 5 ปี (อัตราเส้นตรง 20% ดังนั้นอัตราทวีคูณ = 40%) ปีที่ มูลค่าตามบัญชีต้นปี วิธีคำนวณ ค่าเสื่อมราคา 1 100,000 100,000 × 40% 40,000 2 60,000 60,000 × 40% 24,000 3 36,000 36,000 × 40% 14,400 4 21,600 21,600 × 40% 8,640 5 12,960 ปรับให้เหลือมูลค่าซาก 12,960 วิธีผลรวมจำนวนปี (Sum-of-the-Years’ Digits) คล้ายวิธียอดลดลง แต่คำนวณจากสัดส่วนจำนวนปีที่เหลือ ค่าเสื่อมราคาต่อปี = (ต้นทุน – มูลค่าซาก) × จำนวนปีที่เหลือ ÷ ผลรวมจำนวนปี ตัวอย่าง: สินทรัพย์ 50,000 บาท มูลค่าซาก 5,000 บาท อายุ 5 ปี ผลรวมจำนวนปี = 1+2+3+4+5 = 15 ปีที่ ปีที่เหลือ วิธีคำนวณ ค่าเสื่อมราคา 1 5 45,000 × 5/15 15,000 2 4 45,000 × 4/15 12,000 3 3 45,000 × 3/15 9,000 4 2 45,000 × 2/15 6,000 5 1 45,000 × 1/15 3,000 วิธีตามจำนวนผลผลิต (Units of Production) เหมาะกับเครื่องจักรที่วัดปริมาณผลผลิตได้ เช่น เครื่องปั๊ม เครื่องพิมพ์อุตสาหกรรม ค่าเสื่อมราคาต่อหน่วย = (ต้นทุน – มูลค่าซาก) ÷ จำนวนผลผลิตรวมตลอดอายุ ตัวอย่าง: เครื่องจักร 200,000 บาท มูลค่าซาก 20,000 บาท ผลิตได้ 100,000 ชิ้นตลอดอายุ ปีนี้ผลิต 25,000 ชิ้น รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ค่าเสื่อมต่อหน่วย (200,000 – 20,000) ÷ 100,000 1.80 บาท/ชิ้น ค่าเสื่อมราคาปีนี้ 1.80 × 25,000 45,000 บาท มูลค่าซาก คืออะไร คิดยังไง? มูลค่าซาก คือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับจากการขายสินทรัพย์เมื่อหมดอายุการใช้งาน เช่น ซื้อรถยนต์มา 800,000 บาท ใช้ 5 ปีแล้วคาดว่าขายได้ 200,000 บาท ส่วนนี้คือมูลค่าซาก วิธีกำหนดมูลค่าซากต้องประเมินจากราคาตลาดของสินทรัพย์ประเภทเดียวกันที่หมดอายุแล้ว กิจการต้องทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง (ตาม TAS 16) การตั้งมูลค่าซากต่ำ เช่น 1 บาท ทำได้ไหม? หลายกิจการตั้งมูลค่าซากไว้ต่ำมาก เช่น 1 บาท เพื่อหักต้นทุนได้เกือบทั้งจำนวน แต่ยังคงแสดงสินทรัพย์ในบัญชีอยู่ วิธีนี้ทำได้ตามกฎหมาย แต่ต้องมีเหตุผลรองรับว่าเมื่อสิ้นอายุ สินทรัพย์แทบไม่มีมูลค่าเหลือ ตารางอัตราค่าเสื่อมราคาตามสรรพากร กรมสรรพากรกำหนดอัตราค่าเสื่อมราคาสูงสุดที่หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145 (ข้อมูลจากกรมสรรพากร) ประเภทสินทรัพย์ อัตราสูงสุด/ปี อายุขั้นต่ำ หมายเหตุ อาคารถาวร 5% 20 ปี — อาคารชั่วคราว 100% 1 ปี หักทั้งจำนวนปีเดียว เครื่องจักร, อุปกรณ์ 20% 5 ปี หักเพิ่มเป็น 40% ปีแรกได้ตามเงื่อนไข ยานพาหนะ (รถบรรทุก) 20% 5 ปี — รถยนต์นั่ง 20% 5 ปี มีเพดานต้นทุนทางภาษี (ดูด้านล่าง) คอมพิวเตอร์ + ซอฟต์แวร์ 33.33% 3 ปี ตาม พ.ร.ฎ. 395 เฟอร์นิเจอร์, อุปกรณ์สำนักงาน 20% 5 ปี — อาคารและสิ่งปลูกสร้าง อาคารถาวรหักได้ไม่เกิน 5% ต่อปี (อายุ 20 ปี) แต่ถ้าเป็นอาคารชั่วคราว เช่น เต็นท์หรืออาคารสำเร็จรูป หักเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในปีที่ซื้อได้เลย ยานพาหนะ (รถยนต์ รถบรรทุก) รถบรรทุกและรถตู้ที่ใช้ในกิจการหักค่าเสื่อมราคาได้ 20% ต่อปี ไม่จำกัดมูลค่า แต่ รถยนต์นั่ง มีเงื่อนไขพิเศษ คือต้นทุนที่นำมาหักทางภาษีสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาท แม้ราคาซื้อจริงจะสูงกว่า คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงาน คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์หักค่าเสื่อมราคาได้เร็วกว่าสินทรัพย์อื่น คือ 33.33% ต่อปี (อายุ 3 ปี) ตาม พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 395 ส่วนเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงานทั่วไป เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้เอกสาร หักได้ 20% ต่อปี (อายุ 5 ปี) ตัวอย่างการคำนวณค่าเสื่อมราคา แยกประเภทสินทรัพย์ ตัวอย่างทั้งหมดใช้วิธีเส้นตรงซึ่งนิยมที่สุด และตั้งซาก 1 บาท ตามแนวปฏิบัติทั่วไป ตัวอย่าง: คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก บริษัท ข จำกัด (ชื่อสมมุติ) ซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องละ 30,000 บาท ตั้งซากไว้ 1 บาท อายุ 3 ปี รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน ต้นทุน – มูลค่าซาก 30,000 – 1 29,999 บาท ค่าเสื่อมราคาต่อปี 29,999 ÷ 3 10,000 บาท ค่าเสื่อมราคาต่อเดือน 10,000 ÷ 12 833 บาท ตัวอย่าง: รถยนต์นั่ง (มีเพดาน) ซื้อรถยนต์นั่งราคา 1,500,000 บาท ตั้งซากไว้ 1 บาท อายุ 5 ปี ทางภาษีใช้ต้นทุนได้สูงสุด 1,000,000 บาท รายการ ทางบัญชี ทางภาษี ต้นทุนที่ใช้คำนวณ 1,500,000 บาท 1,000,000 บาท หักมูลค่าซาก 1 บาท 1 บาท ค่าเสื่อมราคาต่อปี 300,000 บาท 200,000 บาท ส่วนต่าง 100,000 บาทต่อปี บันทึกทางบัญชีได้แต่หักภาษีไม่ได้ ต้องบวกกลับตอนคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ตัวอย่าง: เครื่องจักรโรงงาน ซื้อเครื่องจักรราคา 500,000 บาท มูลค่าซาก 50,000 บาท อายุ 5 ปี รายการ วิธีคำนวณ จำนวนเงิน มูลค่าที่ต้องหัก 500,000 – 50,000 450,000 บาท ค่าเสื่อมราคาต่อปี 450,000 ÷ 5 90,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสม คืออะไร คิดยังไง? ค่าเสื่อมราคาสะสม คือยอดรวมค่าเสื่อมราคาที่หักมาแล้วทั้งหมดตั้งแต่เริ่มใช้สินทรัพย์ ใช้สำหรับคำนวณ “มูลค่าตามบัญชี” ซึ่งก็คือราคาสินทรัพย์ที่เหลืออยู่จริง มูลค่าตามบัญชี = ต้นทุนสินทรัพย์ – ค่าเสื่อมราคาสะสม ตัวอย่าง: คอมพิวเตอร์ราคา 30,000 บาท ใช้มาแล้ว 2 ปี ค่าเสื่อมราคาปีละ 10,000 บาท รายการ จำนวนเงิน ต้นทุน 30,000 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสม (2 ปี) 20,000 บาท มูลค่าตามบัญชี 10,000 บาท บัญชีนี้เป็นสินทรัพย์ด้านตรงข้าม (contra asset) อยู่ในหมวดที่ 1 สินทรัพย์ แต่แสดงเป็นยอดหัก วิธีบันทึกบัญชีค่าเสื่อมราคา (Journal Entry) ทุกสิ้นเดือนหรือสิ้นปี กิจการต้องบันทึกค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายในบัญชี หากยังไม่คุ้นเคยกับหลักการบัญชีพื้นฐาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ 6 ทักษะสำคัญของนักบัญชียุคใหม่ รายการ Dr (เดบิต) Cr (เครดิต) ค่าเสื่อมราคา (ค่าใช้จ่าย) 10,000 — ค่าเสื่อมราคาสะสม (สินทรัพย์ตรงข้าม) — 10,000 ผลจากการบันทึกนี้ ส่วนเดบิตจะไปลดกำไรสุทธิในงบกำไรขาดทุน ส่วนเครดิตจะไปลดมูลค่าสินทรัพย์ในงบแสดงฐานะการเงิน สรุป ทดลองใช้ PEAK ฟรี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยคำนวณค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ให้อัตโนมัติ เพียงบันทึกข้อมูลสินทรัพย์ ต้นทุน อายุการใช้งาน และวิธีคิด ระบบจะคำนวณและบันทึกบัญชีให้ทุกเดือนไม่ต้องทำเอง ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับค่าเสื่อมราคา ค่าเสื่อมราคากับค่าตัดจำหน่าย (Amortization) ต่างกันอย่างไร? ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) ใช้กับสินทรัพย์ที่มีตัวตน เช่น อาคาร เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ ส่วนค่าตัดจำหน่าย (Amortization) ใช้กับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ หลักการคำนวณเหมือนกัน คือทยอยหักต้นทุนเป็นค่าใช้จ่ายตามอายุการใช้งาน ค่าเสื่อมราคา อยู่หมวดบัญชีไหน? ค่าเสื่อมราคาอยู่ในหมวดที่ 5 ค่าใช้จ่าย เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้จ่ายเงินสดออกไปจริง แต่บันทึกเพื่อสะท้อนการเสื่อมมูลค่าของสินทรัพย์ ค่าเสื่อมราคาสะสม อยู่หมวดไหน? ค่าเสื่อมราคาสะสมอยู่ในหมวดที่ 1 สินทรัพย์ แต่เป็นบัญชีด้านตรงข้าม (contra asset) จึงแสดงเป็นยอดหักจากต้นทุนสินทรัพย์ เมื่อนำมารวมกันจะได้ “มูลค่าตามบัญชี” หรือมูลค่าสุทธิของสินทรัพย์นั้น ซื้อสินทรัพย์กลางปี คิดค่าเสื่อมยังไง? คิดตามสัดส่วนเดือนที่ใช้จริง เช่น ซื้อเครื่องจักรเดือนเมษายน คิดค่าเสื่อมราคาปีนั้น 9 เดือน (เม.ย.–ธ.ค.) ไม่ใช่ 12 เดือนเต็ม ปีถัดไปค่อยคิดเต็มปี